กรรมการสิทธิมนุษยชน ขอบคุณ ศบค. ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 หลังสถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น พร้อมเสนอให้ยุติการดำเนินคดีประชาชนที่ออกมาใช้เสรีภาพชุมนุม
วันที่ 29 กันยายน 2565 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2565 มีมติเห็นชอบยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 19) ลงวันที่ 27 ก.ค. 2565 รวมทั้งบรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่ง ที่นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ใช้อำนาจแห่งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหมดโดยให้มีผลในวันที่ 30 กันยายน 2565 เป็นต้นไปนั้น
ทั้งนี้ กสม. เห็นด้วยและขอขอบคุณ ศบค. ที่มีมติดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายไปมากแล้ว และที่ผ่านมาในหลายกรณี การดำเนินการตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และข้อกำหนดที่ออกตามประกาศดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพในการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่ง กสม. เคยมีข้อเสนอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ รวมถึงข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 27) ข้อ 11 ด้วยแล้ว
...
อย่างไรก็ตาม กสม. เห็นว่า เมื่อมีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ รวมถึงข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งต่างๆ แล้ว พนักงานสอบสวนควรยุติการดำเนินคดีกับประชาชนที่ออกมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ หรือคดีเกี่ยวเนื่องกับความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบคดีควรใช้ดุลพินิจในการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี หรือหากเห็นว่าสังคมโดยรวมจะไม่ได้รับประโยชน์หากมีการดำเนินคดี ก็ควรเสนอความเห็นไปยังอัยการสูงสุดในการสั่งไม่ฟ้องหรือถอนฟ้องคดีอาญาดังกล่าว โดยคำนึงถึงความจำเป็นของการดำเนินคดี รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนเป็นสำคัญ.