ลุ้นศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาวาระ 8 ปีนายกฯตู่ จับตานัดวัน อ่านคำวินิจฉัย “วิษณุ” ติงอย่าไปคาดเดา ให้รอฟังผลตัดสิน “วัชระ” ไม่ไว้ใจสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่งสำเนาบันทึก การประชุม กรธ. ฉบับที่ 500-501ให้เทียบเคียง“เสรีพิศุทธ์” ขู่หรืออยากถูกไล่แบบ ปธน.ศรีลังกา-ถูกยิงตายเช่นนายกฯญี่ปุ่น พท.ซัดเนติบริกรทิ้งหลักกฎหมายอุ้มศพผู้นำ จี้ลาออกห่วงฉุดการเป็นเจ้าภาพเอเปกล้มเหลว “บิ๊กป้อม” ไม่ตอบจับมือ “หญิงอ้อ” ร่วมงานการเมือง ขุนพล พปชร.ผวา “ธรรมนัส” ยกก๊วนคืนรัง “ชัยวุฒิ” คาใจจะยุบ ศท.กลับมาทำไม “สันติ” โยนมติ กก.บห.ชี้ขาด ยันไม่คิดทิ้งพรรค “สมศักดิ์” ชี้วันหน้าแรงต้านในพรรคก็ไม่แน่ ติงหลีกทางส่ง ส.ส.ควรดูกฎหมายด้วย “สุชาติ” ไม่ตอบร่วมงานกันได้หรือไม่ “ผู้กองนัส” แขวะเหล่าเสนาบดีนั่งไม่ติด “ไผ่” รับอะไรก็เกิดขึ้นได้ รอดูผลคดีวาระ 8 ปีประกอบการพิจารณา

คดีคำร้องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่หรือไม่ เป็นที่จับตาของทุกฝ่าย รวมทั้งจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) จะใช้พิจารณากลับไปเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ด้วย

ลุ้นศาล รธน. ชี้ชะตาคดี 8 ปี “บิ๊กตู่”

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 14 ก.ย.เริ่มเวลา 10.00 น. เป็นการประชุมประจำสัปดาห์ตามปกติ มีวาระที่สังคมจับตาเป็นพิเศษกรณีคำร้องของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า สิ้นสุดลงของตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสองและมาตรา 158 วรรคสี่หรือไม่ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจาก พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้ถูกร้อง เอกสารความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขานุการ กรธ. และสำเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 501 ครบแล้ว

...

จับตานัดวันอ่านคำวินิจฉัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้คาดว่าที่ประชุมดังกล่าวจะหารือกำหนดแนวทางพิจารณาคดีจากเอกสารพยานหลักฐานต่างๆว่าสิ้นข้อสงสัยแล้วหรือไม่ หากยังมีไม่เพียงพอจะวินิจฉัยได้ จะมีคำสั่งให้แสวงหาพยานเพิ่มเติม หรือให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม หากเห็นว่าหลักฐานจากเอกสาร มีน้ำหนักไม่เพียงพอ เพื่อให้ชัดเจนอาจกำหนดให้ออกนั่งบัลลังก์เรียกฝ่ายผู้ร้อง ผู้ถูกร้องหรือพยานที่ศาลเห็นสมควรมาไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่หากพิจารณาจากเอกสาร พยานหลักฐานที่ได้รับมาแล้วครบถ้วนสิ้นข้อสงสัย คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดวันนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติและนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังได้ สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) เบื้องต้นสำนักงานคงมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติ ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณพื้นที่หวงห้าม ส่วนสื่อมวลชนหากเข้าพื้นที่ต้องแลกบัตรที่แสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

“วัชระ” “ยื่นสำเนา กรธ. ฉบับ 500-501

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป. นำสำเนาบันทึกการประชุม กรธ. ครั้งที่ 500 และครั้งที่ 501 ที่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาฯ จัดส่งมายังศาลภายในวันที่ 13 ก.ย.เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเรื่องวาระ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญ นายวัชระกล่าวว่า ได้นำบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 และ 501 มี 12 หน้า มีหน่วยราชการรับรองส่งให้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคน ให้ศาลเทียบเคียงกันดูว่าเนื้อหาฉบับของตนกับที่สภาฯส่งตรงกันหรือไม่ ยืนยันว่าเอกสารที่นำมาเป็นความจริงทุกประการ และยังได้ส่งสำเนาเอกสารทั้ง 2 ฉบับให้สื่อมวลชน นิสิต นักศึกษา ประชาชนเจ้าของประเทศด้วย เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่เชื่อมั่นในสำนักงานเลขาธิการสภาฯใช่หรือไม่ จึงต้องมายื่นเอกสารเอง นายวัชระกล่าวว่า แล้วสภาฯเชื่อใจอะไรได้บ้าง ขนาดหลังคายังรั่วเลย เอกสารที่นำมาไม่ได้ก้าวล่วงการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างไรก็ยอมรับ

“วิษณุ” ติงอย่าไปเดาให้รอฟังผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาปม 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม รัฐธรรมนูญมาตรา 158 ควรตีความอย่างไรว่า ขอให้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยิ่งใกล้ตัดสินแล้วต้องรอคำสั่งศาลพูดอะไรตอนนี้ไม่เหมาะสมแล้ว เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยว่าการดำรงตำแหน่งนายกฯจะเริ่มนับตั้งแต่ปีใดหรือไม่ หรือศาลจะบอกแค่ว่า พล.อ.ประยุทธ์พ้นหรือไม่พ้น หลังพรรคเพื่อไทยยื่นคำร้องให้ตัดสินเริ่มนับตั้งแต่ปี 2557 เท่านั้นว่า นายวิษณุกล่าวว่า อันนี้เราไม่ทราบ เป็นไปได้ทุกทาง อย่าไปเดา เมื่อถามย้ำว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้หมดเลยใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ศาลอาจจะบอกว่าพ้นหรือไม่พ้น หรืออาจจะบอกว่าไม่พ้น เพราะต้องเริ่มนับอย่างโน้นแล้วแต่ ไม่ทราบและตอบไม่ได้ เมื่อถามว่า ในการประชุม ครม.มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่มีการพูดถึง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยวันที่ 14 ก.ย.หรือไม่นั้น ไม่ทราบ และไม่มีใครสามารถรู้ได้ตอบไม่ถูก เพราะมันเคยมีมาทุกรูปแบบในอดีต

“เสรีพิศุทธ์” ย้ำ ม. 158-264 เกิน 8 ปี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.)ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาวาระ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า เคยอภิปรายไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ครบ 8 ปีแล้ว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ให้เป็นนายกฯได้ไม่เกิน 8 ปี ไม่ได้บอกว่าครั้งเดียวหรือ 2 ครั้ง เขาบอกไม่ให้เกิน 8 ปีหมายความว่ารวมทุกครั้ง ฉะนั้นไม่เกิน 8 ปี ต้องไปดูตั้งแต่ครั้งจอมพล ป. และอดีตนายกฯทั้งสมัยนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเกินหรือไม่ เห็นผู้สื่อข่าวเสนอคนนี้เป็นนายกฯกี่ปีแล้วจะขาดกี่ปียังเป็นได้เลย นายสมชายเข้ามาเป็นนายกฯได้เกือบ 7 ปี เพราะเป็นนายกฯแป๊บเดียว อย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิ่งเป็นได้ประมาณ 5 ปี เขานับรวมหมด ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นตั้งแต่ 24 ส.ค.2557 เป็นมาเรื่อย และมาตรา 264 บัญญัติชัดว่าให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป ดู 2 มาตรานี้ก็พอ

ขู่หรืออยากถูกไล่เหมือนศรีลังกา

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีต กรธ. ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ถูกจ้างให้มาร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีผลประโยชน์จากเบี้ยประชุมอีก แล้วเขียนรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ ไม่ควรอ้างเป็นเพียงการหารือ พูดคุยกันไม่ใช่มติ รวมถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ออกมาพูดทำประชาชนสับสน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีความละอายต่อความผิดบ้าง สอนให้คนทำความดี แต่ตัวเองไม่ปฏิบัติ จะยึดแต่ผลประโยชน์ตั้งแต่อยู่บ้านหลวง รถหลวง คนใช้หลวง รับเบี้ยประชุมเยอะแยะไปหมด ไม่รู้ติดใจอะไรถึงเวลาควรไป ให้ไปดู พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 8 ปีท่านบอกพอแล้ว หรือจะเอาอย่างประธานาธิบดีศรีลังกา บริหารประเทศจนล่มจมถูกประชาชนขับไล่ต้องหนีออกนอกประเทศ หรือจะเอาแบบอดีตนายกฯญี่ปุ่น 8 ปีไม่พอเลยถูกยิงตาย ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกก่อนไม่น่าอาย แต่มารอให้ศาลพิพากษามันน่าอาย เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตรงไปตรงมา เพราะทุกอย่างถือว่ามีความชัดเจนและสังคมรับรู้ จะตะแบงตีความเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้

อัดเนติบริกรทิ้งหลัก ก.ม.อุ้มศพ

น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หนังสือชี้แจงของนายกฯกรณีวาระ 8 ปีที่ระบุว่าการจะดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นระยะเวลาเท่าใด แต่ตราบใดที่ไม่ได้ประพฤติตนให้เสียหายต่อประเทศไม่ขัดต่อมาตรฐานสากลและเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 แสดงตัวตนชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคารพหลักแห่งกฎหมาย ไม่ให้ความสำคัญบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่อุ้ม พล.อ.ประยุทธ์ชี้นำศาลให้นับหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีผลบังคับใช้ ยอมทิ้งหลักการกฎหมายอุ้มศพ พล.อ.ประยุทธ์เพื่ออะไร เมื่อทำตัวเหนือกฎหมาย เสพติดอำนาจ ไม่ยอมลงจากตำแหน่ง การทำลายหลักนิติรัฐ ทิ้งหลักการกฎหมายเพื่อคนๆเดียวคุ้มกันหรือไม่

จี้ลาออกห่วงเจ้าภาพเอเปกเหลว

วันเดียวกัน ที่พรรค พท. มีการแถลงข่าว “มองไทย มองเทศ นานาประเทศมองไทยอย่างไร” โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท.กล่าวว่า เป็นห่วงการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกในเดือน พ.ย. หลังจากการประชุมระดับรัฐมนตรีการค้าเอเปกช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ไทยไม่สามารถควบคุมการประชุมให้อยู่ในประเด็นเศรษฐกิจการค้าได้ เช่นเดียวกับการประชุมรัฐมนตรีเอเปกวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในวันที่ 9-10 ก.ย. ที่ จ.ภูเก็ต ที่ประเทศสมาชิกหยิบยกปัญหาขัดแย้งทางการเมืองแสดงจุดยืนต่อต้านรัสเซียที่เป็นชาติสมาชิกเอเปก หากป้องกันความขัดแย้งไม่ได้ ปล่อยให้เอเปกเป็นสนามประลองกำลังทางการเมืองของชาติสมาชิก ก็คาดการณ์ได้ว่า การประชุมเอเปกเดือน พ.ย.นี้อาจล้มเหลว ยิ่งเมื่อมองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจ 8 ปี มือไม่ถึงเรื่องเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ หากเห็นแก่ประเทศ ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยควรลาออก เปิดทางให้สรรหานายกฯคนใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแทน

จวกจัดเวทียักษ์ไม่แก้ภาพติดลบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคพท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์คิดฝันอยากมีภาพเป็นเกียรติประวัติกับวงศ์ตระกูลเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก แต่ก่อนจะมองไปข้างหน้าควรเหลียวหลังไปมองวิกฤติ 8 ปีที่ผ่านมา มีภาพลักษณ์ติดลบในสายตาประเทศต่างๆ ทำรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ เขียนรัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา ถ่ายโอนอำนาจกองทัพ ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม วิกฤติในประเทศ ไทยอยู่ในระดับที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนสากลจับตามองด้วยความห่วงใย ในอดีตหลายประเทศฝากปัญหาประเทศเพื่อนบ้านให้ไทยช่วยประสานงานดูแล แต่ 8 ปีที่ผ่านมาไม่รู้ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ใครสร้างวิกฤติมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์คิดถึงแต่ตัวเอง แม้เป็นเจ้าภาพประชุมเอเปกไม่ช่วยให้ภาพลักษณ์ติดลบ 8 ปีดีขึ้น

“บิ๊กป้อม” นั่งประธานถก ครม.นัดที่ 3

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกฯ เป็นประธานการประชุม ครม.ครั้งที่ 3 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงประชุม ครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากกระทรวงกลาโหม ก่อนประชุมที่ห้องโถง ตึกสันติไมตรีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำคณะเข้าพบนำเสนอผลการบันทึกสถิติโลกและมอบเอกสารรับรองสถิติโลก “ไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลก” จากสถาบัน Guinness World Records จากนั้นนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานนำคณะเข้าพบแสดงผลงานรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 65 ผลงานการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำด้วย “ชลประทานเพื่อท้องถิ่น” อ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงราย จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้หารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ประมาณ 10 นาที

ไม่ตอบอนาคตจับมือ “หญิงอ้อ”

ต่อมาเวลา 12.30 น. ภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังปรากฏตัวไปร่วมงานพรรคเพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ในส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ จะรับไมตรีจิตคุณหญิงพจมานด้วยหรือไม่ ว่า“ก็ไปถามคุณหญิงพจมานสิ” เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำการเมืองร่วมกันในอนาคต พล.อ.ประวิตรโบกมือและส่ายหน้าไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าที่โบกมือแสดงว่าจะไม่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองกันใช่หรือไม่ เพราะมีการมองกันว่า พล.อ.ประวิตรและคุณหญิงพจมานพูดคุยทางการเมืองกันได้ และมีการตีความไปสู่การพัฒนาทางการเมือง โดย พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ ก่อนเดินขึ้นรถออกไปทันที

“สันติ” ไม่ขัด “ธรรมนัส” กลับ พปชร.

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยจะย้ายกลับมารวมกับ พปชร.ว่าทุกอย่างมีระเบียบและคณะกรรมการบริหารพรรคต้องพิจารณา แต่พรรค พปชร.ไม่ได้มีปัญหาอะไร เคยเป็น ส.ส.พรรคเราและออกไป วันนี้หาก ส.ส.เห็นว่าพรรคเรามีพลังช่วยเหลือประชาชนจะกลับมาคงไม่มีปัญหาอะไร ที่พูดเฉพาะ ส.ส.เท่านั้น เมื่อถามว่าหาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ศท.จะกลับมาด้วยยินดีหรือไม่ นายสันติตอบว่าต้องดูมติของกรรมการบริหารพรรค แต่ความเป็นจริงพรรคการเมืองไม่ควรรังเกียจใคร ขึ้นอยู่กับระเบียบและมติคณะกรรมการบริหารพรรคต้องพิจารณา ยังอีกนาน เมื่อถามว่าได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัสบ้างหรือยัง นายสันติกล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้คุย และในส่วนของตนยังไม่ได้เปลี่ยนใจจากพรรค พปชร.ไม่เคยคิดที่จะย้ายพรรค ต่อให้ ร.อ.ธรรมนัสกลับเข้ามาก็ไม่ย้าย ที่มีข่าวว่าจะย้ายพรรคนั้นไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่มี

“สมศักดิ์” ชี้แรงต้านวันหน้าไม่แน่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัสจะกลับมาพรรคพปชร. จะทำให้ พปชร.เข้มแข็งขึ้นหรือไม่ว่า เป็นกระแสข่าวจากสื่อมวลชน ในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกัน ยังให้ความเห็นอะไรไม่ได้ ยังไม่ควรตอบอะไร ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง อาจกระทบภาพลักษณ์พรรค ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน ขอให้เกิดขึ้นจริงก่อนค่อยมาวิเคราะห์กัน เมื่อถามต่อว่าถ้าเกิดขึ้นจริงจะกระทบกับกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบแทนคนอื่นได้ มีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ เรายังไม่ได้มีการพูดคุยและรับฟังจากสมาชิกพรรคคิดเห็นอย่างไร สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงที่ ส.ส.จะพบเจอกัน คงมีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น ส.ส.ออกไปแล้วรับกลับเข้ามาภายหลัง ไม่มีข้อห้ามอะไร เมื่อถามว่าใน พปชร.จะมีกระแสต่อต้านกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ยังไม่เห็นพูดอะไรกัน แต่วันหน้าตนไม่ทราบ

ติงเว้นที่ส่ง ส.ส.ควรดู กม.ด้วย

เมื่อถามว่ากรณีหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุว่าจะเว้นการส่ง ส.ส.ในบางพื้นที่ให้กับพรรค ศท.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายหรือไม่ในเรื่องการทำงานของพรรคการเมือง ส่วนตัวคิดว่าควรจะดูเรื่องข้อกฎหมายด้วย เมื่อถามว่าเป็นเรื่องแปลกหรือไม่ที่พรรคการเมืองหนึ่งจะไปร่วมกับพรรคการเมืองหนึ่ง นายสมศักดิ์กล่าวว่า จะรวมกันเป็นแบบพรรคอัมโนได้หรือไม่ ตนไม่แน่ใจ

“ชัยวุฒิ” สงสัยจะยุบพรรคกลับมาทำไม

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส จะกลับมาพรรค พปชร.ว่า สื่อฟังมาจากไหน ยังไม่ทราบเลย ใครเขาจะยุบพรรคมารวม อยู่ทำพรรคขนาดนี้แล้วเป็นหัวหน้าพรรค มีบทบาทการเมืองของเขา เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมไม่รอดปม 8 ปี แล้ว ร.อ.ธรรมนัสจะกลับมา นายชัยวุฒิตอบว่า มันไม่เกี่ยวกัน พรรค พปชร.คงดูความเหมาะสมใครจะมาอยู่ในพรรค แต่ตัวส.ส.ย้ายพรรคกันได้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ เช่น พรรค พปชร.ตอนนี้มีคนเข้ามาสมัครเรื่อยๆ เพราะอยากอยู่พรรคใหญ่ที่พร้อมทำงานให้ประชาชนได้ ส่วนกรณีหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พวกเขาช่วยกันสร้าง เอาสิ่งที่รักที่สุดกลับคืนมา ยังไม่เห็นรายละเอียด ฟังแล้วขัดความรู้สึกเหมือนกัน การเมืองเลือกคนมาทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เลือกมาเพื่อช่วยคนใดคนหนึ่ง การเมืองควรมองนโยบายและการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ควรทำเพื่อคนใดคนหนึ่งหรือครอบครัวใด

“เฮ้ง” ไม่ตอบอยู่ร่วม “ธรรมนัส” ได้ไหม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ศท. จะกลับพรรค พปชร. ว่า ยังไม่ทราบจริงๆไม่กล้าพูด ไม่รู้ว่าข้อมูลคืออะไร เมื่อถามย้ำว่าถ้าเกิดขึ้นจริงจะอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า มันยังไม่เกิดจะให้พูดอย่างไร ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในพรรค “ผมว่ามันคงยากละมั้ง” เมื่อถามว่าถ้าพรรค ศท.เข้ามาจะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้า พปชร.แข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพิ่งดูจากข่าวยังไม่ได้คุยเรื่องนี้ การเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าพูดไปแล้วไม่ใช่ข้อมูลที่แท้จริงจะเป็นคำพูดที่ไม่ดี ขอให้เป็นข้อมูลแท้จริงก่อนแล้วค่อยพูดคุยกัน การเมืองต้องอาศัยหลายคนคุยกัน

เหน็บ พท.เอาคนที่รักกลับมาไม่ง่าย

นายสุชาติกล่าวว่า ที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทย เป็นปกติคุณแม่ต้องให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยลูกสาวอยู่แล้ว กระโดดลงไปเป็นนักการเมือง เป็นแคนดิเดตผู้นำ หรือเสนอตัวเป็นนายกฯ อาจต้องอาศัยความอบอุ่นของครอบครัว อาศัยคุณพ่อคุณแม่ ให้กำลังใจ ที่พรรค พท.หาเสียงว่าจะพาคนที่รักกลับบ้านด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ง่ายขนาดนั้นมันยาก ใกล้เลือกตั้งต้องแข่งขัน เหลืออีกไม่กี่เดือนทุกคนต้องงัดกลเม็ด แต่อยู่ที่เสียงประชาชนจะเลือกผู้นำแบบไหน ไม่กังวลเลยที่คุณหญิงพจมานเปิดตัวมาเช่นนี้ เป็นเรื่องของครอบครัวเขา

ดูผล 8 ปี ศท.คืนรังอะไรก็เกิดขึ้นได้

นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงหัวหน้าพรรคพปชร.ลงพื้นที่ จ.ตาก ระบุว่า เลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่ส่งผู้สมัครลงชนกับพื้นที่พรรค ศท.ว่า ไม่ได้มีข้อตกลงร่วมกัน เป็นเรื่องอนาคตไม่สามารถนำมาพูดได้ ขอบคุณที่ยังเมตตาและเอ็นดู กระแสข่าว ส.ส.พรรคศท.จะกลับมาร่วมงานกับพรรค พปชร.อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องดู ณ วันนั้น และต้องให้เกิดการพูดคุยกันจริงๆ ก่อน พรรค ศท. พล.อ.ประวิตรทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ปัญหา แต่การเมืองมีหลายองค์ประกอบ ต้องหารือตัดสินร่วมกันในพรรค 4 ปีที่ทำงานกันมา พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ดูแลห่วงใย ส.ส. ทั้งนี้ ปัจจัยวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจเป็นอีกเงื่อนไขส่วนหนึ่งด้วย และต้องดูทุกอย่างประกอบกัน

“ธรรมนัส” แซะเหล่าเสนาฯนั่งไม่ติด

เมื่อเวลา 15.50 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะหัวหน้าพรรค ศท.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าวันอังคารมีประชุม ครม.ตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือมีเหล่าเสนาบดีหลายท่านต่างก็ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นทิศทางการเมืองของตน ต้องกราบขอบคุณพี่น้องสื่อหลายๆสำนักที่มีความเป็นห่วงตนในประเด็นดังกล่าว ส่วนตัวแล้วในช่วงนี้เราไม่ควรให้ความสำคัญกับการย้ายสังกัดของนักการเมือง เพราะเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่พี่น้องประชาชนกำลังหวาดผวากับอุทกภัยหรือน้ำท่วม ทั้งน้ำเหนือและน้ำจากฟ้ากำลังถล่มหลายจังหวัด ประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เราเอาเวลาไปคิดเรื่องการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนดีกว่าไหม การเมืองต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

“อนุทิน” ฉลอง 56 ปี ขอบ้านเมืองสงบ

เมื่อว่าเวลา 06.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของนายอนุทิน ครบรอบ 56 ปีที่บ้านพักใน จ.สมุทรปราการ มีสมาชิกในครอบครัวเข้าร่วม บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ก่อนเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่และร่วมประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงของขวัญที่อยากได้สำหรับบ้านเมืองในวันคล้ายวันเกิดว่า อยากให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง สงบสุขปราศจากความขัดแย้ง เมื่อถามว่าเช้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้อวยพรวันเกิดมาหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า “เดี๋ยวผมจะไปขอพรท่าน เดี๋ยวจะเขียนไลน์ไปขอพรท่าน”

ยิงมุกตลกอวยพรตัวเองเป็นนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันเกิดปีนี้มีใครให้พรให้ได้เป็นนายกฯหรือไม่ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯที่ยืนอยู่ด้านหลังตอบแทนว่า “เป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นนายกฯสิคะ” ขณะที่นายอนุทินหัวเราะ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “อวยพรตัวเองมั้ง” เมื่อถามว่ารอบหน้าเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ใจเย็นๆ ทำภารกิจ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน เวลาเราทำอะไรดีๆ เราทำอะไรหนักๆ เราตั้งใจทำอะไรผลลัพธ์ย่อมออกมาดีเสมอ เราประคองชีวิตแบบนี้มาตลอด” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า “Happy Birth Day To Me” ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยไปจัดกิจกรรมสะบัดชัยที่ภาคเหนือ พรรค ภท.คาดหวัง ส.ส.ภาคเหนือไว้เท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า เราตอกเสาเข็มไปทุกที่ ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ใครดุ ใครด่าใครว่ากล่าว เราจะทน

ชทพ.ขอ ส.ส.อีสานเกิน 1 ชูตั้ง ส.ส.ร.

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ชทพ. นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ เลขาธิการพรรคชทพ. ร่วมเปิดตัว นายตรงสิทธิ์ ตั้งจตุรวิธ อดีตรองนายก อบจ.ยโสธร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร เขต 3 น.ส.กัญจนากล่าวว่า มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็น ส.ส.อีสานคนเดียว ขอโอกาสให้พรรคมีผู้แทนภาคอีสานมากกว่า 1 คน ขณะที่นายวราวุธกล่าวว่า มั่นใจพรรคปักธงในพื้นที่ภาคอีสานได้ วางฐานไปถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย พรรคมีแนวทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ยึดแนวทางสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญคือหนึ่งในนโยบายหาเสียงที่สำคัญ

ตั้ง “วิษณุ”–รมว.วธ.รักษาราชการ กต.

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน รมว.การต่างประเทศ 2 ราย ตามลำดับ 1.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ 2.รมว.วัฒนธรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.เป็นต้นไป ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งนายวราวุธ ภู่อภิญญา เอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ และนายสรยุทธ ชาสมบัติ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป และแต่งตั้งนายชัยรัตน์ ศิริวัฒน์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ตั้งแต่วันที่ทรงโปรดเกล้าฯ เป็นต้นไป

ครม.ระอุ รมต.พปชร.รุมกินโต๊ะ ภท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม ครม.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯเป็นประธาน ช่วงที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯวาระ 2 โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้หารือว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่รู้จะเอาอย่างไรกันแน่ เวลาเข้าสภายุ่งเหยิงไปหมด ถ้าไม่เก็บดอกเบี้ย แล้วกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จะบริหารจัดการอย่างไร ทุกคนจ้องแต่จะหาเสียง เหมือนเป็นปัญหาอยู่ ด้านนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้ถกเถียงกันมาก ที่ประชุมจะให้แต่ละพรรคฟรีโหวต ทำให้นายสมศักดิ์ท้วงติงว่า ฟรีโหวตไม่ได้ กระทบเสถียรภาพรัฐบาล เป็นกฎหมายสำคัญไม่ควรเสนอสภาช่วงนี้จะเป็นการหาเสียง ถ้าจะทำให้เสนอเป็น พ.ร.ฎ.เลย ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า ตนเป็นประธานคณะ กมธ.ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ ตอนแรกพรรคร่วมฯร่วมมือกันดี แต่พอตอนปลายรัฐบาลกลับจ้องจะนำกฎหมายนี้ไปหาเสียง ถ้าปล่อยเข้าสภาจะวุ่นวาย ดอกเบี้ยเป็นศูนย์ไม่ได้ จะทำให้คนไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีทุน ไปหมุนต่อ ถ้าไม่มีวินัยปัญหาใหญ่จะเกิดในอนาคต น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีพรรค ภท.ที่นำร่างกฎหมายนี้ไปหาเสียงว่าจะไม่เก็บดอกเบี้ยจากกองทุน กยศ. ไม่ได้แสดงความคิดเห็น ทำให้ พล.อ.ประวิตรต้องพูดขึ้นว่า พรรคร่วมฯควรต้องคุยกันหลังประชุมอีกครั้ง

“เสี่ยหนู” เมิน “ป้อม” เชิญถกปม กยศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรได้เรียกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือประเด็นดังกล่าว แต่ปรากฏว่านายอนุทินไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแล้ว เนื่องจากมีคนมาอวยพรวันเกิดที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ ทำให้ไม่ได้ร่วมหารือด้วย โดยพล.อ.ประวิตรกล่าวในห้องประชุมว่า เวลาแต่ละพรรคไปหาเสียงในพื้นที่ตัวเอง พูดจำนวนดอกเบี้ยคนละตัวเลขกัน จึงอยากให้แต่ละพรรคกลับไปคุยกันให้ดีว่าจะใช้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ แล้วกลับมาคุยกันใหม่

“เสรีพิศุทธ์” ขยี้ พปชร.แจกกล้วย

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวหลังเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.กรณี 6 พรรคเล็กรับเงินแลกกับการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ว่าเป็นการให้รายละเอียดเพิ่มเติม พรรคเล็กยินยอมให้พรรค พปชร.เข้าครอบงำ เป็นความผิดทั้ง 2 ฝ่าย พปชร.จ่ายเป็นรายเดือนหลักฐานมีครบทั้งการโอนเงิน เลขบัญชี เซ็นรับ มีคลิปเสียงผู้รับเงินยอมรับ เกิดขึ้นที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯเป็นไปไม่ได้ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกฯ ไม่รู้เห็น เชื่อว่า กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบ 6 พรรคเล็ก และ 1 พรรคใหญ่ ตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่มี พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค พปชร.และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. ในขณะนั้นอยู่ด้วย

ขุดอดีตขู่ไม่เร่งปิดจ๊อบเจออาญา

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรค สร. กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กกต.ส่งจดหมายไปยังธนาคารต่างๆ ว่าหมายเลขบัญชีดังกล่าวมีเงินเข้าจำนวนเท่าไหร่กี่ครั้ง ต่อเนื่องกันอย่างไร บัญชีใครบ้าง ดังนั้น ควรเร่งสรุปหากผิดควรส่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนจะเลือกตั้ง อย่ารอให้เลือกตั้งเสร็จ และมีผลการเลือกตั้งออกมาแล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต.อาจถูกกล่าวหาได้ว่าช่วยบางพรรคให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ นี่คือบทเรียนที่ กกต.ในอดีตเคยมีปัญหาแล้ว และเป็นคดีความทางอาญา ทำให้ กกต.โดนลงโทษ

“ธีรัจชัย” ตื๊อ ป.ป.ช.ฟื้นคดีนาฬิกาหรู

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โฆษกกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ (กมธ.ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรักษาราชการแทนนายกฯ ว่า กมธ.ป.ป.ช.พบหลักฐานใหม่ว่า นาฬิกาหรู 20 เรือนที่ พล.อ.ประวิตรอ้างยืมจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์นั้น เมื่อนายปัฐวาทเสียชีวิตและมีการจัดการมรดกไม่พบนาฬิกาหรูเหล่านี้อยู่ในมรดกของนายปัฐวาท ดังนั้น ป.ป.ช.ควรตรวจสอบเชิงลึกว่าจะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยที่เคยสรุปว่า พล.อ.ประวิตรไม่มีความผิดได้หรือไม่ เคยสอบถาม ป.ป.ช.ที่มาชี้แจงรายงานประจำปี ป.ป.ช. ต่อสภาฯเมื่อวันที่ 8 ก.ย. โดย ป.ป.ช.ชี้แจงว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยใหม่ได้ ทั้งที่ประเด็นที่พบใหม่ ป.ป.ช. ควรเข้ามาตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาให้ประชาชนสิ้นสงสัย อยากให้ตรวจสอบเชิงลึกส่งหนังสือไปยังบริษัทแม่ผู้ผลิตนาฬิกาหรูจะทราบทันทีว่าใครเป็นเจ้าของ

“อรรถวิชช์” ยื่น สตง.สอบงบฯ กทม.

ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภายในกระทรวงการคลัง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้าเข้ายื่นหลักฐานต่อนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการแปรญัตติงบฯปี 66 ของ กทม. พร้อมเอกสารคำแปรญัตติเปลี่ยนแปลงงบฯ 4,803,793,728 ล้านบาท ที่พบว่ามีการเพิ่มงบฯโครงการสัมมนาพาคนไปเที่ยว เพิ่มขึ้นมาใหม่ เบื้องต้นมีถึง 72 โครงการใน 26 เขต รวมวงเงินถึง 111,064,450 บาท