"กรณ์" อดีตรมว.คลัง ยก บทเรียนจากวิกฤติเงินปอนด์ อังกฤษ สู่ "ทางรอดของค่าเงินบาท" แนะ ทำ 3 ข้อ เน้นอย่าไปสู้กับดอลลาร์ สู้ไปมีแต่เจ๊ง ใช้ประชุมเอเปกเป็นโอกาส เพิ่มรายได้ ส่งเสริมภาพลักษณ์ ดึงนักท่องเที่ยว 

วันที่ 29 ก.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณี การลดค่าเงินปอนด์ของอังกฤษ ว่า ถือเป็นการปรับลดค่าเงินปอนด์อย่างรุนแรงเป็นผลโดยตรงจากนโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังคนใหม่ ตามที่นายกฯ Liz Truss ได้หาเสียงไว้ว่า จะทั้งเพิ่มเงินกู้อย่างมหาศาล และจะปรับลดภาษีพร้อมกัน ท่ามกลางความกดดันที่มีอยู่เดิมจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งอังกฤษขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่แล้วถึง 8% ของ GDP และอาจจะเพิ่มเป็น 10% ได้ด้วยนโยบายของนายกฯ คนใหม่ ในขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ที่กว่า 100% ของ GDP อยู่แล้ว

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้เงินปอนด์อยู่ที่ประมาณ 1.08 ต่อดอลลาร์ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อ่อนค่าที่สุดเป็นประวัติศาสตร์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สาเหตุคือวิกฤติศรัทธา นักลงทุนสูญเสียความไว้วางใจในนโยบายรัฐบาล นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไทยเราเองกำลังจะเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้ง คือเข้าสู่ช่วงลดแลกแจกแถม เราจึงต้องตระหนักในความรับผิดชอบทางการคลัง

...


“วันนี้เราเป็นประเทศที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างมากที่สุดในอาเซียนเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยของอเมริกา หากทำอะไรให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นมาเราจะเสี่ยงที่จะถูกตลาดเงินกดดันให้ต้องเพิ่มดอกเบี้ยอย่างแรง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับผู้ประกอบการและประชาชนที่เป็นหนี้ อย่าคิดว่าทำอะไรก็ได้ เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลกที่วันนี้เปราะบางมาก ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น เป็นเรื่องสำคัญที่สุด” อดีต รมว.คลัง กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในระหว่างนี้ ขอให้คำแนะนำไว้ 3 ข้อดังนี้ คือ 1. อย่าพยายามไปสู้กับดอลลาร์ อย่าไปชี้ว่าบาทต้องเท่านี้เท่านั้น เขาเป็นเจ้าของแท่นพิมพ์ สู้ไปมีแต่เจ๊ง 2. แบงก์ชาติมาถูกทางแล้ว ที่ไม่คิดใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือต่อกรกับดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มดอกเบี้ยมากคนไทยยิ่งเจ็บ อย่าลืมว่า "ดอลลาร์แข็ง บาทไม่ได้อ่อน" รัฐบาลเพียงอย่าไปทำให้บาทอ่อนขึ้นมาเหมือนเงินปอนด์ และ 3. ต้องเร่งเพิ่มปัจจัยที่ทำให้บาทแข็งค่า เพิ่มภูมิคุ้มกัน นั่นคืออุดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เพิ่มรายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมภาพลักษณ์เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาให้มาก ช่วยกันใช้โอกาสประชุม APEC ให้คนทั้งโลกเห็นมุมบวกของประเทศ อย่าให้มีเหตุการณ์ฟื้นคืนภาพหลอนประชุมอาเซียนเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ถ้าสิ้นปีนี้นักท่องเที่ยวไม่มา เราเหนื่อยแน่