“บิ๊กตู่” เจอดีแค่ภารกิจแรก หลังกลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ คนเสื้อแดงตะโกนโห่ ชู 3 นิ้วไล่ ทั้งที่ขอนแก่น-อุบลราชธานี ตำรวจต้องวางกำลังคุ้มกัน ปะทะกันพอหอมปากหอมคอ เจ้าตัวยันยังไม่คิดเรื่อง อนาคตการเมือง “วันนิวัติ” ส.ส.พท.ฉะเท้ายังไม่ยอม แตะน้ำ ถนนทุกสายมุ่งเบิร์ธเดย์ “เนวิน” 64 ปี งูเห่า พท.-พปชร.-ปชป.โผล่สลอน รายงานตัวรอซบอก “ครูใหญ่” ประกาศรอบหน้าต้องได้ 120 ที่นั่งพร้อมปั้น “เสี่ยหนู” ถึงฝั่งฝันเก้าอี้นายกฯ “อนุทิน” เคลิ้มตามขอให้สมพรปาก “ชลน่าน” ไม่ห้าม ส.ส. ดอดอวยพร แต่จับมือร่วมงานขอดูผลหลังเลือกตั้ง แถลงการณ์วอน กกต.ผ่อนคลายกฎเหล็ก 180 วัน

ภารกิจแรกในการนำคณะลงพื้นที่ตรวจสถาน การณ์น้ำท่วม ที่ จ.ขอนแก่น-อุบลราชธานี หลังได้ กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเจอดีทั้ง 2 จังหวัด เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวกดดันขับไล่ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้อง วางกำลังสกัดกันวุ่น เกิดการปะทะกันพอหอมปากหอมคอ

นายกฯยังไม่คิดเรื่องอนาคต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานขอนแก่น จ.ขอนแก่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยที่ จ.ขอนแก่น และอุบลราชธานี มีการโบกมือทักทายประชาชนที่มา รอรับอย่างอารมณ์ดีและยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะให้สัมภาษณ์ถึงการวางแนวทางการเมืองหลังจากนี้ว่า ยังไม่ได้คิด ตอนนี้ทำเรื่องน้ำท่วมก่อน เมื่อถามถึง การวางทายาทการเมืองในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ตอบย้ำว่า ยังไม่ได้คิด เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีชื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. มาเป็นทายาท 3 ป. แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม รวมถึงตัวแคนดิเดตนายกฯเป็นเรื่องพรรคพลังประชารัฐ

...

เจอกลุ่มเสื้อแดงตะโกนโห่ไล่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ยืนประจำ ตามเส้นทางเข้าออกทุกเส้นทาง รักษาความปลอดภัยและป้องกันกลุ่มที่เห็นต่าง โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงนำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมมวลชนจำนวนมาก มาจอดขวางถนนรอบบึงหนองโคตร ขณะที่มี อสม. มารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมสอบถาม เรื่องเงินที่ประกาศว่าจะเพิ่มให้ อสม.เดือนละ 3,000 บาท เมื่อไหร่จะได้ ขอให้เห็นใจ อสม.ด้วย อย่างไรก็ตามกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากนำรถติดตั้งเครื่องขยายเสียงขับวนรอบบึงหนองโคตร ประกาศโจมตีการ ทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหา กัญชาเสรี ปัญหายาบ้า มีการตะโกนขับไล่ให้ลาออก จากตำแหน่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามกันออก นอกพื้นที่ นำแผงเหล็กมากั้น นำโล่และกระบองมาป้องกัน ไม่ให้ม็อบเข้าไปบริเวณด้านในให้หยุดอยู่ที่บริเวณรอบนอกบึง จนเกิดการปะทะกันพอหอมปากหอมคอ

นายวนพจน์ สวัสดิถาวร แกนนำเสื้อแดงขอนแก่น กล่าวว่า มาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ไม่มี ความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯ ต่อไปแล้ว 8 ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรดีขึ้นมีแต่เลวร้ายลง ที่มาวันนี้ไม่ได้มาช่วย ประชาชนจริง เป็นข้ออ้างมาหาเสียงจะเป็นนายกฯต่อ

ไปอุบลฯเจอชาวบ้านชู 3 นิ้วใส่

ต่อมา เวลา 14.05 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางต่อไปยังชุมชนวัดวารินทราราม ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยนายกฯโบกมือ ทักทายให้กำลังใจชาวบ้านทั้ง 2 ข้างทาง และกล่าวขอบคุณที่มาให้กำลังใจและขอให้ปลอดภัยทุกคน แต่ปรากฏว่าช่วงหนึ่งได้มีชาวบ้าน ชู 3 นิ้ว พร้อมตะโกนเสียงดังใส่ว่า “มาทำให้คนอื่นลำบากทำไม” จนเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเข้าห้ามและเอามือที่ชู 3 นิ้วลง และก่อนจะเดินทางถึงศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย ชุมชนวัดวารินทราราม เจ้าหน้าที่ต้องคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่อย่างละเอียด

ส.ส.พท.ฉะเท้าไม่ยอมแตะน้ำ

ด้านนายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู ที่บ้านท่าม่วง ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท ว่า การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ที่บอกมาดูน้ำท่วมก็มาดูจริงๆ เท้าไม่แตะน้ำด้วยซ้ำ แถมเอาแต่คุยโวว่ารู้ดีรู้อยู่แล้วว่า จะเกิดน้ำท่วม ให้ประชาชนเรียนรู้ที่จะอยู่กับภัยธรรมชาติให้ได้ ทั้งที่อยู่มา 8 ปี แต่ตอบสนองต่อความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนล่าช้า แก้ไขปัญหาแบบเดิม ขณะที่ ส.ส.พื้นที่ ติดกฎ 180 วัน จึงอยากเรียกร้องให้ กกต.ทบทวน เพราะขณะนี้เกิดภัยพิบัติ ควรต้องให้ ผู้แทนที่ได้ลงไปช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง ที่ผ่านมา ในฐานะ ส.ส. ไม่เคยปล่อยให้ประชาชนทุกข์ยาก แต่วันนี้ เหมือนถูกปิดปากมัดมือ-เท้า ทำได้เพียงมองตาปริบๆ

ถนนทุกสายมุ่งเบิร์ธเดย์ “เนวิน”

วันเดียวกัน ที่สนามฟุตบอลช้างอารีน่า อ.เมืองบุรีรัมย์ มีการจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 64 ปี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงเช้ามีการนำช้าง 15 เชือก ร่วมพิธีปะกำช้าง เป็นพิธีที่สืบทอดมานานของตระกูลชิดชอบ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีผู้มาร่วมงานมากมายจากหลายวงการ อาทิ ทีมรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย ทีมกระทรวงสาธารณสุข นำโดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา นักการเมืองท้องถิ่น ส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน รวมทั้งนักฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

งูเห่า พท.–พปชร.–ปชป.สลอน

นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.ต่างพรรคทั้งในซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน นอกจาก ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ส.ส.พรรค ก้าวไกล 5 คน ที่เคยแสดงตัวแล้ว ยังมีนายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก พรรคเศรษฐกิจใหม่ นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรค ประชาธิปัตย์ นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเศรษฐกิจไทย เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม ส.ส.พรรค พปชร. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี นายกฤษณ์ แก้วอยู่ นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี รวมทั้งนางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคชาติพัฒนา นำของที่ระลึกมาอวยพรเป็นการส่วนตัว

ประกาศรอบหน้าต้อง 120 ที่นั่ง

ด้านนายเนวินต้อนรับแขกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวทักทาย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยและ ส.ส.ต่างพรรคพร้อมตบบ่าว่า “ขอให้ได้เป็น ส.ส.ทุกคน” ทั้งนี้ นายเนวินพูดคุยหยอกล้อกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ว่า “รอบหน้าให้ได้ 120 คน เท่ากับอายุหมอช้างที่มา ทำพิธีในวันนี้” จากนั้นนายอนุทินเป็นตัวแทนนำเค้ก อวยพรวันเกิดว่า นายเนวินเป็นครูใหญ่ เป็นพี่ใหญ่ที่รักที่สุดของพวกเรา วันที่ 4 ต.ค. ปีนี้อายุ 64 ถือเป็น เลขมงคล เพราะ 6 บวก 4 เป็น 10 เติมศูนย์อีกตัว ก็เป็น 100 เราทุกคนได้สานเจตนารมณ์ของนายเนวิน วันนี้มี ส.ส.ภูมิใจไทย และจากพรรคพวกในสภาฯมา ล้วนแต่เคารพรักศรัทธาต่อนายเนวิน จากนั้นร่วมกัน ร้องเพลงและตัดเค้ก

หวังปั้น “เสี่ยหนู” ให้ถึงฝั่งฝัน

นายเนวินกล่าวว่า ขอบคุณทุกคนทั้งที่อยู่พรรค ภูมิใจไทย และที่กำลังจะมาอยู่ พรที่ดีมากสำหรับตน คือการได้เห็นทุกคนชนะเลือกตั้งกลับมาเป็น ส.ส. ขอให้เป็นพรรคการเมืองที่สามารถยุติความขัดแย้งในบ้านเมือง เพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขเลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เมื่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยบอกว่าตนมีหน้าที่เป็นครูใหญ่ ก็จะเป็นครูใหญ่ให้ตลอดไป หวังว่าครูใหญ่จะมีโอกาสมีลูกศิษย์สักคนเป็นนายกฯ พร้อมกับเข้าไปชูมือนายอนุทิน ยินดีต้อนรับ ส.ส.ทุกคนที่กำลังจะเดินเข้ามาเป็นสมาชิกภูมิใจไทย ลงสนามเลือกตั้งไปด้วยกัน เป้าหมายอย่างที่หัวหน้าพรรคพูดไว้ต้อง 100 ขึ้น

“อนุทิน” เคลิ้มขอให้สมพรปาก

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามี ส.ส.ต่างพรรคมากันกี่คน เพราะมากันเยอะ เราไม่ได้ไปจีบ ส.ส.มาเข้าพรรค แต่มองถึงคนที่มีความรู้ความสามารถ คนที่ตั้งใจทำงานให้บ้านเมือง หากเจอคนเก่งพรรคก็ชวนร่วมทำงานด้วย ส่วนกรณีที่นายเนวินอวยพรให้ได้เก้าอี้ ส.ส. 120 ที่นั่ง ขอให้สมพรปาก ที่ผ่านมาอวยพรอะไรส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น ส่วนเรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้แจ้ง ต้องรอนายกฯส่งสัญญาณ เรามีบุคคลที่เหมาะสมในใจอยู่แล้ว รอให้มีสัญญาณที่ชัดเจนก่อน เหลือเวลาเพียง 3-4 เดือน เมื่อถามว่าสถานะรัฐบาลจำเป็นต้องปรับ ครม.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พรรคภูมิใจไทยคงไม่มีการปรับอะไร เพราะมีรัฐมนตรีอยู่ 3 กระทรวง

ให้เลือกตั้งเป็นตามวาระดีแล้ว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดและบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด คือการที่ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง หากมีปัญหามีความขัดแย้งเกิดขึ้นอาจทำให้การเลือกตั้งยืดเยื้อออกไป เราไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น สถานการณ์เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราทราบแล้วว่าหลังประชุมเอเปกในเดือน พ.ย.จะเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้ง เท่าที่พูดคุยกับนายกฯก่อนหน้านี้ก็มองว่าการยุบสภาควรเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีนายกฯรักษาการนานกว่า 1 ปี

“ชลน่าน” ย้ำจับมือใครดูหลังเลือกตั้ง

ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ ที่ปรากฏตัวบ่อยในช่วงนี้ สะท้อนว่าเป็นแบ็กอัปผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วนในอนาคตจะจับมือกันได้หรือไม่ เคยตอบไปแล้วให้ใช้วันเลือกตั้งเป็นหมุดหมาย เพื่อไทยไม่จับมือใครก่อนเลือกตั้ง เมื่อถามว่า ไม่ปิดโอกาสใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า หลังเลือกตั้งต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าถ้าเราเป็นพรรคที่ได้รับเสียงข้างมาก เช่น ได้ 250 เสียงจริง แน่นอนว่าต้องมีการพูดคุยกับพรรคอื่นเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาลให้เข้มแข็ง และมีเสียงไม่ต่ำกว่า 300 เสียง ตั้งกติกาไว้ชัดคือมีอุดมการณ์ มีทิศทางทำงานเดียวกัน เป็นพรรคที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สนับสนุนเผด็จการ และความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกัน การเจรจาต่อรองข้อเสนอต่างๆ

ไม่ห้าม ส.ส.แห่อวยพร “เนวิน”

เมื่อถามว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปร่วมงานวันเกิดนายเนวินด้วย นพ.ชลน่านตอบว่า หากเป็น ส.ส.ที่เตรียมย้ายไปภูมิใจไทย ก็เป็นเงื่อนไขเดิมที่เราเฝ้าดูอยู่ว่าเข้าสู่กลไกใด ตามระเบียบ วินัยและจริยธรรมของพรรค แต่ถ้าเขาไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับพรรคก็ต้องมาดูข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่า ส.ส.ของพรรคไปงานพรรคอื่นไม่ได้ ไม่งั้นก็ไปจับมือกับพรรคอื่นไม่ได้เลย ต้องดูรายละเอียดด้วย ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมชู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค พปชร. เป็นนายกฯ เราไม่ได้หวั่นไหว ทุกพรรคเป็นคู่แข่งทางการเมืองอยู่แล้ว เราต้องมาดูตัวเองว่ามีอะไรที่ยังหละหลวมอยู่หรือไม่ ต้องเพิ่มความเข้มข้น ต้องรู้จักตัวเองและไม่ประมาท ทำให้พร้อมที่สุดเพื่อบอกประชาชน ดีใจกับ พปชร.ที่จะเอาหัวหน้าพรรคตัวเองมาเป็นแคนดิเดตนายกฯหมายเลข 1

วอน กกต.ผ่อนคลายกฎเหล็ก

ทั้งนี้ นพ.ชลน่านอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มีเนื้อหาสรุปว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วม ก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง ขอเรียกร้องทั้งรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ ให้รัฐบาลถือว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในครั้งนี้ แบบสถานการณ์พิเศษ มิใช่บริหารแบบสภาพการณ์ปกติทั่วไป ต้องระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและทันท่วงที ขอเรียกร้อง กกต.ปรับปรุงระเบียบให้พรรคการเมืองและ ส.ส. เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้ แม้อยู่ในช่วงระยะของ 180 วัน หากเปิดสมัยประชุมสภา จะเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 64, 65, 68 ที่เกี่ยวกับการกำหนดค่าใช้จ่ายเลือกตั้งต่อไป

“สมชัย” ไล่ “บิ๊กตู่” ทบทวนตัวเอง

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แนะนำให้แจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านทางวิทยุทรานซิสเตอร์ กรณีระบบเตือนภัยล่มว่า แค่วันแรกของการกลับมาทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ กับความเอาจริงเอาจังแก้ไขสาธารณภัย ประกอบกับคำแนะนำให้ใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ กลายเป็นไวรัลให้สนุกสนานปากของฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่เพราะถ้อยคำกล่าวผิด แต่เป็นเพราะบุคคลที่กล่าวมีเรื่องราวเสนอแนะในอดีตไม่เข้าท่า เป็นภาพจำ สิ่งใหม่ทุกอย่างที่ออกจากปากจึงเหมือนนิทานคนเลี้ยงแกะ วันที่ผู้นำประเทศกล่าวอะไรคนไม่เชื่อถือ กลายเป็นเรื่องตลกไร้สาระ ควรทบทวนตัวเองได้แล้วว่าควรเดินหน้าทางการเมืองต่ออย่างไร

เย้ยยังยึดติดกับทรานซิสเตอร์

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะ ส.ส.กทม. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางมาบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ รวมถึง กทม.อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรใช้งบกลางเพื่อจัดสรรอำนาจของตนเอง และขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดสรรเครื่องสูบน้ำแรงสูงระยะไกล เพื่อทอนน้ำไปยังคลองสายหลักสำหรับฝนที่กำลังจะมาอีก และขอให้ทุกภาคส่วนของ กทม.เข้ามาช่วยแก้ปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำท่วมฉับพลัน รัฐบาลต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เตือนภัยล่วงหน้า ป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นดีกว่าอย่าหันกลับไปใช้ทรานซิสเตอร์อีกเลย เพราะเป็นภาระที่ประชาชนต้องจัดหาเงินมาจัดซื้ออีก

“พิชัย” บี้ “ลุงตู่” สำนึกเสียที

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรค พท. แถลงว่าศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ดำรงตำแหน่งต่อ สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่า ถ้านับวาระปี 60 แล้วระหว่างปี 57 ถึงปี 60 พล.อ.ประยุทธ์เป็นอะไร 8 ปีเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มาตลอด มีทุจริตคอร์รัปชันกันมากตามดัชนีชี้วัดสากล ปัญหาน้ำท่วมคิดได้แค่ให้ใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับคิดเองว่า ทำได้ดีประเทศก้าวหน้า ทั้งที่เพื่อนบ้านแซงหน้าไปหมดแล้ว ที่นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน พยายามบอกว่าเศรษฐกิจไทยปี 66 เป็นขาขึ้น ขายฝันมากกว่า ปีหน้าจะเผชิญปัญหาอีกมาก เช่น เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งออกคงไม่เพิ่มมากนักอาจจะลดลงด้วย หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังดื้อรั้นเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะพบกับอุปสรรคหนักมาก คนไทยจะยิ่งลำบาก ประเทศเสื่อมถอย ลงอีก ถึงเวลาที่ต้องสำนึกและออกไปได้แล้ว

ขอหลังเอเปกยุบสภาให้ ปชช.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์รอดจากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ชะตากรรมคนไทย 66 ล้านคน อาจไม่รอด 8 ปีเต็มที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานล้มเหลว ไม่ว่าจะตอนรัฐประหารหรือหลังเลือกตั้งปี 62 ล้มเหลวทุกมิตินอกจากเดินหน้าสร้างหนี้กู้เงินทำลายสถิติไปเรื่อยๆ ประชาชนต้องช่วยกันจับตาว่าจะกู้มาแจกซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์รู้ตัวดีว่าถ้าลาออกหรือยุบสภาโอกาสกลับมาเป็นนายกฯแทบเป็นศูนย์ พยายามสืบทอดอำนาจให้นานที่สุด แม้ถูกขับไล่อย่างหนักก็ตาม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์พอเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน หลังจบเอเปกควรยุบสภา เปิดโอกาสให้ประเทศได้เลือกผู้นำด้วยมือประชาชน

สอนมวยวางยุทธศาสตร์ ศก.

นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรค พท. กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องก้าวข้ามไปเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หากเราไม่รีบพัฒนาจะล้าหลังตามไม่ทันหลายๆประเทศ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ และผลกระทบด้านเศรษฐกิจหลายๆด้านกำลังส่งผลกระทบ การบริโภคและกำลังซื้อในระยะยาวจุดเริ่มสำคัญ คือ ที่ไหนมีถนนที่นั่นมีเงิน ต้องเร่งทำโครงสร้างพื้นฐาน ที่เอื้ออำนวยกับเศรษฐกิจมหภาคไปจนถึงท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ถนนคอนกรีต แต่ต้องเป็นทางน้ำ และทางรางด้วย เพราะห่วงโซ่การผลิตของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง เราต้องชิงความได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ไทยเป็นศูนย์กลางเอเชียใต้ และดึงต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนบนความได้เปรียบนี้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ๆในอนาคต อาทิ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV อุตสาหกรรมเทคโนโลยี หรือแม้แต่อุตสาหกรรมอวกาศที่มหาอำนาจสนใจ เราต้องกำหนดบทบาทในห่วงโซ่นี้ให้ชัดเจน

สภาปัดตกปมแจกกล้วย 5 ล้าน

ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการจริยธรรม เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ว่า ที่ประชุมมีติรับเรื่องสอบจริยธรรมนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ถูกร้องเรียนกรณีครอบครองที่ดินป่าดงพระทาย ต.พระทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และรับเรื่องตรวจสอบจริยธรรมนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กรณีเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สินโดยมิชอบแลกกับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใน กมธ.หรืออนุ กมธ. และที่ประชุมยังมีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณากรณีการตรวจสอบการแจกเงิน 5 ล้านบาท ให้ ส.ส.แลกเสียงโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 เนื่องจากเห็นว่าการร้องเรียนยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเป็นการกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ส.ส. ส่วนกรณีการขอให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่ไปปรากฏตัวในพื้นที่ชุมนุมของเยาวชนปลดแอก และการใช้ตำแหน่ง ส.ส.ไปประกันตัวผู้ต้องหา คณะกรรมการฯไม่รับเรื่องไว้ เนื่องจากเรื่องร้องเรียนไม่เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการจริยธรรม