เลขาฯ กกต.เมินเสียงร้องพรรคการเมือง จี้ผ่อนคลายกฎเหล็ก ย้อนปี 2562 ก็ปฏิบัติ เช่นนี้ ย้ำ ส.ส.หรือ กมธ.ลงพื้นที่พบปะนำเสนอนโยบายได้ แต่ห้ามแจกของ ส่งรองเลขาฯ กกต.แจง กมธ.กิจการสภาฯ ตัวแทนพรรครุมซักแนวปฏิบัติ 180 วันอันตราย เตือนทำผิด ก.ม.ก่อนยุบสภาเสี่ยงถูกสอย ขึ้นป้ายหาเสียงห้ามใส่ร้ายป้ายสี “ชวน” สั่งฝ่ายกฎหมายสภาฯทำคู่มือแจก ส.ส. “บิ๊กป้อม” ถกลูกพรรคกำชับเดินตามกฎ กกต. พปชร.บ่นอึดอัดมอบของช่วยชาวบ้านไม่ได้ “บิ๊กตู่” ประชุมสภากลาโหมส่งท้ายปีงบฯ 65 จ่อปักหลักลุ้นศาล รธน.ตัดสินวาระ 8 ปี ที่บ้าน ร.1 รอ. “โฆษกกลาโหม” ขอให้อุ่นใจสบายใจได้ ยันไม่มีรัฐประหาร “อนุทิน” บอกอีกแป๊บเดียวหลังเอเปกยุบสภาแล้ว “ก้าวไกล” ถล่มกัญชาเสรีอันตรายทำลายสุขภาพ ปชช. “ทักษิณ” ขยี้คลิปเด็กพี้กัญชาทุเรศสุดๆ แซะ “พี่ป้อม-น้องตู่” ซดเกาเหลา
แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมซักซ้อมความเข้าใจกับ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดเกี่ยวกับเกณฑ์การหาเสียงช่วง 180 วันก่อนสภาฯครบวาระอย่างละเอียด แต่พรรคการเมืองยังไม่สิ้นข้อสงสัยพร้อมเรียกร้องให้ผ่อนคลายการมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่เลขาธิการ กกต.ยืนยันไม่สามารถทำได้
กกต.แจงแนวปฏิบัติ 180 วันอันตราย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ก.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร มีนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เชิญ กกต. มาให้ข้อมูลแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งในช่วง 180 วัน ก่อนครบอายุเทอม 4 ปี สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 มี.ค.66 มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.เป็นผู้ชี้แจงข้อมูลต่อ กมธ. ขณะที่ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมรับฟังพร้อมเพรียง โดยนายอนันต์ขอให้ตัวแทน กกต.ชี้แจงหลักเกณฑ์การปฏิบัติตนของบุคคล 4 กลุ่มได้แก่ 1.ผู้ประสงค์ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. 2.รัฐมนตรีและข้าราชการการเมือง 3.ข้าราชการทั้งระบบ 4 ส.ส. และ กมธ.ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ จะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ชี้แจงว่าช่วงเวลา 180 วัน ยังคำนวณค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งหาเสียงตามกฎเกณฑ์เดิม สามารถโฆษณาหาเสียง ใช้แผ่นป้ายตามระเบียบ ดำเนินชีวิตตามปกติไปร่วมงานประเพณีต่างๆ เช่น งานศพวางพวงหรีดได้ แต่ไม่สามารถวางพัดลม ผ้าห่ม ของใช้ต่างๆได้ เพราะเป็นสิ่งของ สิ่งใดสุ่มเสี่ยงไม่ควรทำ ไม่ควรใช้ความได้เปรียบในการหาเสียง
...
ทำผิดก่อนยุบสภาฯมีความเสี่ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมมีสมาชิกซักถามข้อสงสัยหลายประเด็น อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ถามการคำนวณค่าใช้จ่ายตามระเบียบ กกต. ยึดตามวันครบอายุสภาฯ วันที่ 23 มี.ค.66 แต่หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อน จะเริ่มต้นคิดคำนวณค่าใช้จ่ายอย่างไร และช่วงเวลานี้ร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นปัญหาต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายหรือไม่ ตลอดจนตั้งข้อสังเกตเอกสารชี้แจงรายละเอียด กกต.ที่เผยแพร่วันที่ 27 ก.ย.65 แม้มีรายละเอียดครบถ้วน แต่ไม่มีการลงนามรับรองตามกฎหมาย จึงไม่มั่นใจจะนำไปใช้อ้างอิงได้จริงหรือไม่ โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ชี้แจงว่า หากทำผิดก่อนช่วงครบวาระสภาฯ แล้วต่อมามีการยุบสภา ฐานความผิดขณะที่ทำมีกรอบอยู่กรอบหนึ่ง แต่เมื่อกรอบเดิมยกเลิกก็มาเริ่มกรอบใหม่ ต้องมีการหารือกันอีกหลายรอบ แต่ถ้าผิดต้องรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เตือนป้ายหาเสียงห้ามให้ร้าย
ขณะที่ น.ส.นภาพร เพ็ชรจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย สอบถามถึงการไปร่วมงานศพว่า เหตุใดมอบได้แต่พวงหรีด แต่ไม่สามารถมอบผ้าหรือพัดลมได้ และการหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย กกต.จะคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร ร.ต.อ.ชนินทร์ชี้แจงว่า การไปร่วมงานศพให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดได้ เพราะเป็นการคารวะศพ แต่การให้อย่างอื่นถือเป็นสิ่งของ การให้พวงหรีดที่เป็นดอกไม้สดจะได้บุญมากกว่า ส่วนการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถ้ามีค่าใช้จ่ายให้นำมาคิด อย่างกรณีมีแฟนคลับมาช่วยหาเสียงในโซเชียล หากเกิน 10,000 บาทให้นำมาแจ้งพรรคการเมืองเพื่อคิดเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนวิธีการตรวจสอบหากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น กกต.ต้องพิสูจน์ความผิดนั้น ข้อความที่จะเขียนในป้ายหาเสียงที่เขียนได้จะเป็นการเขียนชื่อผู้สมัคร เบอร์โทรศัพท์ นโยบายพรรค สโลแกน แต่ให้พึงระวังเรื่องการให้ร้ายป้ายสีบุคคลอื่น
“ชวน” สั่งฝ่าย ก.ม.ทำคู่มือแจก ส.ส.
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวว่า ขอบคุณ กกต. ที่พยายามให้แนวทางการปฏิบัติจะได้เข้าใจชัดเจนขึ้น แต่อะไรที่ยังเป็นข้อสงสัยขอแนะนำเพื่อนสมาชิกให้ระมัดระวัง ถ้าเสี่ยงอย่าทำ เดี๋ยวตีความแตกต่างกันไป ทุกคนรู้ว่าอะไรควรเสี่ยง ไม่ควรเสี่ยง เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ให้ฝ่ายกฎหมายสภาฯศึกษาคำแนะนำและระเบียบ กกต.ที่ประกาศออกมา รวมทั้งข้อกฎหมายอื่นให้จัดส่งข้อมูลที่ฝ่ายกฎหมายสภาฯศึกษาให้ ส.ส.ทุกคนรับทราบ เพื่อเป็นประโยชน์แนะนำกัน รายละเอียดนอกเหนือจากข้อบังคับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้ายึดกฎหมายเป็นหลักเอาไว้จะปลอดภัย อยากให้ ส.ส.ทุกคนระมัดระวัง ข้อสังเกต ส.ส.ถึงการใช้งบของ กมธ.สภาฯไปจัดเวทีเสวนาในพื้นที่ตัวเอง จะผิดกฎหมาย กกต.หรือไม่ เป็นบทบาท กมธ. ไม่น่าจะมีปัญหา สภาฯและ กมธ.ยังอยู่ ข้อสังเกตว่าเวทีเสวนาอาจเชิญหัวคะแนนมาต้องดูข้อเท็จจริง กมธ.ไม่ได้มีคนเดียวหรือพรรคเดียว มีแต่ละพรรคอยู่ในนั้น จากนี้ต้องยึดระเบียบ กกต. ไม่แน่ใจเรื่องใดอย่าไปทำ เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ยังไม่มีผลบังคับใช้จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายชวนตอบว่า ศาลรัฐธรรมนูญทราบดีต้องวินิจฉัยในเวลาเท่าใด เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดเวลา เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ได้เซ็นหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องมาส่งหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งมา จะรีบส่งไปให้
กกต.สอบป้ายต้อนรับ “บิ๊กป้อม”
วันเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีพรรค พท.ร้องขอให้ตรวจสอบป้ายต้อนรับการลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรักษาการนายกฯ ที่มีรูป ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พปชร.อยู่ด้วยว่า กกต.ต้องตรวจสอบอยู่แล้วถึงไม่ร้องต้องตรวจสอบ เมื่อถามต่อว่า กกต.จะให้ความชัดเจนได้หรือไม่ว่าการที่ป้ายมีชื่อ และรูปว่าที่ผู้สมัครทำได้หรือไม่ นายแสวงตอบว่า ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ทำไม่ได้ แต่ในพื้นที่เราไม่รู้ เพราะประกาศมีผลวันที่ 24 ก.ย.แต่คณะของ พล.อ.ประวิตร ไปวันที่ 25 ก.ย. และวันที่ 26 ก.ย.มีการนำป้ายลง ขณะที่บางป้ายยังไม่เอาลงอาจเป็นเพราะกฎหมายเขียนให้เวลาไว้ โดยระบุว่า ให้ ผอ.กกต.จว.แจ้งให้เจ้าของนำลงภายใน 7 วัน เท่ากับว่า เขาเห็นว่ามันมีวิธีการที่จะทำให้ถูกต้อง คล้ายกับว่า รู้ว่ามันผิดก็เอาลง เข้าลักษณะแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว แต่สำนักงาน กกต.กำลังสอบเรื่องนี้อยู่
ย้ำผ่อนกฎเหล็กไม่ได้-ห้ามแจกของ
เมื่อถามว่า กฎเหล็ก กกต.เหมือนไม่คุมเข้มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้ขณะนี้รัฐมนตรีลงพื้นที่จำนวนมาก นายแสวงตอบว่า ที่ผ่านมาใครเป็นรัฐบาลก็ทำอย่างนี้ เพราะมีหน้าที่ไปห้ามไม่ให้ดูแลประชาชนตามอำนาจหน้าที่คงไม่ได้ เพียงแต่ เมื่อลงพื้นที่ไปแล้ว อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนที่ ส.ส.และพรรคการเมือง อยากให้ กกต.คลายความเข้มข้นของกฎเหล็ก 180 วันคงไม่ได้ เพราะไปยกเลิกกฎหมายไม่ได้ ปี 2562 ก็ปฏิบัติแบบนี้ การที่ ส.ส.หรือ กมธ.จะลงพื้นที่พบปะพูดคุย นำเสนอนโยบายกับประชาชนหาเสียงทำได้อยู่แล้ว แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ให้ทรัพย์สินเงินทองหรือสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น ถุงยังชีพ เมื่อถามว่า กกต.หนักใจหรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสมาลง นายแสวง ตอบว่า ไม่เข้าใจว่าทัวร์คืออะไร ไม่หนักใจอะไร
พปชร. ซักซ้อมความเข้าใจ
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรค พปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรค และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม ส.ส.ทำความเข้าใจตามประกาศ กกต.ช่วง 180 วันก่อนการเลือกตั้ง โดยมีการแจกเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนรูป พล.อ.ประวิตร มีข้อความ “ใจบันดาลแรง” ให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคด้วย หลังเสร็จการประชุมแกนนำพรรคและ ส.ส.พรรคทยอยขึ้นไปพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ห้องทำงานชั้นที่ 21 ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์กรณีเข้าร่วมประชุมพรรคพปชร. ว่าได้กำชับกับลูกพรรคและ ส.ส.ปฏิบัติตามคำสั่งของ กกต. เมื่อถามย้ำว่ารัฐมนตรีปฏิบัติอย่างไร พล.อ.ประวิตรย้ำว่า ไม่ว่าจะใครทั้งนั้น
อึดอัดแจกของช่วยชาวบ้านไม่ได้
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายได้แนะนำและแจกคู่มือปฏิบัติตนช่วงลงพื้นที่ให้ ส.ส.ที่มีบางอย่างคาบลูกคาบดอก เช่น ทำป้ายหาเสียงก่อนวันที่ 24 ก.ย.ขนาดอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนด ต้องปรับปรุงหรือปลดออก คิดว่าเรื่องนี้ กกต.คงแจ้งเตือนไม่ถึงขนาดลงโทษอะไร ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกำชับ ส.ส.ต้องระวังอย่าทำอะไรผิดกฎหมาย และย้ำให้ช่วยงานชาวบ้านในช่วงที่มีพายุโนรู แต่อย่าไปแจกของ ถ้าพบชาวบ้านเดือดร้อนให้มาบอกรัฐบาล ยอมรับว่าอึดอัดกับการลงไปพื้นที่ที่มีข้อจำกัดแจกของช่วยบรรเทาความเดือดร้อนไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร การมอบพวงหรีดงานศพ ถ้าใช้ดอกไม้สดทำได้ แต่ยุคใหม่ใช้เป็นพัดลมหรือดอกไม้จันทน์มาทำพวงหรีดเพื่ออาจนำไปใช้ต่อ
ภท.ยันป้ายพักหนี้ตั้งก่อน 180 วัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงระเบียบ กกต.เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรค ภท.มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายทำข้อแนะนำให้แก่สมาชิกและว่าที่ผู้สมัครทุกคนแล้ว เราต้องปฏิบัติตาม กกต.อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีเรื่องมีราวเป็นอุปสรรคในอนาคต เมื่อถามถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นชี้เบาะแสให้ กกต.ตรวจสอบป้ายพักหนี้ 3 ปี ของพรรค ภท.ที่ติดตั้งหลายพื้นที่ นายอนุทินตอบว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน 180 วัน เห็นว่า กกต.จังหวัดแจ้งให้ไปแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 3 วัน แต่หลังจากนี้เราจะทำตาม กกต.กำหนด
ปชป.สัมมนา ส.ส.สู้ศึกเลือกตั้ง
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันที่ 1-2 ต.ค. พรรคจะจัดสัมมนา ส.ส. ที่ จ.กระบี่ เตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาเลือกตั้งที่อาจมีขึ้นเร็วๆนี้ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติตัวช่วง 180 วันอันตราย ถึงแม้ กกต.จะประชุมร่วมกับ กกต.จังหวัดให้เข้าใจตรงกัน แต่ยังมีคำถามอีกพอสมควรว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้ ฝ่ายกฎหมายพรรคได้สรุปแนวทางการปฏิบัติให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคได้รับทราบ ท่านใดมีอะไรยังสงสัยสอบถามฝ่ายกฎหมาย ยืนยันว่าพรรคพร้อมทำตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ
แฉ “เราเที่ยวด้วยกัน” เบี้ยวส่วนลด
น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เปิดเผยว่า ขณะลงพื้นที่เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะลันตาว่า เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐ ประสบปัญหาการจ่ายเงินล่าช้า บางรายไม่ได้จ่ายเงินให้เลย อ้างว่าส่งเอกสารไม่ครบถ้วน ปฏิเสธการจ่ายเงิน เข้าใจว่ามีบางกลุ่มที่อาจตุกติกหรือมีการทุจริต หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องคัดกรองออกไป ไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการที่สุจริต ปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าพบว่าเกิดปัญหาทั่วประเทศ ค้างชำระเงินสนับสนุน 40% ให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมทั้งเฟส 3 และเฟส 4 มูลค่ารวมมากกว่า 100 ล้านบาท อยากให้ รมว.การท่องเที่ยวฯ เร่งแก้ไขโดยด่วน
พท.จี้ผ่อนปรนเปิดช่องช่วย ปชช.
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องให้ กกต.พิจารณาทบทวนระเบียบเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวิกฤติจากภัยพายุโนรูว่า ประเทศไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่นโนรูรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ กกต.กลับออกระเบียบ 180 วัน ห้ามหาเสียงเลือกตั้งก่อนสภาฯครบวาระอย่างเข้มงวด ไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เช่น อุทกภัย ทำให้ผู้แทนฯไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เลือกให้มาดูแลพวกเขาได้เลย ประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใคร ไม่ให้เราลงไปช่วยเหลือในภาวะวิกฤติได้เลย ทำได้เพียงส่งกำลังใจทั้งที่เมื่อก่อนทำได้ มีเจตนาอะไร จะเปิดช่องให้เพียงฝ่ายรัฐบาลทำได้ฝ่ายเดียวเท่านั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ผ่อนคลายระเบียบตรงนี้เร่งด่วน
“สมคิด” มั่นใจ พท.แลนด์สไลด์
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดว่า ประชาชนตอบรับผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเกินกว่าที่คาดหมาย สะท้อนว่าประชาชนส่งสัญญาณถึงรัฐบาลว่าต้องการการเปลี่ยนแปลง และจากการเลือกตั้งท้องถิ่น 3 แห่งคือ กรุงเทพฯ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทยจำนวนมาก ตอกย้ำว่า ประชาชนเบื่อรัฐบาลนี้เต็มทีแล้ว การเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าแลนด์สไลด์ เพราะมั่นใจว่าประชาชนตอบรับและที่ผ่านมา ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แม้ไม่มีอำนาจแต่ก็ไม่เคยทิ้งพื้นที่ เชื่อว่าผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาสะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่าไม่พอใจรัฐบาลได้เป็นอย่างดีและรอโอกาสเข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะถึง เชื่อว่าประชาชนจะให้บทเรียนกับรัฐบาลที่ไม่จริงใจช่วยเหลือประชาชน
“จิรายุ” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 4 ก. ฮั้วประมูล
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาลองค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชนและกองทุน สภาฯ ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.เอาผิดผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ โดยนายจิรายุกล่าวว่า หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ กมธ.กิจการศาลฯ สืบหาข้อเท็จจริงพบพยานหลักฐานควรเชื่อได้ว่ามีข้าราชการระดับสูง 4 กระทรวง รู้เห็นเป็นใจกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ เป็นกระบวนการแบ่งแยกหน้าที่เป็นเครือข่ายกับกลุ่มบริษัทเอกชน วางแผนกำหนดนโยบายวิธีการประมูลโครงการนำไปสู่การทุจริตฮั้วประมูลต่อเนื่องกันในงบฯปี 2563-2565 รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ชงเป็นคดีพิเศษโกงหมื่นล้าน
นายจิรายุกล่าวอีกว่า กมธ.ยังมีมติยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำผิดมีมูลค่าสูง รวมมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท พฤติกรรมคล้ายองค์กรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน จากนั้นเวลา 13.20 น.นายจิรายุไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ายื่นเรื่องดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ มี พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รับหนังสือ
“บิ๊กป้อม” โชว์เปิดห้องนั่งถกม็อบ
เมื่อเวลา 16.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ เปิดโอกาสให้นายประพาส โง่กสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (อสส.) และสภาประชาชน 4 ภาค พร้อมตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมรวม 15 คน เป็นกลุ่มที่ปักหลักชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนินและถนนพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. เข้าพบ โดยนายประพาสชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ชุมนุม ทั้งหนี้สิน ที่ดินทำกิน และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าเห็นใจและห่วงใยกลุ่มผู้ชุมนุม ขอบคุณผู้ที่มาชุมนุมกันด้วยความสงบ เข้าใจดีถึงความรู้สึกทุกคน นอกจากเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆแล้วยังต้องเดินทางจากบ้านมาไกล ต้องมาพักอาศัยในเขตเมืองที่ไม่คุ้นเคย ยินดีรับฟังปัญหาความเดือดร้อน พร้อมข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม รับปากจะรีบนำไปหารือในรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ปัญหาขจัดความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรมโดยเร็วที่สุดต่อไป
“บิ๊กตู่” ถกสภา กห.ก่อนศาลชี้ขาด 8 ปี
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหม มีคณะผู้จัดงาน Defense Security Thailand เข้าพบ รวมทั้งให้คณะผู้ช่วยทูตทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศเข้าพบเพื่อรับนโยบาย จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ 2565 ที่สำคัญเป็นการประชุมของ ผบ.เหล่าทัพชุดเดิม ได้แก่ พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. รวมทั้งเป็นการประชุมสภากลาโหมก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะลงมติวินิจฉัยกรณีวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.
ปักหลักลุ้นคำวินิจฉัยอยู่ที่บ้าน ร.1
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์หลบผู้สื่อข่าวไปลงประตูด้านข้างศาลาว่าการกลาโหม ก่อนขึ้นรถส่วนตัวกลับออกไป สำหรับช่วงเช้าวันที่ 30 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้าทำงานภายในกระทรวงกลาโหมตามปกติ และจะเดินทางออกไปช่วงเที่ยง เนื่องจากทางกระทรวงกลาโหมจัดพิธีอำลาตำแหน่งและรับส่งหน้าที่ของปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกลับเข้าบ้านพักที่ ร.1 รอ. เพื่อลุ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
โฆษก กห.ขอให้อุ่นใจไร้รัฐประหาร
พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐประหารว่า ยืนยันว่าไม่มีรัฐประหาร ใครจะพูดอย่างไร ด้วยวัตถุประสงค์อะไร ต้องไปถามคนนั้น ทหารไม่มีเงื่อนไขอะไรที่นำไปสู่ตรงนั้น อีกทั้งในที่ประชุมสภากลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีรัฐประหารทั้งสิ้น ขอให้อุ่นใจและสบายใจ ด้าน พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณสมาชิกสภากลาโหมที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นกันเอง โดย พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีผ่อนคลาย ไม่ได้พูดกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัย การดำรงตำแหน่งครบวาระ 8 ปีนายกฯ วันที่ 30 ก.ย.นี้
“บิ๊กปั๊ด” แจงแผนรับม็อบไม่รุนแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมสภากลาโหม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้นำแผนรับมือผู้ชุมนุมในวันที่ 30 ก.ย. มารายงาน โดยยืนยันว่าสถานการณ์ไม่รุนแรงเหมือนปี 2552 และ 2553 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้พรกับผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย. พร้อมฝากถึงผู้ที่ได้รับตำแหน่งต่อให้ทำหน้าที่ให้ดีเหมือนกับคนก่อนหน้านี้ และกำชับให้ดูแลกำลังพล โดยเฉพาะการแสดงออกพฤติกรรมต่างๆ เพราะทหาร 1 คน ส่งผลเสียต่อภาพรวมของหน่วยทหาร เช่น กรณีจ่าสิบเอกก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานในห้วงที่ผ่านมา
“หนู” ลั่นอีกแป๊บก็ยุบสภาแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 30 ก.ย.ว่า ต้องให้กำลังใจหัวหน้ารัฐบาลของเรา ทำงานร่วมกันมาจะ 4 ปีอยู่แล้ว มีทุกข์ร่วมทุกข์มีสุขร่วมเสพ พล.อ.ประยุทธ์รอคำพิพากษาไปวิตกกังวลคงไม่ได้ เราไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร ของบางอย่างมันอยู่เหนือความควบคุม เมื่อถามว่าสังคมกังวลว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปต่อจะมีม็อบ นายอนุทินตอบว่า สังคมไม่ต้องเป็นห่วง สภาฯชุดนี้ครบเทอมวันที่ 23 มี.ค.66 เหลือเวลาอีก 5-6 เดือน เราประคับประคองบ้านเมืองไป งานประชุมเอเปกใครจะมาไม่มาไม่เป็นไร แต่การประชุมต้องเกิด ต่อให้ตัวจริงไม่มาก็มีตัวแทนมา เราควรมีผู้นำได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพอย่างเต็มที่ พอพ้นเดือน พ.ย.และ ธ.ค.เป็นเทศกาลปีใหม่ แป๊บเดียวอาจยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ รอเต็มที่ถึงแค่เดือน มี.ค.นี้เท่านั้น
เชื่อเอเปกไร้ “ไบเดน” ไม่กร่อย
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่เดินทางมาร่วมการประชุมเอเปกว่า เราเป็นเจ้าภาพไปบังคับไม่ได้ เป็นเรื่องของแต่ละประเทศ นายโจ ไบเดนไม่มา มีรองประธานาธิบดี ที่บริหารจัดการได้มา เมื่อถามว่า การประชุมจะไม่กร่อยใช่หรือไม่ เพราะนายไบเดน ไม่มา นายอนุทินกล่าวว่า หากดูจากการประชุมเอเปกกรณีการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขเอเปกกร่อยหรือไม่ ผู้สื่อข่าวก็เห็นคึกคักดี และบรรลุข้อตกลงด้านสาธารณสุขโลก มีรัฐมนตรีสาธารณสุขโลกมามากมาย
รบ.ชวนผู้นำทั่วโลกเยือนภูมิภาค
นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายก รัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลไทยเรียกร้องให้มหาอำนาจของโลกใช้การประชุมระดับภูมิภาคและระดับโลกที่จะเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดือน พ.ย. เป็นเวทีเพื่อหารือแนวทางแก้ไขสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง (ASEAN Summit) ในวันที่ 11-13 พ.ย. ณ กรุงพนมเปญ การประชุมผู้นำจี 20 ในวันที่ 15-16 พ.ย. ที่เมืองบาหลี และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC) วันที่ 18-19 พ.ย.ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสสำคัญ สำหรับผู้นำระดับโลกในการเจรจาและค้นหาแนวทางออกสำหรับสถานการณ์ยูเครน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พลังงานและความมั่นคงด้านอาหารของโลก สหประชาชาติเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ทุกฝ่ายอาจพิจารณาใช้โอกาสนี้หารือคลี่คลายสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
“เต้” บนวิ่งรอบสภาไล่ “ประยุทธ์”
ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีนายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะ กมธ.กฎหมายยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯแจ้งความเอาผิด 4 ศิลปินที่ร้องเพลงในคอนเสิร์ต 4 แยกปากหวาน เสียดสี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า หากศิลปินทั้ง 4 คนต้องการสู้คดี พร้อมส่งทนายความของพรรคไปต่อสู้คดีให้ เพราะเป็นเสรีภาพของศิลปินและประชาชนที่ท้วงติงติติงรัฐบาลได้ ถ้าปิดปากเหมือนเผด็จการ 100% อีก 2 วันจะรู้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หรือไป ถ้าถูกตัดสินให้ไปจะตัดสกินเฮดวิ่งรอบสภา 9 รอบ แต่วันที่ 29 ก.ย.เวลา 09.09 น.วันก่อนวันตัดสินจะเอาของมาเซ่นไหว้พระสยามเทวาธิราช ศาลตายาย ที่รัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามลายลักษณ์อักษร อย่าตัดสินโดยคำให้การใหม่ จากนั้นเวลา 09.30 น.จะซ้อมวิ่งรอบรัฐสภา 1 รอบเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ไป ขอให้นายกฯคนใหม่รักษาสุขภาพ ท่านเดินไม่ค่อยถนัด อยากให้ฝึกเดินจะได้มีสุขภาพแข็งแรง ดูแลประเทศต่อไปอีก 4 เดือนได้
“หมอวาโย” เฉ่งนโยบายอันตราย
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงคลิปวิดีโอเด็กนักเรียนสูบกัญชาในห้องเรียนเผยแพร่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นภาพสะท้อนชัดเจนต่อนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นไปเพื่อการแพทย์หรือสันทนาการกันแน่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข อ้างตลอดเวลาว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางการแพทย์ มีผลประโยชน์อะไรต่อวงการแพทย์ไทยบ้าง เห็นมีแต่รายงานเคสจากกัญชาเพิ่มขึ้น คุณหมอบ่นกันรายวัน จนถึงขนาดลงชื่อกันเป็นพันคนต่อต้าน ก่อนอ้างต้องรู้ก่อนว่าวงการแพทย์ต้องการอะไร ขาดแคลนยาหรือวิธีการรักษาอะไร และกัญชานำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้จริงหรือไม่ หรือรักษาโรคอะไรได้บ้าง กัญชาในไทยถือว่าเสรีมากที่สุดในโลก หาซื้อกัญชาได้ง่ายกว่าสุราและบุหรี่ เหล้ากับบุหรี่คนขายไม่สามารถโฆษณาได้เลย แต่นี่ รมว.สาธารณสุขนำกระทรวงมาโปรโมตกัญชา หนักกว่าเหล้าบุหรี่อีก ถ้าจะบอกว่าเอาไปใช้ในทางการแพทย์จริงๆ ไม่ควรต่ำกว่ามาตรฐานของการควบคุมมอร์ฟีนที่ใช้ในทางการแพทย์หรือไม่ อยากฝากไปถึงนายอนุทินหรือที่เรียกตัวเองว่าหมอหนู ชอบมาให้ข้อมูลกัญชาทางการแพทย์แบบผิดๆ ว่าถ้าอยากทำตัวเป็นหมอ ให้ไปเรียนแพทย์มาก่อนออกนโยบายที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน
“ทักษิณ” ฉะรูปเด็กสูบกัญชาทุเรศสุดๆ
ด้านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวในเพจเฟซบุ๊ก care แคร์ คิด เคลื่อนไทย ในหัวข้อ บาทอ่อนดอลลาร์แข็ง เศรษฐกิจไทยกำลังหมดแรง แสงสว่างอยู่ที่ไหน มีเนื้อหาตอนหนึ่ง กรณี ศบค.มีมติเห็นชอบยกเลิกประกาศการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลให้ ศบค.มีอันต้องยุบเลิกไปด้วยว่า เป็นเรื่องดี เพราะทั้ง ศบค. และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ลากมานานมากร่วม 2 ปีแล้ว ไม่รู้เอาไว้ทำอะไร ถือว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ กล้าที่จะทำกิจการซิโนแวคจึงต้องปิดลง หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต้องหันมาทำอีกกิจการ ซิโนหนึ่งที่สภาแล้ว ฝนตกหนักจะได้ไม่กังวล จะได้แล้วเสร็จ และส่งมอบได้เร็ว ส่วนคลิปเด็กสูบกัญชา ทุเรศสุดๆ วันนี้อ่านข่าว รมว.สาธารณสุขบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของตำรวจ เป็นหน้าที่ของโรงเรียน ทำไมปล่อยให้ไปสูบ จริงๆแล้วเราปล่อยเชื้อโรคโดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีนให้ ถ้าเราฉีดวัคซีนให้คนมีภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะคนอ่อนแอหรือเด็กทั้งหลาย แล้วค่อยๆปล่อยเชื้อเข้ามาไม่มีผลอะไร แต่นี่เราปล่อยกัญชาอย่างเสรี โดยยังไม่มีกติกาอะไรเลย แล้วมาไล่ออกกติกาภายหลัง แต่ว่ามันเข้าไปลึกแล้ว น่าเป็นห่วงต้องมาจัดการแก้ไขใหม่ แม้ใช้เพื่อการสาธารณสุขต้องมีกติกาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นข้ออ้าง คนไทยมีกฎไว้เลี่ยง ไม่ได้มีกฎไว้ปฏิบัติ เราพยายามจะเลี่ยงโน่นนี่ตลอดเวลา
แขวะ “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ซดเกาเหลา
นายทักษิณยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในวันที่ 30 ก.ย. ว่า หากมองแบบคนทั่วไป นายกฯเรียกตัวเองเป็นนายกฯมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ซึ่งครบแปดปีแล้วควรที่จะต้องรู้ตัวเอง หากจะเลี่ยงบาลีแบบที่ถนัด เพราะมีศรีธนญชัยอยู่ด้วย จะเลี่ยงไปเลี่ยงมาแบบที่ผ่านมา เป็นนายกฯแล้วบอกว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มันเลี่ยงจนวันนี้ชนกำแพงแล้ว ทุกคนมองว่าครบแปดปีแล้ว จะเลี่ยงบาลีอย่างไร ไม่รู้ว่าศาลจะคิดอย่างไร ไม่ก้าวล่วง แต่คิดว่าวันนี้ พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์สั่งเกาเหลามานั่งคนละมุมห้อง ส่วนตนสั่งก๋วยเตี๋ยวใส่เส้นมานั่งตรงกลางห้อง
คุก 3 ปี รอลงอาญา “เหรียญทอง” หมิ่น “สิระ”
ที่ศาลอาญา ศาลมีคำพิพากษาคดีที่นายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พรรค พปชร.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณากรณีวันที่ 18 พ.ค.64 ช่วงที่มีการเปิด รพ.สนาม ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ นายสิระเข้ามาตรวจ รพ.สนาม จำเลยใช้เฟซบุ๊ก “เหรียญทอง แน่นหนา” โพสต์ข้อความหมิ่นโจทก์ ศาลพิเคราะห์ว่า จำเลยโพสต์ข้อความเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป. อาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 หลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 1 แสนบาท รวม 3 กระทงคงจำคุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท แต่จำเลยประกอบคุณงามความดีแก่สังคม และประเทศชาติบ้านเมือง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี กับให้จำเลยลบข้อความที่หมิ่นประมาทในบัญชีเฟซบุ๊กจากนั้น นพ.เหรียญทองจ่ายค่าปรับแล้วเดินทางกลับ