พท.เดินหน้ายุทธการโรยเกลือ “ยุทธพงศ์” ลุยยื่น ป.ป.ช.ฟัน “อาคม-สันติ” และฝ่ายที่มีเอี่ยวโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี “สมคิด” ชง ป.ป.ช.สอย ส.ส.-ส.ว.โหวตสูตรหาร 500 ปล่อยฝ่ายบริหารแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ “วีระกร” ตอกหน้าฝ่ายเสธ. “บิ๊กตู่” ให้เลิกคิดกลับไปใช้บัตรใบเดียวได้เลย ส.ส.เขตไม่มีใครเอาด้วย “โจ้” แฉ “ลุงในป่า” ล็อบบี้ กมธ.งบประมาณฯ คืนงบฯจัดซื้อเอฟ-35 โฆษก ทอ.แจงยิบเหตุต้องซื้อเอฟ-35 อยากให้ทันลอตเดียวกลุ่มนาโต “ประดิษฐ์” ตอบแทนบุญคุณ “เสธ.หนั่น” อุ้มน้อง-หลานเข้าสภา

ผลสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แกนนำฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในโครงการบริหารและดำเนินกิจการท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) ในวันที่ 1 ส.ค.นี้

พท.ยื่น ป.ป.ช.สอยท่อน้ำอีอีซี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า วันที่ 1 ส.ค.เวลา 10.00 น. จะไปยื่น เรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) เอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในโครงการบริหารและดำเนินกิจการท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กรมธนารักษ์เตรียมลงนามเซ็นสัญญากับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในวันที่ 3 ส.ค. ได้แก่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง คณะกรรมการที่ราชพัสดุ และคณะกรรมการคัดเลือกบริษัทเอกชน กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว รวมถึงยื่นเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบต่อไป โครงการดังกล่าวมีความไม่โปร่งใสชัดเจน มีการจัดฉากประมูล หนีการประกวด ราคา เชิญเฉพาะบริษัทเอกชน 5 ราย มาร่วม นายสันติที่รับผิดชอบโครงการดังกล่าว ไม่สามารถตอบข้อสงสัยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ไม่รู้ว่านายกฯปล่อยผ่านมาได้อย่างไร ทราบว่าแผนต่อไปจะมีคนในรัฐบาลไปฮุบบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ มาประเคน ให้บริษัท วงษ์สยามฯ ขอให้จับตาดู

...

แฉ “ลุงในป่า” ล็อบบี้ซื้อเอฟ 35

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนการเสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน ตัดลดงบส่วนนี้ 3,130 ล้านบาท จากที่เสนอขอมา 32,702 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกองทัพบกถูกตัดลด 2,000 ล้านบาท กองทัพเรือปรับลด 200 ล้านบาท กองทัพอากาศปรับลดงบจัดซื้อเครื่องบินเอฟ 35 เอ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 738 ล้านบาท เนื่องจากต้องรอสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา อนุมัติขายเครื่องบินให้ อนุ กมธ.จึงมีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติงบให้ เพราะยังไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ยังไม่จำเป็นต้องตั้งงบจัดซื้อปีนี้ ไว้ไปตั้งงบจัดซื้อปีหน้ายังทัน และตัวแทนกองทัพอากาศบอกการจัดซื้อเครื่องบินเอฟ 35 เอ ยังไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน ทราบว่าวันที่ 2 ส.ค. กองทัพอากาศจะยื่นอุทธรณ์ขอคงงบซื้อเครื่องบินเอฟ 35 เอ ต่อ กมธ.งบประมาณฯ ชุดใหญ่ “ทราบว่ามีลุงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่า กำลังโทร.ล็อบบี้ กมธ.งบประมาณฯฝ่ายรัฐบาล ให้ยกมือสวนมติอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ จัดซื้อเครื่องบินรบให้กองทัพอากาศ สวนนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ให้เหล่าทัพจัดซื้ออาวุธเท่าที่จำเป็น”

ขู่แฉชื่อ ส.ส.ที่ยกมือโหวตผ่าน

นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 2 ส.ค. กมธ.งบประมาณฯชุดใหญ่ จะพิจารณาอุทธรณ์ของกองทัพอากาศที่ถูกตัดงบจัดซื้อเครื่องบินเอฟ 35 เอ ถ้าใบสั่งล็อบบี้จัดซื้อเครื่องบินดังกล่าวทำสำเร็จ จะคัดค้านเต็มที่ในการพิจารณาวาระ 2-3 อยากรู้มี ส.ส.หน้าไหนกล้ายกมือผ่านงบตัวนี้ จะได้แฉว่าใครบ้างที่โหวตผ่านให้ เห็นเครื่องบินรบสำคัญกว่าปากท้องประชาชน ขณะที่งบประมาณกองทัพบกที่ถูกปรับลดไป 2,000 ล้านบาท มีการนำเอกสารมาชี้แจงอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ บอกว่าลับมากห้ามเปิดเผย แต่จะนำมาแฉในวาระ 2-3 ว่า ไส้ในเอกสารลับมากมีอะไรบ้าง ทั้งการจัดซื้อที่นอน ฟูก หมวกสนาม ตู้เหล็ก เตียงนอน เสื้อผ้า ซื้อสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด เบลเยียมเชพเพิร์ด ลาบาดอร์ แต่บอกว่าลับมาก การจัดซ่อมยุทโธปกรณ์ที่บอกลับมาก แต่เป็นการซ่อมรถแบ็กโฮ รถน้ำเอกสารคลุมเครือ เหมือนไม่อยากให้อนุ กมธ.รู้ไส้ใน

ปูด “ลุง” ปาปากกาใส่ “ผู้กอง”

นายจิรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนผลโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนไว้วางใจมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แสดงให้เห็นถึง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่มั่นใจในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงที่ พล.อ.ประวิตรถูกอภิปราย มี ส.ส.คอยลุกขึ้นปกป้องประท้วงให้ แต่พอ พล.อ.ประยุทธ์ถูกอภิปรายกลับไม่มี ส.ส.คอยช่วยประท้วง ปล่อยให้ถูกรุมเละ ทราบข่าวทางลับว่า ก่อนลงมติมีบุคคลสำคัญเป็นลุงที่อยู่ในป่าเรียก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ไปเคลียร์ให้โหวตช่วย พล.อ.ประยุทธ์ แต่ ร.อ.ธรรมนัสยืนยันไม่โหวตให้ ถึงขั้นลุงที่อยู่ในป่าโกรธมากปาปากกาใส่ ร.อ.ธรรมนัสจริงหรือไม่ ลุงที่อยู่ในป่าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเรียกพรรคเล็กมาเคลียร์ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เสียงพอผ่านไปได้ ดูแล้วอนาคตรัฐบาลทำงานลำบากแน่ เพราะยังมีร่างกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับ

ชงสอย ส.ส.-ส.ว.เอาหาร 500

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 2 ส.ค.ที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.วาระ 2 หลังจาก กมธ.นำไปปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยสูตรหาร 500 พรรคเพื่อไทยจะงดออกเสียงเพราะไม่เห็นด้วยมาแต่แรก แต่พร้อมร่วมประชุมให้เสร็จตามกำหนดเวลา ขณะนี้พรรคเตรียมให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างคำร้องยื่นต่อ ป.ป.ช. เอาผิดสมาชิกรัฐสภาที่จงใจฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ลงมติเห็นด้วยกับมาตรา 23 ให้เปลี่ยนวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากสูตรหาร 100 เป็น หาร 500 โดยเฉพาะมีพฤติกรรมฝ่ายบริหารแทรกแซงการทำงาน ทำให้การพิจารณากฎหมายของสภา ไม่เป็นไปตามระบบ ส่วนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย พรรคเพื่อไทยจะแยกดำเนินการ ไม่ร่วมกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.

“วีระกร” ให้เลิกคิดบัตรใบเดียว

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวจะย้อนกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า อาจมีการพูดกัน แต่เป็นไปไม่ได้ อาจเป็นคนรอบตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เป็นทหาร มองว่าแก้แบบนี้พรรค พปชร.น่าจะได้ประโยชน์ แต่พวกเขาอาจลืมไปว่าสภาสมัยนี้มาจากประชาชนจะสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ และรัฐธรรมนูญเพิ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จยังไม่ทันใช้ อยู่ๆจะแก้กลับอย่างนี้จะบอกกับประชาชนอย่างไร ต้องมีเหตุมีผลอธิบายกับประชาชน ฉะนั้นเลิกคิดเลิกวิจารณ์กันได้แล้ว ข่าวก็คือข่าวคนพูดก็พูดไป ที่สำคัญต่อให้ทำไทม์ไลน์ก็ไม่ได้ ไม่ทันเลือกตั้ง และการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ ส.ส.เขตที่ลงพื้นที่จะได้เปรียบ ฉะนั้นแก้กลับไปเป็นบัตรใบเดียว ส.ส.เขตในสภาคงไม่ยอมกัน ส่วนวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยสูตรหาร 500 เชื่อว่าเมื่อกฎหมายผ่านสภาเสร็จแล้ว กกต.น่าจะไม่มีปัญหา คงเห็นด้วยกับการเอาสูตรหาร 500

โฆษก รบ.ตีฝีปากโต้ “เสรีพิศุทธ์”

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่กล่าวหารัฐบาลตาลีตาเหลือกจะกลับไปใช้บัตรใบเดียว เพื่อความได้เปรียบนั้น เรื่องการแก้ไขกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ไม่ใช่รัฐบาลหรือนายกฯจะไปสั่งการได้ พูดเพราะหวังป้ายสีให้รัฐบาลเสียหาย แค่พูดเอามัน ควรต้องพิจารณาตัวเองว่าเล่นการเมืองมีจริยธรรมหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ต้องมาเถียงกันอีกแล้ว สมาชิกรัฐสภาเห็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น และอาจต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ อีกไม่นานรัฐบาลชุดนี้จะหมดวาระแล้ว สู้เอาเวลาที่เหลือมาช่วยกันทำงานแก้ปัญหาให้กับประชาชนดีกว่า ไม่ใช่วันๆยังคิดแต่จะหาวิธีเรียกคะแนนความนิยมให้พรรคตัวเองลูกเดียว

ทอ.แจงยิบเหตุต้องซื้อเอฟ 35

ด้าน พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงถึงกรณีอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯตัดงบจัดซื้อเครื่องบินเอฟ-35 ที่อาจมีผลกระทบต่อขีดความสามารถของกองทัพอากาศว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีการขยายอิทธิพลจากชาติมหาอำนาจสู่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น รวมถึงปัญหาการเมือง ความมั่นคงภายในแต่ละประเทศ ทําให้หลายประเทศในภูมิภาคมีการสะสมกำลังทางทหาร โดยเฉพาะทางอากาศ อาทิ เมียนมา, มาเลเซีย และเวียดนาม ปัจจุบันอันดับกำลังทางอากาศของไทย อยู่ที่ 5 ในอาเซียน กองทัพอากาศจำเป็นต้องจัดเตรียมกำลังให้มีขีดความสามารถและกำลังรบทัดเทียม เพื่อเป็นการป้องปรามและเตรียมพร้อมรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น กองทัพอากาศรับรู้และเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจ ของประเทศ การจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนในครั้งนี้ จึงมุ่งสู่การยกระดับกองทัพอากาศและประเทศ ไทย สู่การมีเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นเทคโนโลยีชั้นสูง นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กองทัพอากาศได้ส่งหนังสือไปเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2564 เพื่อเข้ากระบวนการขออนุมัติจากหน่วยงานต่างๆของสหรัฐฯ คาดว่าจะได้รับคำตอบภายในเดือน ม.ค.2566

อยากให้ทันลอตเดียวกับนาโต

พล.อ.ต.ประภาสกล่าวอีกว่า กองทัพอากาศต้องการทราบงบประมาณที่จะได้รับในโครงการดังกล่าวก่อนตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อจะได้ทราบถึงจำนวนอากาศยานและส่วนสนับสนุนอื่น แต่หากกองทัพอากาศไม่ได้รับงบประมาณในปี 2566 ก็ไม่สามารถจัดทําหนังสือ LOA กับทางการสหรัฐฯได้ หากเราเสนอความต้องการซื้อเครื่องบิน F-35 ในปี 2567 ต้องรอคิวการพิจารณาสายการผลิต และไม่สามารถเริ่มกระบวนการจัดหาได้ทันกับกลุ่มนาโต ที่มีแผนจะสั่งจองการผลิตในปี 2565-2566 ความพร้อมปฏิบัติการของเครื่องบิน F-35 ครบฝูง จะเลื่อนออกไปเป็นปี 77 ช้ากว่าแผน 2 ปี ส่งผลให้ประเทศไทยจะขาดขีดความสามารถในการป้องกันภัยทางอากาศ

“ไผ่” ปิดประตู ส.ส.ซบ “บิ๊กน้อย”

นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค ไปโหวตไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะจบ ส่วนโทษคงไม่เหมือนกันทุกคน ตอนนี้ต้องรอคำชี้แจงก่อน ไปตัดสินเขาเลยโดยที่ยังไม่ได้ถามคงไม่ได้ แต่แจ้งไปแล้วว่าให้ชี้แจงมา ถ้าสุดท้ายเขาไม่ตอบกลับมาค่อยว่ากัน ส่วนกรณี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะเข้าร่วมประชุมใหญ่สมัยวิสามัญพรรคพลังชาติไทย ในวันที่ 1 ส.ค. ทราบว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรครวมแผ่นดินนั้น ก็ร่วมยินดีด้วย เมื่อถามว่า พล.อ.วิชญ์ระบุจะมี ส.ส.เศรษฐกิจไทยย้ายไปอยู่ด้วย นายไผ่ตอบว่า มั่นใจว่าไม่มี ส.ส.เศรษฐกิจไทยย้ายไป 100 เปอร์เซ็นต์

“เต้น” อ้อนเสื้อแดงเมืองรถม้า

ที่ศาลาหมู่บ้านเอื้ออาทร หน้าสุสานไตรลักษณ์ประตูม้า ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลําปาง กลุ่มคนเสื้อแดงจาก 13 อำเภอ จ.ลําปาง กว่า 500 คน มาร่วมต้อนรับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิกล่าวท่ามกลางเสียงไชโยโหร้องกึกก้องด้วยความดีใจของคนเสื้อแดงว่า คิดว่าคนลําปางลืมนักประชาธิปไตยคนนี้แล้ว “วันนี้หมดเวลานายกฯตู่แล้ว จากนี้เวลาที่เหลือไม่กี่เดือนสภาคงลากไปครบ หากพวกเราไม่ต้องการรัฐบาลนายกฯตู่ ไม่ยาก สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาให้มากทุกภาค” จากนั้นร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มคนเสื้อแดง มีเจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร ทั้งในและนอกเครื่องแบบ มาร่วมสังเกตการณ์กว่า 50 นาย

ตอบแทนบุญคุณ “เสธ.หนั่น”

ที่ จ.พิจิตร นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.คลัง อดีต ส.ส.พิจิตร 4 สมัย กล่าวถึงการร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า คาดว่าเลือกตั้งสมัยหน้าพรรคภูมิใจไทยน่าจะมีส่วนร่วมเข้าไปบริหารประเทศอีก คนในพื้นที่จะได้ประโยชน์ เป็นพรรคที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสิบกว่าปี ชาวพิจิตรน่าจะเลือกให้มาพัฒนาบ้านเมืองได้ ตระกูลภัทรประสิทธิ์กับขจรประศาสน์ สองตระกูลนี้รับใช้คนพิจิตรมายาวนาน ตนกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคารพเหมือนพ่อลูกกัน ในเขต 3 ที่นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย พล.ต.สนั่นจะลงสมัครเป็นโอกาสที่ตนจะได้ตอบแทนบุญคุณ พร้อมช่วยนายศิริวัฒน์เป็น ส.ส.พิจิตรอีกครั้ง ครั้งนี้ขอช่วยเหลือน้องกับหลาน และตอบแทนบุญคุณ พล.ต.สนั่น ส่วนตำแหน่งทางการเมืองตนพอแล้ว อายุจะ 70 แล้ว

“วรงค์” ยกนครศรีฯเมืองหลวง

ช่วงบ่ายที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี และผู้บริหารพรรค ร่วมประชุมใหญ่สามัญสาขาพรรคไทยภักดี ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 1 ครั้งที่ 1/2565 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นคร ศรีธรรมราชทั้ง 8 เขต ประกอบด้วยเขต1 นายธีระพงศ์ สิทธา เขต 2 นายคมสิน แก้วปลายคลอง เขต 3 นายศรราม แก้วตาทิพย์ เขต 4 นายทนงศักดิ์ พิทักษ์วงศ์ หรือโกเบิร์ด เขต 5 นายธนชาติ ศรีเปาระยะ เขต 6 นายสัญญา แพลือ เขต 7 นายสุรธัช เณรภักดี และเขต 8 พล.ต.ต.ธนวัฒน์ พุฒด้วง มีนายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ นพ.วรงค์กล่าวว่า ถือว่า จ.นครศรีธรรมราชเป็นเมืองหลวงของไทย ภักดีในพื้นที่ภาคใต้ นโยบายหลักเรามี 3 เรื่อง คือ 1. ปกป้องสถาบัน 2.ปราบโกงหรือทุจริต เป็นดีเอ็นเอของพรรค และ 3.นโยบายพรุ่งนี้รวย ด้วยนวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ

“พีระพันธุ์” ปัดสาขา 2 พปชร.

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการขับเคลื่อนพรรคว่า เราไม่ใช่พรรคที่แสวงหาสถานะทางการเมืองให้ตัวเอง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่อนทำลายประชาธิปไตย และยืนยันไม่ใช่พรรคสาขาของพลังประชารัฐ เป้าหมายคือทำให้เป็นพรรคหลักของบ้านเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ และจะมีส.ส.เตรียมย้ายมาร่วมงาน ตั้งเป้าว่าจะส่ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อครบหมด ส่วนคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องพร้อมเป็นนายกฯ ถ้าไม่พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคได้อย่างไร แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน เราพร้อมทำงานทางการเมืองทุกตำแหน่ง วันไหนถ้ามีอำนาจหน้าที่ จะจัดการนักการเมืองทุจริตให้หมด เล่นงานหมดทุกคน

“บิ๊กป้อม” เข้มทลายเว็บพนัน

ขณะที่ พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานถึงปัญหาและผลกระทบจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ พบแฝงกระจายอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก เข้าถึงง่ายขึ้น มีผลกระทบกับลูกหลาน เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าไปเกี่ยวข้องและติดการพนันออนไลน์ ส่งผลต่อพฤติกรรมและพัฒนาการ รวมทั้งการกระทำผิดกฎหมาย พล.อ.ประวิตรจึงสั่งการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปตรวจสอบทำการปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีอยู่ทั้งหมดโดยเร็ว พร้อมให้ขยายผลเปิดปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลัง นำสู่การยึดทรัพย์ทำลายเครือข่ายทั้งหมดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และขอให้ตำรวจพื้นที่และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปช่วยเหลือคุ้มครองดูแล ให้คำปรึกษาแนะนำครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ

ความนิยมต่างขั้ว “พท.–บิ๊กตู่”

วันเดียวกัน ซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,137 ตัวอย่าง “พรรคการเมืองไหน ยอดนิยม” พบว่าถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยได้ร้อยละ 26.9 ตามมาด้วยพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 22.3 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 14.2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 6.9 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 6.8 และลดหลั่นกันลงไปคือพรรคเสรีรวมไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยสร้างไทย พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย สำหรับอันดับนักการเมืองระดับคู่แข่งนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนชอบสูงสุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ร้อยละ 26.2 ตามด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 19.6 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 14.4 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 7.0นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 4.7 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 4.2 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 3.5 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ร้อยละ 3.0

โพลชี้ 11 รมต.สอบตกซักฟอก

ด้านนิด้าโพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน1,312 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 69.28 ไม่ได้ติดตามเลย รองลงมาร้อยละ 18.98 ติดตามบ้างเล็กน้อย ร้อยละ 9.0 ติดตามเป็นระยะ มีร้อยละ 2.74 ที่ติดตามตลอดเวลา และส่วนใหญ่ของผู้ที่ติดตามร้อยละ 42.43 เห็นว่าข้อมูลของฝ่ายค้านในภาพรวมชัดเจนมาก ขณะที่การชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รวมถึงรัฐมนตรีอีก 10 คน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่าตอบชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้ไม่ชัดเจน

99 พลเมืองหัวหอกบี้ “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว. ร่วมแถลงข่าวการลงนามของกลุ่มนักวิชาการ และประชาชน 99คน เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมที่มีใจความสำคัญว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 158 นายกฯจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ เพื่อไม่ให้ละเมิดต่อหลักการ ขัดรัฐธรรมนูญและเกิดความขัดแย้งในสังคมไทย กลุ่มปัญญาชนและพลเมืองไทย 99 คน ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียสละ ลาออกจากตำแหน่งก่อนวันที่ 24 ส.ค. หากยังต้องการต่ออายุออกไปอีกโดยการตีความบิดเบือนเข้าข้างตนเอง จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีมลทินมัวหมองไปตลอดชีวิต ขัดกับคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองอย่างร้ายแรง ทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ จนเกิดความขัดแย้งและความวุ่นวายทางการเมือง จากความแตกแยกสามัคคีที่เกิดขึ้นในหมู่ทหาร ข้าราชการ และประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ 99 พลเมือง อาทิ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ นางสุนี ไชยรสอดีตกสม. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ นางลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน นายสมชาย หอมลออ ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักเขียน นายสาวิทย์ แก้วหวาน อดีตเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี นายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว. นายปรีดา เตียสุวรรณ์ เป็นต้น

“ล้างบางโคตรโกง–บ้าอำนาจ”

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ลานกิจกรรมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา คณะหลอมรวมประชาชน นัดชุมนุม “ล้างบางโคตรโกง บ้าอำนาจ เป็นทาส ปล้นชาติ ขายแผ่นดิน” เป้าหมายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่ง มีแกนนำคนสำคัญของม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดงเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นายจตุพรพรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตแกนนำพันธมิตร ขณะที่บนเวทีปราศรัยมีแกนนำสลับขึ้นปราศรัยโจมตีความล้มเหลวการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างดุเดือด