"พิจารณ์" พรรคก้าวไกล ย้ำ แก้ มาตรา 23 พ.ร.บ.กลาโหม ไม่หวั่นแรงต้าน รื้อสภากลาโหม ยุบ กอ.รมน.รัฐซ้อนรัฐ ถ้าได้เป็นรัฐบาลชงเลิกเกณฑ์ทหารเข้าสภาฯ ทันที ปัด นโยบายก้าวไกล เป็นศัตรู สถาบัน กองทัพ
เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 65 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว นโยบายพรรคก้าวไกลในส่วนของการปฏิรูปกองทัพ ว่า ในส่วนนโยบายปฏิรูปกองทัพมี 5 ด้าน ที่ต้องเร่งทำ ได้แก่
1.การทำให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพด้วยการออกกฎหมายใหม่ เพื่อไม่ให้นายพลที่ออกจากราชการแล้วห้ามเป็นรัฐมนตรีภายใน 7 ปี การยกเลิกระบบสภากลาโหม โดยแก้ไขมาตรา 23 ของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม ยกเลิกคณะกรรมการ 7 คน ที่เป็นสภากลาโหม ประกอบด้วย รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล
2.การยุบ กอ.รมน. และยกเลิกการบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่ยุบก็ต้องเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เพื่อไม่ให้ผูกขาดอำนาจที่กองทัพ จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานอื่น เช่นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ หรือตำรวจ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อทำงานทางความคิดร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ใช้หลักคิดแบบทหารเพียงอย่างเดียว ส่วนทหารก็ไปดูแลเรื่องการรบ รักษาพื้นที่ชายแดน
3.การลดขนาดกำลังพล และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลเคยเสนอไป แต่ถูกปัดตก หากเรามีอำนาจจะเสนออีก
4.การเพิ่มสวัสดิการให้นายทหารชั้นผู้น้อยและลดสิทธิพิเศษนายพล และ 5.การคืนที่ดินราชพัสดุของกองทัพให้กับประชาชนและรัฐบาล
...
นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการแก้กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ 5 ด้าน มีอาทิ แก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีมาตั้งแต่พ.ศ. 2503 โดยอำนาจของสภากลาโหมมีอยู่ 6 เรื่อง ที่ให้อำนาจสภากลาโหมไว้สูงกว่าอำนาจของ รมว.กลาโหมเสียอีก ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลคือ การยกเลิกสภากลาโหม หรือให้มีหน้าที่เพียงแค่ให้คำเสนอแนะเท่านั้น
เมื่อถามว่า ในส่วนการที่เสนอยุบ กอ.รมน. ไม่กลัวแรงต้านหรืออย่างไร นายพิจารณ์ กล่าวว่า กอ.รมน.ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ดูแลทั่วประเทศ เช่น กอ.รมน.จังหวัด มีผู้ว่าฯ เป็น ผอ.รมน.จังหวัด แต่เอาจริงแล้วก็ไปอยู่ใต้กองทัพอยู่ดี มีแม่ทัพภาคเป็น ผอ.รมน.ภาค กลายเป็นการสร้างรัฐซ้อนรัฐ อำนาจกระทรวงกลาโหมอยู่เหนือกระทรวงอื่นในการดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศ
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันเรื่องเหล่านี้ได้ในสมัยรัฐบาลเดียวได้หรือไม่ จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่แค่การขายฝัน นายพิจารณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ สิ่งที่เราเสนอไม่ใช่เฉพาะนโยบายปฏิรูปกองทัพ แต่ทุกนโยบายเราก็คิดมาแล้วว่า เราทำได้ จึงมีการนำเสนอ โดยเฉพาะเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หากพรรคก้าวไกล ได้เป็นรัฐบาลก็จะเสนอเรื่องนี้เข้าสภาฯ ทันที นโยบายทุกตัวสามารถเสนอเป็นกฎหมายเข้าสภาได้ทันที
ทั้งนี้ ก็ต้องมีกระบวนการทำงานร่วมกันกับฝ่ายราชการว่าจะประกาศบังคับใช้ได้ภายในกี่วันหลังจากประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ทั้งหมดนี้อยู่ที่เจตจำนงของนักการเมือง หากเรายืนยันว่าเราจะทำ มันก็ทำได้ มันง่ายกว่าการขึ้นค่าแรงด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามอีก 2 สัปดาห์ก้าวไกลจะเปิดตัวนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า ต่อด้วยนโยบายด้านการศึกษา และนโยบายด้านอื่นๆ จบครบ 9 นโยบาย จากนั้นช่วงเดือน ม.ค.ปีหน้าจะมีแคมเปญใหญ่เปิดตัวนโยบายใหญ่ในภาพใหญ่ของนโยบายทั้งหมดต่อไป ขอให้ติดตาม
เมื่อถามย้ำว่า ก้าวไกลไม่ได้ตั้งใจออกนโยบายเป็นศัตรูกับกองทัพ และสถาบัน นายพิจารณ์ ตอบว่า ก็แน่นอนครับ ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราหวังผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว เปรียบกับการทำความสะอาดบ้าน การสร้างบ้านให้แข็งแรง มีฝุ่น มีขยะตามมุมบ้าน มีขยะที่ซ่อนไว้ใต้พรม มันก็ต้องเก็บกวาดให้สะอาดก่อน และถ้า จะทาสีกำแพงบ้านใหม่ ก็ต้องลอกสีเก่า ไล่ความชื้นออกก่อน ถ้าทาสีใหม่ทันทีเลยสุดท้ายความชื้น ก็จะทำให้สีใหม่ลอกล่อน เหมือนกัน ถ้าเราแก้ไขปัญหาการเมืองได้ดี ปัญหาอื่นๆ จะแก้ได้ยั่งยืนขึ้น.