“เดชอิศม์” ยันหากปรับ ครม. ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเป็นโควตาภาคใต้ ยอมรับมีคนชงปรับ ครม.พรรคยกพวง ด้าน “สาคร-อลงกณ์” โชว์แมน ขอถอนตัวรักษาจารีตพรรค ไม่หนุนเปลี่ยนม้ากลางศึก

วันที่ 9 ตุลาคม 2565 นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงการพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ลาออก ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคฯ รวมทั้งตนในฐานะรองหัวหน้าภาคใต้ยืนยันว่า การพิจารณาบุคคลแทนตำแหน่งที่ว่างเพื่อขึ้นเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ของพรรคเป็นสัดส่วนโควตาของภาคใต้ ที่ว่างลงตำแหน่งเดียว แต่ยอมรับว่ามี ส.ส.ใต้หลายคนคุยรอบนอกว่า หากจะมีการปรับ ครม.ในสัดส่วนของพรรคแล้ว ก็ควรมีการปรับในหลายตำแหน่งไปในคราวเดียวกัน แต่รายละเอียดในเรื่องนี้ จะได้มีการพูดคุยกันในการประชุม ส.ส.พรรคพรรคใต้ในช่วงเช้าของวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ก่อนการประชุมกก.บห.พรรค ว่าผลจะเป็นอย่างไร

ขณะที่ นายสาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ 3 สมัย ที่ชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดทของคนที่จะพิจารณาเป็นรัฐมนตรีในครั้งนี้ กล่าวว่า สาเหตุที่มีชื่อตนปรากฏในสื่อว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดต เข้าใจว่าคงมีเพื่อน ส.ส.บางคนให้ข่าวกับสื่อ ซึ่งการที่ตนอยู่ในพรรคปฏิบัติจนเป็นจารีตของพรรค การมีชื่อของตนปรากฏว่าจะได้รับการคัดเลือกเพื่อพิจารณาเป็นรัฐมนตรี ก็ทำให้ตนและทีมงานมีกำลังใจในการทำงาน แต่เมื่อมองบริบทโดยรวมแล้วเห็นว่า ที่ผ่านมาพรรคชอกช้ำมากพอแล้ว ตนจึงไม่ประสงค์ที่จะสร้างแรงช้ำ หรือทำให้พรรคเกิดแรงกระเพื่อมภายในเพิ่มขึ้นอีก หากมีการเสนอชื่อของตน ในที่ประชุม กก.บห. หรือที่ประชุมร่วม กก.บห. และ ส.ส.พรรค ตนก็จะขอถอนตัวในครั้งนี้ แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้ารับการพิจารณาในครั้งหน้าหลังการเลือกตั้งทั่วไป ขอสร้างผลงานนำทีมอันดามันกลับเข้าสู่สภาให้ได้ก่อน ยืนยันว่าไม่อยากสร้างแรงกระเพื่อมให้พรรคมากกว่านี้

...

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีผู้เสนอชื่อตนเองในการคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างในครั้งนี้ด้วยว่า ในฐานะ กก.บห.ที่จะร่วมพิจารณาหาบุคคลที่จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างของพรรคครั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่า ในช่วงท้ายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ควรจะสรรหาบุคคลแทนเฉพาะตำแหน่ง รมต. ที่ว่างลงเท่านั้น ไม่ควรปรับหลายตำแหน่ง เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลนี้ เราไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก หรือเปลี่ยนขุนทัพกลางน้ำ เพราะจะเกิดแรงกระเพื่อมทั้งภายในพรรคและกระทบต่อรัฐบาลโดยรวม เว้นแต่ที่ประชุม กก.บห. หรือที่ประชุมร่วมระหว่างกก.บห. กับ ส.ส.พรรคจะพิจารณาเห็นเป็นอย่างอื่น ซึ่ง รมต.ของพรรคแต่ละคนที่ทำงานมา ล้วนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และเพื่อป้องกันแรงกระเพื่อมภายในพรรคและรัฐบาล ส่วนที่มีคนเสนอชื่อของตน ก็ขอขอบคุณที่มีการพูดถึงชื่อตน ขอย้ำว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กก.บห. และที่ประชุม ร่วม ส.ส.พรรค