“บิ๊กป้อม” สั่งทุกหน่วยงานเข้าช่วยประชาชนทันทีจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง หลังคาดการณ์ฝนตกหนัก ก.ย.-ต.ค. 65 พอใจ ปาล์มน้ำมันราคาปรับตัวสูงต่อเนื่องตลอด 4 ปี ชู เป็นพืชเศรษฐกิจต้นแบบของไทย
วันที่ 6 กันยายน 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่ได้มีการคาดการณ์ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2565 ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก รวมทั้งสถานการณ์น้ำท่วมขังที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างทันที
พร้อมฝากกระทรวงมหาดไทย เร่งฟื้นฟู เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการมวลน้ำ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ณ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 8 กันยายนนี้ โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) จะบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน หรือเดือดร้อนน้อยที่สุด
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังพอใจราคาปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา แม้ในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกปาล์มมีสภาพหมุนเวียนดี ซึ่งความสำเร็จมาจากมาตรการอย่างเป็นระบบของรัฐบาลในการบูรณาการหน่วยงานเพื่อดูแลเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน สร้างการรับรู้ให้ชาวสวนตัดผลปาล์มที่สุกเต็มที่ กวดขันลานเทและโรงสกัด ไม่ฉวยโอกาสกดราคารับซื้อ มีระบบการตรวจสอบและวางมาตรการต่างๆ ไว้อย่างรัดกุม ทำให้เกิดเสถียรภาพด้านราคาที่สูงกว่าราคาประกันที่กิโลกรัมละ 4 บาท สามารถประหยัดงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ สถิติราคาปาล์มทะลายเฉลี่ย ปี 2562 ทั้งปี อยู่ที่ 3.11 บาท/กิโลกรัม ปี 2563 เพิ่มเป็น 4.80 บาท/กิโลกรัม ปี 2564 ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 6.66 บาท/กิโลกรัม และคาดว่าในปี 2565 จะเพิ่มถึง 7.50 บาท/กิโลกรัม ขณะที่มูลค่าผลปาล์มน้ำมันทะลายที่ออกจากสวนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและต่อเนื่อง คือจากปี 2562 มีมูลค่า 50,000 ล้านบาท, ปี 2563 เพิ่มเป็น 70,000 ล้านบาท ปี 2564 เพิ่มเป็น 1.2 แสนล้านบาท คาดว่าในปี 2565 น่าจะทะลุ 1.5 แสนล้านบาทแน่นอน ในส่วนของมูลค่าการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ปี 2562-2565 คาดว่าจะมีปริมาณมากถึง 1.5 ล้านตันเศษ สามารถนำเงินเข้าประเทศได้ประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2566 ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า พล.อ.ประวิตร ยังได้ยกให้ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจต้นแบบของไทย สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน.