อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้อง "สมหญิง บัวบุตร" ส.ส.เพื่อไทย จ.อำนาจเจริญ กับพวก รวม 12 คน คดีฮั้วประมูลปรับปรุงสนามฟุตซอล ต่อศาลฎีกานักการเมืองแล้ว รอนัดฟังคำสั่ง จะประทับรับฟ้องหรือไม่
วันที่ 22 ก.ย. 65 ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง อัยการสูงสุด (อสส.) ได้ยื่นฟ้อง นางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ กับพวกรวม 12 คน เป็นจําเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำ ที่ อม.18/2565
โดยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ดำรงตำเเหน่ง ส.ส.จังหวัดอำนาจเจริญ จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำเลยที่ 3 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ
เมื่อระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงเดือนมกราคม 2556 จําเลยที่ 1 ร่วมกับจําเลยที่ 2 เข้าไปพิจารณาคำขอเพิ่มเติมงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำเลยที่ 1 กำหนดรายชื่อโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้ได้รับจัดสรรงบประมาณ (งบแปรญัตติ) 15 แห่ง มีการจัดทำบัญชีคุมยอด เชิญผู้อำนวยการโรงเรียนให้เข้าร่วมรับฟังการชี้แจง จำเลยที่ 12 แจกของแผ่นซีดี (CD) และตัวอย่างเอกสาร จำเลยที่ 3 เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ได้นำข้อมูลในแผ่นซีดีมากำหนดราคากลาง เป็นเหตุให้ราคากลางสูงและแพงกว่าราคาท้องตลาด จำเลยที่ 3 พิจารณาอนุมัติแบบรูปรายการปรับปรุงสนามกีฬา (สนามฟุตซอล) และแบบแปลนสนามกีฬาคอนกรีตเสริมเหล็กที่คัดลอกมาจากแผ่นซีดี ต่อมาโรงเรียนทั้ง 12 แห่ง ได้ประกาศประกวดราคาจ้างปรับปรุงสนามกีฬาโดยกำหนดช่วงวันเวลาเดียวกัน ใช้สถานที่บริการ ตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งเดียวกัน คือ บริษัทป๊อป เนทเวอร์ค จํากัด โดยเป็นรูปแบบเดียวกันตรงตามที่ได้คัดลอกข้อมูล (COPY) มีกลุ่มผู้ประกอบการที่ยื่นเสนอราคา 3 ราย คือ จำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 5 หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 6 โดยจำเลยที่ 7 กรรมการผู้จัดการ และจำเลยที่ 8 โดยจำเลยที่ 9 กรรมการผู้จัดการ ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน และมีพฤติการณ์เข้ามายื่นซองประกวดราคาหมุนเวียนเป็นคู่เปรียบเทียบราคากัน ทั้งปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหลายรายการในการเสนอราคา เมื่อจำเลยที่ 4 และ 6 ก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างและส่งมอบงานแล้ว ปรากฏว่าสนามกีฬาฟุตซอลไม่สามารถใช้งานได้จริงตามวัตถุประสงค์ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
...
จำเลยทั้งสิบสองกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 151, 157 (เฉพาะจำเลยที่ 1, 4-12 มาตรา 86 ด้วย) พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 (เฉพาะจำเลยที่ 4-12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4, 7, 10-13 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จําเลยทั้งสิบสองมาศาลและได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ต่อไป.