“สุเทพ เทือกสุบรรณ” ระบุหากศาลตัดสินผิดทุจริตสร้างโรงพัก 396 แห่ง เตรียมปิดฉากชีวิตทางการเมือง ยัน ไม่ได้ทุจริตตาม ป.ป.ช.กล่าวหา ลั่นวันนี้ควรจบได้แล้ว นักการเมืองแห่ให้กำลังใจเพียบ

วันที่ 20 ก.ย. 2565 เมื่อเวลา 08.23 น. ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ศาลฎีกา อม.) นายสุเทพ เทพสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาคดีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และ นายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลยที่ 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดแทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

...

โดยย้ำว่าที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ทุจริต ก่อสร้างโรงพัก การกล่าวหานี้เริ่มตั้งแต่การหาเสียง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพ ซึ่งคู่แข่งการเมืองยกมาโจมตี ว่าสถานีตำรวจที่สร้างไปแล้วไม่เสร็จ จึงเอาตนเองเป็นแพะ คนที่เป็นตัวตั้งตัวตี คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งตนเองได้ฟ้องหมิ่นไปแล้ว ได้รับโทษทางกฎหมาย กระบวนการหลังจากนั้น ป.ป.ช.รับเรื่องมาสอบสวน ใช้เวลาถึง 7 ปี จนได้ส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุด แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับ ป.ป.ช. จึงส่งสำนวนกลับ แต่ ป.ป.ช.ตัดสินใจฟ้องเอง ที่ผ่านมาตนเองได้ต่อสู้ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน เอกสาร พิสูจน์ว่าไม่ได้ทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนศาลจะพิพากษาอย่างไร ก็เคารพศาล

นายสุเทพ บอกด้วยว่า ในบรรดาอำนาจอธิปไตย ยังเชื่อว่าตุลาการยังเป็นหลักและที่พึ่งของประชาชนอยู่ ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นเช่นไร พร้อมน้อมรับ และถือว่าได้ต่อสู้ตามกระบวนการอย่างเต็มที่แล้ว จึงถือเป็นวันสำคัญกับตัวเอง เพราะว่ายังมั่นใจว่าได้ทำคุณงามความดี กับประเทศชาติบ้านเมืองด้วยความสุจริตมาโดยตลอด ข้อกล่าวหาว่าทุจริต มันเป็นตราบาปในชีวิตมาหลายปี และวันนี้ถ้าศาลพิพากษายกโทษก็จะถือว่าได้รับเกียรติยศและศักดิ์ศรีกลับคืน ถ้าศาลลงโทษก็จะก้มหน้ารับกรรม ส่วนรายละเอียดที่ลึกไปกว่านี้ในเนื้อหาคดีไม่ขอพูด จะเป็นการก้าวล่วง

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า คดีนี้เป็นมหากาพย์นานกว่า 10 ปี ตนเองพยายามอธิบายชี้แจงมาตลอด การที่กล่าวหาย้ำแล้วย้ำอีก จนตกเป็นจำเลยสังคม ทำให้ประชาชนบางคนเชื่อและตัดสินไปแล้วว่าตนเองทุจริตจริง เมื่อวันนี้เดินทางมาถึงวันยุติการกล่าวหา ก็ขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ ตนเองก็สบายใจขึ้น พร้อมทั้งยังเชื่อมั่น ในความจริงพยานหลักฐาน แต่ทุกอย่างอยู่ที่การพิจารณาของศาล หากวันนี้กระบวนการศาลชี้โทษ ก็จะถือว่าเป็นการปิดฉากทางการเมือง และหากศาลตัดสินว่าตนเองไม่ผิด จะอุทธรณ์ในศาลชั้นต่อไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า พยานหลักฐานข้อเท็จจริงทุกอย่างได้ส่งให้ศาลไปหมดแล้ว จึงไม่มีหลักฐานใหม่ที่จะไปมอบให้กับศาล วันนี้ทุกอย่างควรจบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการมารับฟังคำพิพากษาวันนี้ มีบุคคลทางการเมืองเดินทางมาให้กำลังใจด้วย เช่น นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย นายเชน เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชาย นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขาประธานสภาผู้แทนราษฎร มาในนามพรรคประชาธิปัตย์ นายชายวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ส่วนกลุ่มแกนนำ กปปส. มี นายถาวร เสนเนียม นายชุมพล จุลใส นางทยา ทีปสุวรรณ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และนายสกลธี ภัททิยกุล รวมถึงยังมี น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์  นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และ น.ส.สุเนตตา แซ่โก๊ะ ส.ส.จากพรรครวมพลัง


ภาพ วัชรชัย คล้ายพงษ์