รองผู้ว่าฯ กทม. “ทวิดา” แนะสำนักงานเขต กำชับผู้ประกอบการ-คนส่งอาหารเดลิเวอรี ปฏิบัติมาตรการโควิด-19 เคร่งครัด สั่งตรวจสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ เข้มงวดทางออกฉุกเฉิน
วันนี้ (30 ส.ค. 65) ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์เฝ้าระวังภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพกรุงเทพมหานคร Bangkok Health Emergency Operations Center (ศฉส.กทม. : BHEOC) ครั้งที่ 3/2565 โดยในที่ประชุม สำนักการแพทย์และสำนักอนามัยรายงานสถานการณ์จำนวนผู้ป่วยรายวันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เฉลี่ยวันละ 1,000-1,200 ราย ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน ในส่วนของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมวันละ 270-290 ราย เหลือวันละ 130-180 ราย (ลดลง 37.93%) โดยผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ขณะที่อัตราการครองเตียงใน กทม. 32.8% มีแนวโน้มลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 38.2% และยังมีเตียงรองรับเพียงพอ
ทั้งนี้ จากการประชุม ศบค. ครั้งที่ 11/2565 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) การจัดบริการอาหารในรูปแบบเดลิเวอรี (Delivery) และมาตรการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อในชุมชนอย่างเคร่งครัด โดยกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือถึงปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 23 ส.ค. 2565 ให้กรุงเทพมหานครประสานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนบแนวทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นแนวทางที่กรุงเทพมหานครมีการประกาศใช้อยู่แล้ว
ในที่ประชุม ผศ.ดร.ทวิดา มอบหมายให้สำนักงานเขตดูแลและให้คำแนะนำผู้ประกอบการเดลิเวอรีในพื้นที่ รวมทั้งพูดคุยกับชุมชนให้เข้าใจถึงมาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคลที่ยังต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด ซึ่งกรุงเทพมหานครจะมีการประสานไปยังผู้ประกอบการเดลิเวอรีแพลตฟอร์มต่างๆ ทราบแนวทางปฏิบัติ และกำชับพนักงานขนส่งอาหารซึ่งเป็นผู้สัมผัสผู้คนจำนวนมากให้รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลโดยเคร่งครัด หากสำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ หรือสำนักอนามัยที่ร่วมตรวจในเรื่องของสาธารณสุข ขอให้เน้นย้ำผู้ประกอบการถึงเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น ให้เป็นมาตรการเชิงรุกไปในตัว ส่วนการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อในชุมชน ได้มีการดำเนินการให้คำแนะนำมาเป็นระยะๆ รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนมีการแยกขยะติดเชื้อและหน้ากากอนามัยออกจากขยะทั่วไป เพื่อป้องกันการเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วย จะมีการกระตุ้นย้ำเตือนต่อไป
ขณะเดียวกันในช่วงสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น ขอให้ทางสำนักงานเขตดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะโรคที่จะเกิดปัญหา หากแผลสัมผัสน้ำ รวมทั้งสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน หากมีผู้ที่มีความเปราะบางทางสุขภาพ จะต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ กรณีสำนักงานเขตต้องเข้าไปช่วยเหลือกลุ่ม 608 ออกจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม หากกลุ่ม 608 เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เจ้าหน้าที่จะต้องป้องกันตนเองตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และต้องให้ความระมัดระวังในการช่วยเหลือด้วย
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯ กทม. ยังให้คำแนะนำสำนักงานเขตในการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ พิจารณาแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้แก้ไขปรับปรุงตามลักษณะบริบทของร้าน โดยไม่จำเป็นว่าทุกร้านจะต้องทำเรื่องเดียวกันเหมือนกันหมด ในขณะเดียวกัน มาตรการความปลอดภัยเบื้องต้น โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าแสงสว่าง สายไฟ ต้องมีความเข้มงวดให้มากขึ้น ที่สำคัญต้องพิจารณาเรื่องสภาพแวดล้อมด้วย อาทิ ทางออกฉุกเฉิน ทางลง ทางขึ้น ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางโดยรอบ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยบันทึกข้อมูลลงในหมายเหตุการตรวจด้วย.