ปลัดมหาดไทย มอบนโยบาย จ.อุบลฯ กระตุ้นร่วมขับเคลื่อนงานอย่างเข้มแข็ง ต้องเข้าไปอยู่ในหัวใจ เป็นที่พึ่งให้ประชาชน สำนึกตนว่าเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันที่ 31 ส.ค. 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกิจกรรมการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน (MOU) ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รายงานผลการขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญของจังหวัด
จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีถือเป็นต้นแบบที่ดี นายกรัฐมนตรียังชม การสื่อสารของทางจังหวัดเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดีของประชาชน จะทำให้เกิดความเลื่อมใสนับถือว่า ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข เพราะระบบการการกระจายข่าวทุกช่องทางประชาชนรับรู้ข่าวสารได้ โดยเฉพาะหอกระจายข่าวต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ขณะเดียวกันผู้นำต้องมี Passion มีรังสีแห่งความเป็นผู้นำเพื่อให้เกิดงานใหม่ขึ้น ส่วนงานที่ยังทำไม่สำเร็จก็จะได้รับความร่วมมือ ส่วนปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ถ้าชาวบ้านนับถือ ชาวบ้านก็เบาใจ นอนหลับ กินได้ การสื่อสารต้องเป็นแบบ 2 ทาง ให้ชาวบ้านสื่อสารให้ทางจังหวัดรับทราบได้โดยไม่กังวลใจ และสิ่งสำคัญที่อยากเห็นให้เกิดในทุกจังหวัด คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวของพวกเรา เชื่อมั่นว่ามีอุดมการณ์บำบัดทุกข์บำรุงสุข
ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานหรือข้าราชการต้องมีความเชื่อมั่นและมีอุดมการณ์ในการทำงาน ต้องรู้ว่าตนเองเป็นใคร มีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไร ต้องสำนึกว่าตนเป็น “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ดูแลพสกนิกรของพระองค์ให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนงานของทุกกระทรวง เพื่อสนองต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน สร้างทีมในการทำงานโดยบูรณาการกับหน่วยงานทุกกระทรวง/กรมในพื้นที่ ขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม
...
นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การทำงานจะทำคนเดียวไม่ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของจังหวัด นายอำเภอต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของอำเภอ กต้องขับเคลื่อนงานของทุกกระทรวง ไม่ใช่มหาดไทยกระทรวงเดียว ทำงานตอบสนองประชาชนให้ได้ เมื่อเป็นผู้นำแล้วต้องเอาใจใส่ดูแลสร้างทีมงานขึ้นมา ข้าราชการทุกกระทรวงต้องเป็นทีมงาน ทำให้เขาอบอุ่นใจว่างานที่ผู้บังคับบัญชาส่วนกลางสั่งลงมา ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ ต้องรับเป็นภาระในการเป็นผู้นำขับเคลื่อน
“พวกท่านต้องมีการสร้างทีมที่มีทุกภาคเข้ามามีส่วนร่วมการทำงานให้สำเร็จ โดยเฉพาะ 7 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ภาคราชการ, นักวิชาการ, ผู้นำศาสนา, นักธุรกิจเอกชน, ภาคประชาสังคม, ภาคประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อให้การทำงานหรือการขับเคลื่อนนโยบายสามารถดำเนินการได้อย่างสำเร็จบรรลุผล และมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน”
นอกจากนี้ นายสุทธิพงษ์ ยังเน้นย้ำและให้ความสำคัญกับการสื่อสาร การสร้างความรับรู้ประชาชนในทุกช่องทางและทุกมิติ เพื่อให้รับรู้ถึงภารกิจและนโยบายสำคัญของรัฐ เข้าถึงช่องทางในการรับบริการหรือรับการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยอาศัยการสื่อสารผ่าน 7 ภาคีเครือข่าย อันมีเป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน พร้อมฝากให้นายอำเภอกลับไปทำให้ทีมของแต่ละหมู่บ้านเข้มแข็ง ต้องมีทีม ครม.ประจำหมู่บ้าน เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน
สำหรับการจะสร้างทีมให้มั่นคงและยั่งยืน คือต้องเข้าไปอยู่ในหัวใจของประชาชน จะทำให้เราได้ทรัพยากรบุคคลที่เป็นจิตอาสามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมากขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องช่วยกระตุ้น ให้นายอำเภอนำคณะกรรมการหมู่บ้าน ช่วยกันให้แข็งแกร่ง ให้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย และเสริมให้ครบถ้วน เมื่อทำตามหน้าที่เต็มความสามารถแล้วจะได้เบาใจว่าคนป่วยจะได้พบแพทย์ นักเรียนได้มีที่เรียน ที่อยู่อาศัย หากมีทีมมากพอที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก็จะเกิดความมั่นคงถาวร สถาบันผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ จะเป็นหลักเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ดูแลพัฒนาระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในเรื่องอารยเกษตร ให้ส่วนราชการ อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ และใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกตำบล หมู่บ้าน อำเภอ ให้มีความสุขอย่างยั่งยืนสืบไป.