"ชัชชาติ" ผู้ว่าฯ กทม. สั่งเร่งระบายน้ำท่วมลาดกระบัง ออกประตูพระโขนง ยัน ประสานกรมชลฯ ไร้ขัดแย้ง จ่อ ปรับงบก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ ซ่อมเครื่องสูบน้ำ-พัฒนาคลอง

วันที่ 12 ก.ย. 65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยนายชัชชาติ กล่าวว่า ปัญหามาจากฝนที่ตกมากกว่าปกติ ทำให้น้ำในคลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าวเต็ม น้ำจึงท่วมแถวรามอินทรา หลักสี่ และดอนเมือง โดยปัจจุบันระดับน้ำในคลองลาดพร้าวลดลงแล้ว 50 เซนติเมตร คลองเปรมประชากรน้ำลดแล้ว 30 เซนติเมตร ส่วนคลองประเวศบุรีรมย์ก็มีปัญหา น้ำสูงกว่าปี 2554 วิธีระบายต้องระบายไปยังทางตะวันตก คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ซึ่งดูแลโดยกรมชลประทาน ดังนั้นการผันน้ำกรมชลประทานจะต้องดูบริบทโดยรอบด้วย เพราะพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราอาจจะมีน้ำสูงอยู่แล้ว ส่วนการระบายน้ำออกทางตะวันออก ต้องระบายออกไปยังประตูระบายน้ำพระโขนง ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จึงอาจทำให้น้ำไหลช้า และหากเปิดประตูระบายน้ำเร็วเกินไป มวลน้ำจะเข้ามากดดันบริเวณเขตสวนหลวง สะพานสูง และพระโขนง

...

รศ.วิศณุ กล่าวว่า น้ำเหนือยังไม่น่ากังวล มวลน้ำไหลผ่านที่บางไทร 1,800 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที โดยมีจุดเตือนภัยอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ทั้งนี้ได้ประสานความร่วมมือกับกรมชลอย่างใกล้ชิด ในปี 2565 มีปริมาณฝนที่เกิน 120 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จำนวน 10 วัน ขณะที่ปี 2564 มีเพียง 4 วัน ที่ฝนตกเกิน 120 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

โดยที่ผ่านมา กทม.มีมาตรการเตรียมการปรับปรุงสถานี้สูบน้ำ และบ่อสูบน้ำ ขุดลอกคลอง 32 คลอง เปิดทางน้ำไหลได้มากกว่า 1,665 กิโลเมตร ทำความสะอาดท่อไปแล้ว 3,357 กิโลเมตร ส่วนช่วงวิกฤติในคลองลาดพร้าวเพิ่มการระบายน้ำออกคลองบางเขน และคลองบางซื่อ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในคลองสามเสน เร่งระบายลงสู่อุโมงค์บึงมักกะสัน

คลองเปรมประชากรใช้เครื่องผลักดันน้ำตั้งแต่เขตดอนเมืองถึงเขตบางซื่อ 18 เครื่อง และคลองบางเขน 2 เครื่อง คลองแสนแสบยกระดับประตูระบายน้ำคลองบางชัน เพิ่มการระบายน้ำจากพื้นที่ภายนอกคันกั้นน้ำ เช่น เขตคลองสามวา หนองจอก และมีนบุรี ส่วนคลองประเวศ ยกระดับบานประตูกระทุ่มเสือปลา เพื่อเร่งระบายน้ำจากเขตลาดกระบังสู่คลองพระโขนง และเร่งสริมกระสอบทรายในคลองประเวศชั้นในด้วย

คลองย่อย เช่น คลองที่อยู่ใกล้กับรามอินทราเลขคี่ เพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำที่คลองกะเฉด ทำทำนบกั้นน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำ และทำทำนบ และทยอยสูบน้ำบริเวณคลองบางนาไปยังสถานีสูบน้ำวัดบางนานอก ทั้งนี้ กทม.ได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน 21 เครื่อง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 15 เครื่อง กระจายไปตามจุดเปราะบางทั่วกรุงเทพฯ

รศ.วิศนุ กล่าวว่า เมื่อวานก่อนได้หารือกับการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เน้นย้ำให้ขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อป้องกันการอุดตัน และการคืนพื้นผิวจราจร

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เมื่อเช้านี้ กทม.เปิดประตูระบายน้ำลาดกระบัง และกระทุ่มเสือปลา เร่งระบายน้ำจากเขตลาดกระบังแล้ว เดิมเราหวังจะให้อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนมาช่วยแบ่งเบา แต่ยังไม่เสร็จ อาจต้องคิดหาทางลัดน้ำ ซึ่งเป็นโครงการระยะกลาง และระยะยาว ที่ไม่สามารถทำได้ภายในเดือนเดียว เพราะต้องคุยกับกรมชลประทานด้วย

ปัญหาวันนี้เกิดจากฝนตกหนัก แต่กำลังระบายน้ำไม่พอ หากฝนยังตกปริมาณมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ยังไงน้ำต้องเต็มคลอง ระยะยาวต้องทำคลองให้มีประสิทธิภาพ อาจนำอุโมงค์ระบายน้ำมาเป็นตัวเชื่อม หรือทำท่อเร่งระบายน้ำ (Pipe Jacking)

อุโมงค์ระบายน้ำคงไม่ตอบโจทย์ เพราะฝนตกหลายพื้นที่ สำคัญคือระบบลำเลียงน้ำไปถึงอุโมงค์ เดิมงบประมาณทุ่มไปที่อุโมงค์หลายหมื่นล้าน อาจต้องปรับมาพัฒนาคลองให้เข้มแข็ง ยกตัวอย่าง เครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำพระโขนง 45 เครื่อง เป็นเครื่องเก่า ที่อาจจะน็อก ระยะยาวคงต้องปรับให้ทันสมัยขึ้น

นายชัชชาติ ชี้แจงถึงการประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานว่า กทม.เชื่อมต่อกับกรมชลประทานช่วงคลองเปรมประชากรใต้ และคลองพระองค์เจ้าฯ ผู้ว่าฯ กทม.อาจไม่ได้ยกหูคุย แต่เจ้าหน้าที่เขายกหูคุยกันตลอดอยู่ตลอด กทม.ดูกรุงเทพฯ แต่กรมชลประทานต้องบริหารสถานการณ์น้ำในภาพรวม

สำหรับการขอระบายน้ำไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือชลบุรี คงไปไม่ถึงเพราะไกลมาก เป็นไปไม่ได้ กรมชลประทานเองหากมีจังหวะก็ปั๊มน้ำจากคลองประเวศลงคลองพระองค์เจ้าฯ ตลอด ไม่ได้มีปัญหาความร่วมมือ "คุยกันตลอด"

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ ชาวปทุมฯ ไม่พอใจที่ กทม.ผันน้ำไปรังสิตเพื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา นายชัชชาติ กล่าวว่า ตรงรังสิต กทม.ไม่ได้ระบายออก เพราะเป็นประตูของกรมชลประทาน (คลองรังสิตประยูรศักดิ์) กทม.เพียงแค่ประสานว่า "หากช่วยดึงน้ำได้ก็ช่วยดึงหน่อย" ในแง่บริหารจัดการน้ำต้องเคารพกรมชลประทาน

ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า กทม.ทำงานร่วมกับกรมชลประทานมาตั้งแต่ต้น โดย กทม.จะเปิด-ปิดประตูระบายน้ำบริเวณลาดกระบังเป็นระยะๆ เพื่อลดผลกระทบเขตสวนหลวง สะพานสูง และพระโขนง การบริหารจัดการข้ามพื้นที่เป็นสิ่งที่เราต้องทำ กรมชลประทานก็ช่วยพร่องน้ำ และประสานกับจังหวัดให้เตรียมรับมวลน้ำ.