งบฯปี 66 ผ่านสภา จนได้ ด้วยคะแนน 258 ต่อ 180 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 1 ด้าน ‘สุพัฒนพงษ์’ รองนายกฯและรมว.พลังงาน ขอบคุณ ส.ส.ทุกท่าน รัฐบาลสัญญาใช้งบประมาณทุกบาท คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

วันที่ 23 ส.ค. 65 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.15 น. การประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สภาพิจารณามาตรา 39 ทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายในมาตราดังกล่าว แต่ก่อนอภิปราย พล.ต.ต.สุพิศาล ได้กล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ตามธรรมเนียมในรัฐธรรมนูญ นายกฯ ต้องมาตอบในสภาแห่งนี้ แต่มีข่าวว่า นายกฯ ไม่มา เพราะมันใกล้เที่ยงคืนใช่หรือไม่ หรือก่อนเที่ยงคืนนายกฯ ต้องเตรียมเซ็นลงบนเอกสารหรือไม่ ถึงไม่มาสภา

จากนั้นเวลา 22.40 น. ที่ประชุมพิจารณาในวาระ 2 ครบทั้ง 40 มาตรา และลงมติในวาระ 3 โดยเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ด้วยคะแนน 258 ต่อ 180 งดออกเสียง 3 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฯ 2566 และจะส่งร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวไปยังวุฒิสภา เพื่อพิจารณาภายใน 20 วัน

...

ขณะที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้แทนรัฐบาล กล่าวว่า ตนขอบคุณที่ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนแผนยุทธ์ศาสตร์ชาติ และนโยบายต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนเป็นสุข ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ส่วนข้อห่วงใย และข้อเสนอแนะของสมาชิก รัฐบาลจะนำไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานรับงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด และขอบคุณ กมธ. ที่เสียสละเวลาพิจารณาอย่างเต็มที่ จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รัฐบาลจะนำความเห็นของกมธ. ไปปรับปรุง เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้มีความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประเทศต่อไป

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดประชุม 22.50 น. 

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่เริ่มพิจารณา ตั้งแต่ 13.00 น. เป็นไปอย่างล่าช้า ผ่านไป 7 ชั่วโมง พิจารณาไปได้เพียง 4 มาตรา เท่านั้น คือ มาตรา 30-33 แต่เมื่อผ่านมาตรา 33 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และใช้เวลาพิจารณาในแต่ละมาตราไม่นานเหมือนมาตราที่ผ่านมา เพราะมีสมาชิกอภิปรายน้อย.