การอยู่? หรือการไป? ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารมีผลกระทบต่ออายุขัยรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร!!ศาลรัฐธรรมนูญ จึงนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ดำรงตำแหน่งนายกฯเกิน 8 ปี ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน เวลา 15.00 น.ยืดเวลาแจ็กพอตแตกไปอีก 15 วัน!!เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยคดี “นายกฯลุงตู่” ในการประชุมเมื่อวานซืน...เพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน มีเวลาอ่านคำร้องของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านให้ครบถ้วนทุกประเด็น เพื่อประกบกับคำแถลงแก้ข้อกล่าวหาของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ละเอียดรอบคอบทุกแง่ทุกมุมต้องนำคำแถลงของ “นายมีชัย ฤชุพันธุ์” อดีตประธานร่างรัฐธรรมนูญ ไปชั่งน้ำหนักกับ “หลักฐานบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 และ 501” ที่ได้รับมาจากรัฐสภาเพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงจากนั้นจึงประชุมตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญ 9 คน ตอนเช้าวันที่ 30 กันยายนเพื่อเขียนคำวินิจฉัยกลางให้เสร็จก่อนบ่าย 3 โมงเย็นวันเดียวกัน“แม่ลูกจันทร์” มองว่า คดีนายกฯ ลุงตู่ 8 ปี มีโอกาสออกได้แค่ 2 ประตูประตูที่ 1 นับอายุดำรงตำแหน่งตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2557เท่ากับลุงตู่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ตามมาตรา 158 วรรค 4 ของรัฐธรรมนูญ!!ประตูที่ 2 นับอายุดำรงตำแหน่งหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ วันที่ 6 เมษายน 2560เท่ากับนายกฯลุงตู่ยังเหลือวีซ่านายกฯอีก 2 ปี 3 เดือนส่วน “ประตูที่ 3” ที่ให้นับอายุดำรงตำแหน่งหลังเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งจะทำให้นายกฯลุงตู่ตีตั๋วยาวไปอีก 4 ปีประตูนี้โดนปิดตายถาวร!!พูดง่ายๆแบบบ้านๆ ถ้าไม่เกิน 8 ปี ก็อยู่ได้อีก 2 ปี“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า “คดีนายกฯ ลุงตู่ 8 ปี” เป็นคดีสำคัญระดับ 5 ดาว ที่คอการเมืองทั่วประเทศให้ความสนใจข้อสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยคดี “นายดอน ปรมัตถ์วินัย” รมว.ต่างประเทศ มีสถานะเป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ดังนั้นจึงต้องวินิจฉัยคดี พล.อ.ประยุทธ์ในบรรทัดฐานเดียวกับที่เคยวินิจฉัยสถานะรัฐมนตรีของนายดอนถ้าคำวินิจฉัยคดี “พล.อ.ประยุทธ์” แตกต่างจากคดี “นายดอน” ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องชี้แจงแสดงเหตุผลให้กระจ่างชัดเจนว่า “คดีลุงตู่” กับ “คดีลุงดอน” มีความแตกต่างในแง่กฎหมายตรงไหน? และอย่างไร?“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า ประเด็นวาระดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ เกิน 8 ปีหรือไม่?เป็นประเด็น “ข้อเท็จจริง”เมื่อเป็นประเด็น “ข้อเท็จจริง” ก็ไม่จำเป็นต้องตีความประเด็น “ข้อกฎหมาย” ให้มากเรื่องมากความเพราะ “ความจริง” กับ “กฎหมาย” ต้องสอดคล้องกันและ “ความจริง” กับ “กฎหมาย” ย่อมไม่ขัดแย้งกันถ้า “ความจริง” ไปทาง แต่ “กฎหมาย” ไปอีกทางก็ยุ่งตายชักน่ะซีโยม."แม่ลูกจันทร์"