“จุรินทร์ ออนทัวร์ เขตประเวศ” เปิดตัว “กิตพล เชิดชูกิจกุล” มั่นใจ ปชป.กรุงเทพฯ ฟื้นตัวแล้ว มีโอกาสคัมแบ็กเที่ยวหน้า ไม่ขอพูดไปล่วงหน้าเรื่อง “นิพนธ์” แต่ยันโควตาเก้าอี้ รมต.ยังเหมือนเดิม

วันที่ 27 ส.ค. 2565 ที่เขตประเวศ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำ “จุรินทร์ ออนทัวร์ กทม.” ประกอบด้วย นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ อดีต ส.ส. เขตบางนา เหรัญญิกพรรค นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบางเขน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตหลักสี่ จตุจักร นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตประเวศ นอกจากนี้ยังมี นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ส.ก.เขตประเวศ ร.ต.อ.ไพศาล มั่งมี อดีตผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง นายสมเกียรติ ปานดำ อดีตผู้สมัคร ส.ก. เขตสะพานสูง นายธนิตศักดิ์ ดารามั่น อดีตผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดพร้าว ไปจนถึง มีอดีต ส.ข. ของพรรค และสมาชิกพรรค ร่วมกันลงพื้นที่เขตประเวศ ที่โรงเรียนสอนศาสนาศาสนนูปถัมภ์ เพื่อมอบถุงน้ำใจ ปชป. จากมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ให้หลายชุมชน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเขตประเวศในวันนี้ ตนมีความตั้งใจมาขอบคุณพี่น้องประชาชน ในระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ลงคะแนนเลือก นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ให้เป็นสมาชิกสภา กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในการเลือกตั้ง กทม. ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้ง ส.ก. ทั้งหมด 9 เขต และมีคะแนนเป็นอันดับ 2 ถึง 7 เขต ถือว่าพรรคได้รับการสนับสนุนจากชาวกรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและน่าพอใจ ซึ่งสะท้อนว่าชาวกรุงเทพฯ ยังไม่ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์

...

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงเขตเดิม คืบหน้าไปเยอะเกือบครบแล้ว บางเขตยังขอใช้เวลาเพื่อให้ได้ตัวผู้สมัครที่มีความเหมาะสม และให้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ กทม. มีทั้งหมด 33 เขต เมื่อดูจากผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กับ ส.ก. ถือว่าเสียงของพรรคได้รับการตอบรับจากชาว กทม. ดีขึ้นเยอะ ถือว่าเสียงของประชาธิปัตย์ได้รับความไว้วางใจจากชาว กทม. ชัดเจน ถึงขั้นได้รับคะแนนมาที่ 1 มาที่ 2 จากเดิมเราได้ผู้แทนฯ ศูนย์คน คือไม่ได้เลย รวมทั้งเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แม้เราไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่คะแนนก็มาที่ 2 ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และสะท้อนว่า ประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ได้ฟื้นตัวขึ้นมา และมีโอกาสคัมแบ็ก ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อดูจากคะแนนเลือก ส.ก. ของพรรค จะแปลมาเป็นคะแนน ส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นได้หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนไม่ถึงกับไปแปลอย่างนั้น เพราะมันไม่ใช่ตัวชี้วัด หรือจะแปรผันไปตามนั้น 100% เพราะการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. กับ ส.ก. ก็อาจจะมีความแตกต่างกัน ไม่เหมือนกันทั้งร้อย แต่เป็นการสะท้อนสัญญาณว่า ประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ นั้น ดีขึ้น ประชาชนตอบรับมากขึ้น ส่วนจะได้ผู้แทน กทม. กี่คนนั้น ตนมั่นใจว่าเที่ยวหน้าได้ แต่จะได้เท่าไร 5 คน 10 คน ก็มีความเป็นไปได้หมด เพราะในอดีต เราได้เกือบหมด เกือบยกกรุงเทพฯ ก็มี

จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะมีสิ่งใดสะดุดหรือไม่ จากการที่ พล.อ.ประวิตร ขึ้นมารักษาการนายกฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ท่านนายกฯ ก็มีคำสั่งให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ข้อเท็จจริงท่านก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ไม่ได้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ ตำแหน่งนี้ไม่ได้ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่อย่างน้อยท่านก็ยังเป็นนายกฯ เมื่อนายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ รัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ชัด และระเบียบบริหารราชการแผ่นดินก็เขียนไว้ชัดว่า ต้องให้คนที่นายกฯ มีคำสั่งก่อนหน้านี้ เข้ารักษาการนายกฯ เรียงตามลำดับ ซึ่งมีการเรียงไว้แล้ว คือ พล.อ.ประวิตร ดร.วิษณุ ท่านอนุทิน และตน ต่อด้วยท่านดอน ท่านสุพัฒนพงศ์ ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ตอนนี้ พล.อ.ประวิตร ก็ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี การบริหารราชการแผ่นดินก็ยังเดินต่อไปตามภารกิจที่เป็นไปตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นรัฐบาลผสม และพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมาเหมือนเดิม ไปตามปกติ ไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ต้องรอตรงนั้นว่าจะสั่งว่าอย่างไร จะมีคำวินิจฉัยว่าอย่างไร ซึ่งไม่มีใครทราบล่วงหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงอำนาจของรักษาการนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การแต่งตั้ง โยกย้าย ไปจนถึงงบประมาณ จะต้องไปขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็มีการเสนอว่า การตั้งรักษาการนายกฯ จะต้องขออำนาจ ครม. เสียก่อน เพื่อให้ตำแหน่งดังกล่าวสามารถทำงานได้นั้น รองนายกฯ จุรินทร์ กล่าวว่า ตอนที่ท่านนายกฯ มีคำสั่งว่าใครจะรักษาการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ผ่านที่ประชุม ครม. อยู่แล้ว และตราบเท่าที่คำสั่งเดิมยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องเป็นไปตามนั้น และเป็นไปตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินด้วย

ส่วนที่มีการพูดกันว่าตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ยังมีอำนาจปรับ ครม. ด้วย ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะมีคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีของประชาธิปัตย์นั้น หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันว่าตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ยังเป็นโควตาของประชาธิปัตย์ หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากพูดไปล่วงหน้า เพราะเรายังไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยว่าอย่างไร กรณีคุณสมบัติของท่านนิพนธ์ ซึ่งก็ต้องอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำสั่งว่าอย่างไร ต้องไปดูตรงนั้นก่อน เพราะเราไม่ทราบล่วงหน้า ส่วนจะมีคำตอบว่าอย่างไร ก็จะมีคำตอบตามมาด้วยตัวของมันเอง แต่ขณะนี้ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และข้อตกลงในเรื่องโควตา ตำแหน่ง ก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นการร่วมรัฐบาลในรูปรัฐบาลผสม มีทั้งพรรคพลังประชารัฐ เป็นแกน มีประชาธิปัตย์ มีภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และพรรคอื่นๆ ยังเป็นไปตามนั้น ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงนี้ ทุกพรรคการเมืองกำลังเร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองกันว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมความพร้อมไปได้กี่เปอร์เซ็นต์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรคเตรียมพร้อมไปเยอะมากแล้ว และได้ทำเรื่องนี้ก่อนหลายพรรคการเมืองมาก่อนหน้านี้ วันนี้ถือว่าก็ยังพร้อมอยู่ และพร้อมมากขึ้น ทั้งในเรื่องตัวบุคคล นโยบาย ยุทธศาสตร์ ทิศทางการทำหน้าที่ และพร้อมในการที่จะนำเสนอผลงานต่อพี่น้องประชาชน เพราะ 3 ปีเศษที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลและมีผลงานจับต้องได้เป็นรูปธรรมที่สุดพรรคหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับของประชาชน ดังนั้นหากถามเรื่องความพร้อม ตนก็เรียนว่าพร้อมทุกสถานการณ์ ตอนนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองจะลงพื้นที่ เพราะถึงอย่างไรแม้รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม ก็เกือบจะเรียกว่าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งได้แล้ว เพราะก็จะเหลือเพียง 7 เดือนจะครบเทอม การเลือกตั้งก็ต้องเกิดภายใน 45 วันหากครบเทอม ซึ่งก็ต้องจัดการเลือกตั้งในเดือนเมษายน หรือพฤษภาคม ไม่มีอะไรหนีไปจากนี้ ยกเว้นเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ดังนั้นเหลือเวลา 7 เดือน จะเลือกตั้งอีก 8-9 เดือน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองจะต้องลงพื้นที่ ประชาธิปัตย์ก็ลงมาก่อนหน้านี้เยอะแล้ว วันนี้ถือว่าประชาธิปัตย์ลงพื้นที่เขตประเวศ กทม. และสัปดาห์ต่อๆ ไปก็จะมีอีกทุกสัปดาห์