หลังโปรดเกล้าฯ ย้ายทหารระดับ "นายพล" ประจำปี 2565 จำนวน 765 ตำแหน่ง มีหลายเหล่าทัพสร้าง บิ๊กเซอร์ไพรส์ เพราะการเขย่าโผแต่แรกเกิดไม่ลงตัว ต้องมีการสลับปรับเปลี่ยน จนเป็นที่ถูกใจ โดยมีผู้ที่สมหวัง ผิดหวังหลายตำแหน่ง

เมื่อส่องอำนาจท็อปบูตผลัดใบ แต่ละเหล่าทัพ ที่มีการจัดทัพ ปรับขุนพล ในการวางตัว วางทายาท เพื่อกระชับเส้นทางอำนาจให้อยู่ในวงจรพรรคพวกตัวเองให้นานที่สุด จนได้บทสรุปออกมา

ดังนั้นการจัดแถวขุนศึก "กองทัพ" รอบนี้ จึงมีหลายตำแหน่งที่ลงตัว และหลายเก้าอี้ที่ฮือฮา โดยเฉพาะที่ กองทัพบก และกองทัพอากาศ รวมถึงการวางตัวใน กองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพเรือ ที่เริ่มเห็นเค้าร่าง ผู้ที่จะรับไม้ต่อหลัง ตุลาคม 2566 เพื่อสืบทอดอำนาจรุ่นสู่รุ่น

ขณะที่ กองทัพบก "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ได้จัดแถวขยับ "บิ๊กต่อ" พล.อ.เจริญชัย สินเธาว์ ผช.ผบ.ทบ. (ตท.23) นายทหารคอแดง จากบูรพาพยัคฆ์ อดีตผู้การทหารเสือฯ และน้องรัก "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ขึ้นแท่นเป็น รองผบ.ทบ. เพื่อจ่อเก้าอี้ "ผบ.ทบ." ในปีหน้า

...

ขณะเดียวกัน พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็ดัน "บิ๊กโต" พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.23) ทหารคอแดง สายบูรพาพยัคฆ์ ใจถึงพึ่งได้ "น้องรัก" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม เช่นเดียวกัน และเกษียณพร้อม "บิ๊กต่อ" ก้าวขึ้นมาเป็น "ผช.ผบ.ทบ." เพื่อมาชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.ในปีหน้าเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 เป็น ตท.23 รุ่นเดียวกัน และยังเป็นเพื่อนรัก แต่สุดท้ายเมื่อเก้าอี้มีที่เดียว ปีหน้าจะได้เห็นการช่วงชิงขึ้นครองเก้าอี้ ทบ. แน่สนุกไฟแลบ

ขณะที่ "บิ๊กเกรียง" พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.22) แม่ทัพกระดูกเหล็กที่ตก ฮ. แต่ดวงแข็ง พักฟื้นจนเริ่มเดินได้ ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ และจะเกษียณพร้อมกับ พล.อ.ณรงค์พัน โดยมี "บิ๊กหยอย" พล.ท.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ เจ้ากรมยุทธการทหารบก (ตท.24) ลูกหม้อ ร.1 รอ. นายทหารสายวงศ์เทวัญ ขึ้นมาเป็น เสธ.ทบ และมีอายุราชการยาวถึง 2570

ส่วนที่สร้างความฮือฮา การปรับเปลี่ยนตำแหน่งเมืองหลวง "แม่ทัพภาคที่ 1" ที่ตัวเต็ง "บิ๊กหนุ่ย" พล.ท.ธราพงษ์ มะละคำ แม่ทัพน้อยที่ 1 (ตท.24) นายทหารคอแดง สายบูรพาพยัคฆ์ "น้องรัก" พล.อ.ประยุทธ์ - พล.อ.ประวิตร ถูกเด้งออกนอกไลน์ให้ขึ้นเป็น "พลเอก" ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. แล้วดัน "บิ๊กปู" พล.ต.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 (ตท.26) ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1

โดยคาดว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ คงวางตัวให้เป็น ผบ.ทบ. ต่อจากปี 2567 ซึ่ง พล.ต.พนา ถือเป็นนายทหารที่มีความสนิทสนมกับ "บิ๊กบี้" มาก เพราะรับราชการเติบโตมาจาก หน่วย RDF ใน ร.31 รอ. ด้วยกัน ประกอบกับต้องการให้ดูในเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย ในปีนี้และปีหน้าที่คาดว่าการเมืองจะรุนแรงขึ้น

โดยมี พล.ต.สุริยะ เอี่ยมสุโร รองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.22) ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 3 เพื่อดูแลพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด ส่วนในภาคใต้ก็ดัน "บิ๊กต้น" พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.25) เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อให้ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นงานถนัด


ส่วน กองทัพเรือ "บิ๊กเฒ่า" พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร. ที่กำลังเกษียณอายุราชการ ได้จัดวางทายาทเพื่อดูแล "ทหารน้ำ" ตามที่คาดหวังจะสลายเด็ก "บิ๊กลือ" พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีต ผบ.ทร. โดยได้ดัน "บิ๊กจ๊อด" พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผช.ผบ.ทร. (ตท.22) ขึ้นเป็น ผบ.ทร. พร้อมวางตัว 4 ฉลามไว้คอยช่วยงาน โดยได้โยก "บิ๊กแจ๊ค" พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสธ.ทร. (ตท.23) ขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ทร. เพื่อให้ช่วยสานต่อโครงการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ต่างๆ ในกองทัพเรือ



โดยมี "บิ๊กวิน" พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผบ.กองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ตท.23 สไลด์มาเป็น ผช.ผบ.ทร. แล้วดัน "บิ๊กโอ๋" พล.ร.ท.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) ตท.23 ขึ้นเป็น เสธ.ทร. เพื่อวางตัวปีหน้าให้ขึ้นเป็น "แม่ทัพเรือ" ต่อจาก พล.ร.อ.เชิงชาย

นอกจากนี้ได้ขยับเอา "บิ๊กดุง" พล.ร.ท.อะดุง พันธุ์เอี่ยม เจ้ากรมสื่อสารทหารเรือ (จก.สส.ทร.) ตท.23 ขึ้นเป็น ผบ.กองเรือยุทธการ เพื่อให้ดูแลหน่วยรบทางเรือทั้งหมด

สำหรับ กองทัพอากาศ ปรับย้ายทหารครั้งนี้ถือว่าฮือฮา เซอร์ไพรส์ โดย "บิ๊กป้อง" พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ได้สับขาหลอก จนนายทหารที่อยู่ในข่ายแคนดิเดตจับทางไม่ถูก สุดท้ายเลือก "บิ๊กตุ๊ด" พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผช.ผบ.ทอ. (ตท.22) ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. เพื่อเป็นทายาทในการครองทัพฟ้า

จากเดิมมีชื่อ "บิ๊กต้น" พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ.) ตท.22 ที่ถูกวางตัวตั้งแต่ไก่โห ยาวมาถึงต้นเดือนสิงหาคม 65 เพราะเป็นนายทหารที่เติบโตจาก กองบิน 1 โคราช และ บินเครื่องบินรบแบบ F-16 มาด้วยกัน

ก่อนชื่อ "บิ๊กป้อม" พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รอง ผบ.ทอ. ที่ครองความอาวุโส โผล่ขึ้นมา ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 กระทั่งหลังการประชุมบอร์ด 7 เสือกลาโหม ชื่อ ผบ.ทอ.คนใหม่ ก็ได้เปลี่ยนกลับมาเป็น "บิ๊กตุ๊ด" พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผช.ผบ.ทอ. ซึ่งถือเป็นการพลิกโผและฟ้าผ่าทุ่งดอนเมืองอีกครั้ง

สำหรับ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ถือว่าเป็นรุ่นน้องที่ พล.อ.อ.นภาเดช สนิทสนม และมีสายสัมพันธ์แนบแน่น ทั้งส่วนตัวและครอบครัว แม้จะบินเครื่องบิน-33 (T-BIRD) และ เคยเป็นครูการบิน L-39 แม้จะไม่ได้ผ่านการเป็นผู้บังคับหน่วย ทั้ง ผู้บังคับฝูงบิน ผู้บังคับการกองบิน ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ แต่เมื่อ พล.อ.อ.นภาเดช ตัดสินใจเลือกก็อาจจะมีเหตุผลอื่นตามมา

ส่วนตำแหน่ง 5 เสืออากาศ พล.อ.อ.นภาเดช ได้สนับสนุนให้ "บิ๊กณะ" พล.อ.อ.ณรงค์ อินทชาติ ที่ปรึกษาพิเศษ ทอ. (ตท.23)ขึ้นมาเป็น เสธ.ทอ. และเพื่อถูกวางตัวให้เป็น "แม่ทัพอากาศ" ในปีหน้าหลังตุลา 2566 เพราะได้ทำสัญญาณใจกับ พล.อ.อ.อลงกรณ์ หลังเกษียณราชการต้องมอบธงต่อให้ บิ๊กณะ

นอกจากนี้ได้ขยับ "บิ๊กหนึ่ง" พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา ผู้ช่วย ผบ.ทอ. (ตท.23) เป็น รอง ผบ.ทอ. และสไลด์ "บิ๊กจ๋า" พล.อ.อ.พงษ์สวัสดิ์ จันทสาร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. (ตท.23) เป็น ผช.ผบ.ทอ. พร้อมขยับ "บิ๊กไก่" พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล เสธ ทอ. (ตท.24) เป็น ผช. ผบ.ทบ.

ข้ามฟากที่ กองทัพไทย "บิ๊กแก้ว" พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ที่จะนั่งในตำแหน่งปีที่ 3 ก่อนเกษียณ ต.ค.2566 ได้วางตัว "บิ๊กอ๊อบ" พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี หน.ฝสธ.ประจำผู้บัญชาการ (ตท.24) ข้ามห้วยมาเป็น รอง ผบ.ทหารสูงสุด เพื่อมาจ่อและตีตั๋วรอขึ้นเป็น ผบ.ทสส. หลัง บิ๊กแก้ว เกษียณ

โดยมี พล.อ.ศิราวุฒิ วงศ์ขันตี ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (ตท.22) ขึ้นเป็น รอง ผบ.สูงสุด พร้อมขยับ "บิ๊กปู" พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ รองเสธ.ทหาร ขึ้นเป็น รองผบ.ทสส. เช่นเดียวกับ "บิ๊กต้น" พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผบ.คปอ. (ตท.22) เป็น รอง ผบ.ทสส. พร้อมกันดัน "บิ๊กจ่อย" พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองเสธ.ทหาร (ตท.24) เป็น เสธ.ทหาร

ขณะที่ "บิ๊กต้น" พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.21) ข้ามมาเป็น รองเสธ.ทหาร และ "บิ๊กป๋อง" พล.ท.อนุสรรค์ คุ้มอักษร รองผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ตท.23 ขึ้นเป็น ผบ.นทพ.

ส่วนที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) "บิ๊กหน่อย" พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกลาโหม ก็เสนอชื่อ "บิ๊กหนุ่ม" พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ รองปลัดกลาโหม (ตท.24) อดีตนายทหารคนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเด็กในบ้านป่ารอยต่อ ขึ้นเป็น ปลัดกลาโหม 

พร้อมส่งแคนดิเดตที่พลาดหวังจาก"เหล่าทัพ" ข้ามมาอยู่สำนักปลัดกลาโหม ทั้ง "บิ๊กโต้ง" พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ รอง ผบ.ทร. เป็น รองปลัดกลาโหม พร้อมกับ "บิ๊กป้อม" พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองผบ.ทอ. (ตท.22) ข้ามมาเป็น รองปลัดกลาโหม ส่วน "บิ๊กป๊อด" พล.อ.สิทธิพร มุสิกะสิน รองผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก (ตท.22) ข้ามมาเป็น รองปลัดกลาโหม และดึง พล.อ.นุชิต ศรีบุญส่ง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม (ตท.24) เป็น รองปลัดกลาโหม

และนี้คือบทสรุปการปรับย้ายนายทหารระดับ นายพล ทั้ง 765 ตำแหน่ง ประจำปี 2565 ที่สร้างความฮือฮา และลุ้นมาตลอดจนในที่สุดก็ได้ ผู้ที่ขึ้นมานั่งเก้าอี้หมายเลข 1 ของสำนักปลัดกลาโหม กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ นั่นเอง

ผู้เขียน : ยุทธจักรเขียว

กราฟิก : varanya phae-araya