หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมงานสมาคม นสพ.ภูมิภาค ครบรอบ 57 ปี ผูกพันแน่นแฟ้น ชี้ ปชป. ไม่แทรกแซงสื่อ ไม่คุกคามสื่อ ไม่ครอบงำสื่อ และไม่เคยคิดยึดครองสื่อ

วันที่ 27 ส.ค. 2565 ที่ รร.ดิ เอมเมอรัล รัชดาภิเษก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2565 สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคประเทศไทย ครบรอบ 57 ปี ที่จัดขึ้น

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับวงการสื่อ ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตั้งแต่สมัยที่เป็นนักเขียนการ์ตูนการเมือง และยังเก็บต้นฉบับไว้ทุกชิ้น วันหนึ่งคงจะได้นำมาทำประโยชน์ได้ต่อไป จากนั้นเมื่อได้มาเป็นผู้แทนราษฎร ก็ยิ่งต้องทำงานร่วมกันกับสื่อมวลชนทุกคน ดังนั้นความผูกพันจึงมีต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าสื่อในปัจจุบันจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง นอกจากมีหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ และยังมีสื่อออนไลน์ เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ไปลดความสำคัญของสื่ออื่นๆ โดยเฉพาะคอลัมนิสต์ การแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม

“มีความภาคภูมิใจเช่นเดียวกับพวกเรา ที่ได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตช่วงนึงทำหน้าที่เป็นสื่อ เพราะถือว่าเป็นภารกิจ และเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ มีฐานันดร ที่เป็นที่ยอมรับของสังคม จนเป็นที่ขนานนามว่าสื่อก็คือฐานันดรสี่ ซึ่งพวกเราภาคภูมิใจ ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนและไม่ว่าจะเป็นสื่อส่วนกลาง สื่อส่วนภูมิภาคสำคัญเท่ากัน เพราะการมีภารกิจที่มีความแตกต่างกันในพื้นที่ ที่เหลือก็ไม่แตกต่างกัน” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ยังกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความผูกพันกับสื่อมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ปี 2489 และให้ความสำคัญกับสื่อมาตลอดระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็นยุคไหน ทั้งตอนที่พรรค เป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ก็มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดสภาวิชาชีพสื่อมวลชนขึ้น และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมจรรยาบรรณ จริยธรรม และมาตรฐานสื่อ ที่อยู่ในการพิจารณาของสภา พรรคประชาธิปัตย์ก็จะให้การสนับสนุนต่อไป

...

“ประชาธิปัตย์ ไม่แทรกแซงสื่อ ไม่คุกคามสื่อ ไม่ครอบงำสื่อ และไม่เคยคิดจะไปยึดครองสื่อ ในทางตรงกันข้าม ก็พร้อมจะส่งเสริมสิทธิเสรีภาพให้ทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรี ตามจรรยาวิชาชีพสื่อมวลชนทุกประการ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ทั้งนี้ ภารกิจของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อจากนี้จะนำ “จุรินทร์ ออนทัวร์” เดินทางไป โรงเรียนสอนศาสนาศานูปถัมภ์ คลองเคล็ด เขตประเวศ พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการ “คาราวานพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน : Lot” เพื่อบรรเทาภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันให้กับพี่น้องประชาชน และในช่วงค่ำ คณะของรองนายกรัฐมนตรี จะได้เดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนอกจากจะเป็นการเดินทางไปสำรวจสินค้าไทยแล้ว ยังจะได้พบกับประธานสภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย และลงนาม MOU ที่นักธุรกิจซาอุดีอาระเบียจะได้พบกับนักธุรกิจไทย เพื่อเจรจาทางการค้าในรูปแบบ Business Matching โดยหวังว่าการเจรจาการค้าครั้งนี้จะนำมาซึ่งรายได้เข้าประเทศเป็นมูลค่าจำนวนไม่น้อย