“ชูศักดิ์” ย้ำสูตรหาร 500 ขัด รธน.มาตรา 91 ให้ทุกอย่างไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ คนเพื่อไทยลั่นพร้อมสู้ทุกรูปแบบ “เสรีพิศุทธ์” จวก “บิ๊กตู่” คิดเอาแต่ได้ ขนาดพวกกันยังเมินหน้าหนี “ชินวรณ์” ขู่ขืนดึงดันกลับไปใช้บัตรใบเดียว ปชป.พร้อมแสดงจุดยืน ชทพ.ชี้หาร 500 มีแต่ความวุ่นวาย ชพน.ย้ำชัดยึดบัตร 2 ใบ “เสี่ยหนู” ยกทัพเปิดตัว 3 ขุนพลจาก 2 ตระกูลดัง “ภัทรประสิทธิ์-ขจรประศาสน์” โวกวาดยกจังหวัดเอาไปเลยเก้าอี้ รมต. “เสี่ยโอ๋” ขอโอกาสชาวพิจิตร “สุวัจน์” แนะรัฐบาลใช้เวลาที่เหลือไปปั่นผลงาน ฝ่ายค้านมีมูลเอาผิดหลายกรณี อนุครุภัณฑ์ฯโวยถลุงซื้อเบนซ์หรู ปธ.ศาล รธน.
กติกาการเลือกตั้งยังลูกผีลูกคน เมื่อผู้มีอำนาจในรัฐบาลยังคิดไม่ตกกับวิธีคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ สูตรหาร 500 หรือหารด้วย 100 สูตรไหนจะได้เปรียบคู่แข่งที่สุด ขณะที่บรรดาพรรคการเมืองเคลื่อนไหวเปิดตัวผู้สมัครกันคึกคัก พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 2 ตระกูลดัง ภัทรประสิทธิ์ และขจรประศาสน์ หวังยึดเมืองพิจิตร
...
พท.ย้ำหาร 500 ขัดมาตรา 91
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงกรณีรัฐสภามีมติให้คณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายลูกกลับมาปรับเนื้อหาเพื่อให้สอดคล้องกับสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยสูตรหาร 500 ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือไม่สามารถเอา 500 ไปหารได้ ที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564 ใช้ถ้อยคำเหมือนรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2554 ทุกประการ ขณะนั้นเอา 125 หาร เนื่องจากมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ส.ส.เขต 375 คน คราวนี้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เกือบจะเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด ก็เห็นด้วยให้ใช้ 100 หาร ร่างแก้ไขทั้ง 4 ร่างรวมถึงของรัฐบาลก็เอา 100 หารหมด แต่กลับลำมาใช้ 500 หาร ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ชัดเจน
ให้ทุกอย่างไปจบที่ศาล รธน.
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า เราเห็นว่าถ้ามาตราหลักขัดรัฐธรรมนูญ มาตราเสริมย่อมขัดด้วย จึงสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ส่วนจะเดินไปจนจบกระบวนการของรัฐสภาหรือไม่ ถ้าจบก็ต้องส่งร่างไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาว่าร่างเป็นแบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญไหม ปฏิบัติได้ไหม ถ้าความเห็น กกต.ว่าไม่ได้ ก็คงต้องมาพิจารณาในรัฐสภาอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดเกิดเห็นว่าไปได้ ไม่ขัด ปฏิบัติได้ พวกเราคงร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ สรุปดูเหมือนจะเป็นการเดินทางไกลอีกครั้ง ไตร่ตรองกันดูดีๆแล้วกันว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง
ประกาศลั่นพร้อมสู้ทุกรูปแบบ
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า มั่นใจการพิจารณาแก้ไขกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ จะเสร็จทันภายใน 180 วัน ช้าสุดวันที่ 3 ส.ค.คงเสร็จ เพราะเหลืออีกแค่ 5-6 มาตรา หากไม่ทันตามกรอบเวลาจะเป็นความผิดของสภา แต่ไม่เคยเกิดขึ้น หากไม่ทันสภาต้องถูกด่าและกลับไปร่างเดิมคือสูตรหารด้วย 100 ส่วนกระแสแกนนำรัฐบาลพยายามผลักดันให้กลับมาใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น หากสุดท้ายเป็นเช่นนั้นจริง ฝากบอกผู้มีอำนาจว่าอย่าคิดว่าอยากทำอยากได้อะไรก็ต้องได้ดั่งใจ เป็นการย้อนกลับที่แย่มาก คงย้อนยากเรามาไกลแล้ว แต่ก็พร้อมสู้ทุกรูปแบบ
“เสรีฯ” จวก “บิ๊กตู่” คิดเอาแต่ได้
ที่ จ.ลำปาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวภายหลังนำนายเดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง พรรคเสรีรวมไทย ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจเลือกตั้งเป็น ส.ส.ลำปาง เขต 4 ว่าเป็นการพิสูจน์ว่าชาวลำปางไม่ต้องการนักการเมืองมีพฤติกรรมซื้อเสียง สะท้อนให้เห็นคนลำปางไม่ยอมรับรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลชุดนี้พอรู้ว่าประชาชนไม่เอาด้วยแล้ว จึงตาลีตาเหลือกหวังจะให้กลับไปใช้บัตรใบเดียว หวังได้เปรียบอีก ทั้งที่เพิ่งสั่งลูกน้องโหวตคว่ำสูตรหาร 100 ไปเอาหาร 500 ผลคือถูกชาวบ้านด่ายับเพราะเพิ่งแก้รัฐธรรมนูญมาใช้บัตรสองใบ ยังไม่ทันได้ใช้ก็มีทีท่าจะกลับไปใช้บัตรใบเดียวอีก เพราะตัวเองล้มเหลวไร้ผลงานคะแนนตกต่ำ กลัวสู้พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ เลยจ้องแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง พรรคร่วมรัฐบาลยังเมินหน้าหนี สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ตอนนี้ขนาดไหนแล้ว จะให้ประชาชนยอมรับได้อย่างไร
ชทพ.ชี้หาร 500 มีแต่วุ่นวาย
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เลขานุการกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 2 ส.ค. เพื่อพิจารณาการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สูตรหาร 500 ส่วนตัวจะลงมติไม่เห็นด้วย ไม่เอาด้วยกับสูตรหาร 500 แต่เชื่อว่าร่างกฎหมายลูกจะผ่านการเห็นชอบวาระ 3 จากนั้นรัฐสภาจะส่งไปยังศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง คือ กกต. มองว่าสูตรหาร 500 มีปัญหาเชิงปฏิบัติแน่ หลังการเลือกตั้งหากมีใบแดงแล้วต้องเลือกตั้งใหม่ ต้องคำนวณคะแนนใหม่ คงวุ่นวาย สภาจะไม่นิ่งไม่ลงตัว รวมถึงเกิดกรณี Overhang ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 200-300 คน เชื่อว่า กกต.จะทำความเห็นแย้งกลับมายังสภา และสภามี 2 ทางเลือกคือ 1.กลับไปใช้สูตรหาร 100 หากแก้ไขเสร็จแล้วก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เชื่อว่าฝ่ายที่เห็นด้วยกับสูตรหาร 500 จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่ 2.หากเสียงข้างมากยังยืนยันเอาสูตรหาร 500 ตามเดิม พรรคเพื่อไทยคงยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นไม่ว่าสูตรใดต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ขัดก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่หากชี้ว่าขัดก็ตกทั้งฉบับ หรือนำมาแก้เฉพาะช่วงที่มีปัญหา เมื่อแก้แล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯได้
“ชินวรณ์” ขู่พร้อมโชว์จุดยืน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่ายที่ต้องผลักดันให้ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาตามกรอบเวลา 180 วัน ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนกระแสข่าวว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปสู่ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวนั้น เรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ อาจมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตได้ ที่ผ่านมาได้เห็นชอบร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตร 2 ใบแล้ว เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมกันเสนอ การเปลี่ยนกลับไปใช้บัตรใบเดียวเป็นแนวทางที่ไม่สามารถดำเนินไปได้ ไม่มีเหตุผล เมื่อถามย้ำว่าหากต้องย้อนกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาลด้วย นายชินวรณ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูด เพราะมันจะเป็นจุดยืนที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องแสดงออกเมื่อถึงเวลานั้น
“สุวัจน์” แจงจุดยืนยึดบัตร 2 ใบ
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า สุดท้ายเรื่องนี้ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกระแสจะกลับมาใช้บัตรใบเดียวนั้น ยังไม่มีแหล่งที่มาที่ไปชัดเจน แต่รัฐธรรมนูญที่เพิ่งแก้ไขไปชัดเจนว่าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จุดยืนของพรรคชาติพัฒนา ก็คือบัตร 2 ใบ และกฎหมายลูกก็ต้องออกมาอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่ถือเป็นกฎหมายแม่ ส่วนเรื่องวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้สูตรหาร 500 หรือหาร 100 เราอย่าเพิ่ง ไปมองว่าใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าศาล รัฐธรรมนูญประทับตรามาแล้วว่ากติกานี้ถูกต้อง เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองในฐานะผู้เล่น ต้องไปปรับวิธีเล่นให้สอดคล้อง แพ้ชนะพี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เชื่อว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาอย่างไร เราก็ต้องยอมรับกัน
ภท.ยกทัพเปิด 3 ขุนศึกพิจิตร
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สนามกีฬาจังหวัดพิจิตร พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค รวมทั้งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รมช.คลัง และอดีต ส.ส.พิจิตร 4 สมัย ร่วมเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ลงเขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ลงเขต 2 และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลงเขต 3 นายอนุทินกล่าวปราศรัยกับประชาชนที่มารอรับกว่า 5,000 คนว่า เห็นชื่อทั้ง 3 คนแล้วคงไม่ต้องบอกคุณสมบัติ นี่คือบุคคลที่ดีที่สุดสำหรับชาวพิจิตร และประเทศไทย ถ้าได้ ส.ส. 3 คนมารับใช้พี่น้องชาวพิจิตร จ.พิจิตรจะเจริญกว่านี้อีก 10 เท่าไม่ใช่แค่เมืองทางผ่านแต่เป็นเมืองที่พัฒนาเจริญเติบโต ถ้าพรรคได้รับความเมตตาจากพี่น้องชาวพิจิตรต้องจัดงบส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวทั่วประเทศจังหวัดละ 500 ล้านบาท เราจะใช้บุรีรัมย์โมเดลมาพัฒนาการท่องเที่ยวที่นี่
อ้อนพี่น้องเลือก 2 ตระกูลดัง
นายอนุทินกล่าวว่า เราคัดเลือกคนที่คุ้นเคยกับชาวพิจิตร พรรคขอฝากตัวกับพี่น้องชาวพิจิตร บางพรรคยังเหนื่อยกับการรักษาพรรคไม่ให้แตกแยก บางพรรคเป็นปัจจัยความขัดแย้ง บางพรรคอยู่มานานแต่ไม่ทำอะไร พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดแย้ง ทำงานไม่แตกความสามัคคี เราไม่เสนอนโยบายเพ้อฝัน เราเสนอสิ่งที่ทำได้และทำเร็ว วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มา จ.พิจิตร ได้มาตีไข่แตกแล้ว ขอโอกาสให้เราได้มาบ่อยๆ เพื่อทำงานกับสองตระกูลคือภัทรประสิทธิ์ และขจรประศาสน์ ทำให้พิจิตรรุ่งเรือง
“ประดิษฐ์” โวเป็นแกนนำ รบ.
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวแนะนำ 3 ว่าที่ผู้สมัคร โดยเฉพาะเน้นย้ำในตัวนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ถ้าไม่มีพล.ต.สนั่นตนคงไม่ได้ยืนตรงนี้ และไม่มีวันนี้ ขอให้พี่น้องชาวพิจิตรช่วยให้เราได้ ส.ส.ยกจังหวัด แล้วประชาชนจะได้ตนอีก 1 คน วันนี้เป็นวันดีที่พรรคภูมิใจไทยมาที่นี่ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคใหญ่ จะมาเป็นพรรคหนึ่งในแกนนำหลักของรัฐบาลสมัยหน้าแน่นอน “ภูมิใจมา มาภูมิใจไทย” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังปราศรัยเสร็จ นายประดิษฐ์นำนายอนุทิน และคณะ เดินบนเวทีแคตวอล์กที่มีความยาวกว่า 50 เมตร เดินโบกไม้โบกมือทักทายประชาชน
“หนู” ไล่แจกเก้าอี้ถ้าได้ยก จว.
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการทยอยเปิดตัวดึง ส.ส.บ้านใหญ่ในพื้นที่ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์สกัดแลนด์สไลด์พรรคเพื่อไทยว่า อย่าไปคิดแบบนั้น เป็นการแข่งขันเพื่อรับใช้ประชาชน ไม่เกี่ยวกับบ้านใหญ่บ้านเล็ก ผู้สมัครคงเห็นว่าพรรคใดสามารถผลักดันนโยบายรับใช้ประชาชนได้ตรงกัน ก็มาร่วมงานกัน เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าหาก จ.ศรีสะเกษได้ ส.ส.ยกจังหวัด จะให้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ จ.พิจิตรจะได้เช่นเดียวกันหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า แน่นอนอยู่แล้ว ใครทำผลงานต้องได้รับการตอบสนองที่ดี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเยอะๆ บ้านเมืองสงบสุขแน่นอน เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะจับมือกันไปจนถึงหลังเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เราพยายามสามัคคีกัน เพราะทำงานกันมา 4 ปี แต่การแข่งขันพื้นที่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“เสี่ยโอ๋” ขอโอกาสชาวพิจิตร
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตระกูลภัทรประสิทธิ์ และขจรประศาสน์ ดูแลเมืองพิจิตรมานาน เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่สองตระกูลดัง เห็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยดำเนินการแล้วมาร่วมงานการเมืองเพื่อคนพิจิตร ทั้งหมดนี้อยู่ที่พี่น้องประชาชน วันนี้พรรคภูมิใจไทยมาขอโอกาส นำเสนอตัวบุคคล 2 นามสกุลเพื่อดูแลคนพิจิตร ทั้งสองคนมีประสบการณ์ทำงานการเมือง แก้ปัญหาให้ชาวพิจิตร แม้วันนี้อากาศจะร้อน แต่ประชาชนที่มาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจต่อภูมิใจไทย
รวมไทยสร้างชาติโหมโรงบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ เริ่มมีการปูพรมขึ้นบิลบอร์ดปล่อยทีเซอร์ทั่ว กทม.มีเนื้อหาประกอบภาพและเสียง ความยาว 1 นาทีครึ่ง มีใจความสะท้อนภาพสังคมไทย อาทิ ชีวิตชาวนาที่ถูกโรงสีโกง การไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดีความของชาวบ้านทั่วไป รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำ พร้อมติด #ประชาชนพึงได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสมและเป็นธรรม #สร้างสังคมเท่าเทียม เมื่อความเป็นธรรมหาได้ยาก เมื่อต่อสู้เท่าไหร่ความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ ขอแค่คุณพร้อมเชื่อมั่น 3 ส.ค.นี้ ความเป็นธรรมจะมีชีวิต #ไม่ต้องขอก็พึ่งได้ ทั้งหมดเป็นการโหมโรงก่อนประชุมใหญ่สมัยวิสามัญวันที่ 3 ส.ค.ที่สโมสรราชพฤกษ์ ที่จะมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเลขาธิการพรรค รวมทั้ง ส.ส. อดีต ส.ส. ที่จะมาร่วมอุดมการณ์รับการเลือกตั้งใหญ่
“สุวัจน์” นำทีม ชพน.กราบย่าโม
ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา พร้อมนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และแกนนำพรรค ร่วมกราบไหว้สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวโคราช พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาบางส่วน อาทิ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค ลงเขต 1 นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ลงเขต 3 นายไกรฤกษ์ เสียนขุนทด อดีต ส.อบจ.นครราชสีมา ลงในเขตเลือกตั้งอ.ด่านขุนทด จากนั้นนายสุวัจน์ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม. หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าอยู่ในดุลพินิจนายกฯ จะปรับหรือไม่ปรับ
เวลาที่เหลือขอ รบ.ตั้งใจทำงาน
นายสุวัจน์กล่าวอีกว่า ขณะนี้แรงกดดันทางการเมืองค่อนข้างเบาลง รัฐบาลมีสมาธิ มีความคิด มีเวลา ทำงานมากขึ้น เวลาที่เหลืออยู่ 7-8 เดือน ถือว่ามีความหมาย อยากให้ใช้โอกาสนี้โหมทำงานในเชิงรุก ลุยไปเลย ทั้งปัญหาข้าวของแพง อยากให้รัฐบาลใช้เวลาที่เหลือเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ตนไปเจอพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็จะฝากมาบอกว่า อยากให้ช่วยดูแลเรื่องของแพงมากๆ ส่วนกรณีครอบครัวเพื่อไทยนำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เตรียมขนทัพใหญ่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เดือน ส.ค.นี้ ทุกคนคงเห็นปฏิทินการเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้ว ทุกคนและทุกพรรคต้องเตรียมตัว ความเคลื่อนไหวในช่วงนี้เป็นเรื่องปกติ ยืนยันเที่ยวนี้เรามีความพร้อมและมั่นใจ อยากให้พรรคชาติพัฒนาได้คัมแบ็กจริงๆ พยายามจะหาผู้สมัครที่ดีที่สุด
ฝ่ายค้านมีมูลเอาผิดหลายกรณี
อีกเรื่อง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นคำร้องเอาผิดรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ควรมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาร่วมกันระหว่างฝ่ายที่เสนอข้อมูล ฝ่ายอภิปราย และทีมงานทางด้านกฎหมาย เพื่อดูสาระสำคัญและยกร่างคำร้อง ขณะนี้เริ่มดูกันแล้ว คาดว่าจะยื่นคำร้องได้มากพอสมควร ส่วนใหญ่ดูในแง่ของความผิด ความบกพร่อง การจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย พฤติกรรมทุจริต เอื้อประโยชน์ ผลประโยชน์ขัดกัน นี่เป็นในส่วนของพรรคเพื่อไทย สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น คาดว่าคงตั้งทีมงานพิจารณายกคำร้องเช่นกัน ภาพรวมคิดว่ามีมูลที่เห็นได้ชัดเจนหลายกรณี
7 ส.ค.รู้กันยื่นวาระ 8 ปีนายกฯ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีดำรงตำแหน่งนายกฯเกิน 8 ปีต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าพรรควางเอาไว้แล้วว่าจะยื่นให้วินิจฉัย คณะทำงานกำลังพิจารณาว่ายื่นตอนไหนจะเหมาะสมที่สุด เงื่อนไข คือยื่นไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาหรือไม่ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เรายื่น คือยื่นให้ศาลวินิจฉัยการพ้นตำแหน่งของนายกฯกรณีดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี จึงต้องพิจารณาว่าจะยื่นก่อนวันครบกำหนด หรือหลังครบกำหนดแล้ว ถ้ายื่นหลังมั่นใจว่าศาลรับแน่นอน แต่ยื่นก่อนไม่มั่นใจว่า ศาลจะรับหรือไม่กำลังพิจารณา หากจะยื่นก่อนครบกำหนด คาดว่าหลังวันที่ 7 ส.ค.คงมีความชัดเจน
อนุครุภัณฑ์หั่นงบ กห. 3,130 ล.
วันเดียวกัน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน คณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 กล่าวถึงการพิจารณาตัดงบของแต่ละหน่วยงานว่า ภาพรวมงบประมาณกระทรวงกลาโหม ขอมา 32,700 ล้านบาท อนุ กมธ.คุรุภัณฑ์ฯตัดไปได้ 3,130 ล้านบาท เช่น เครื่องบินขับไล่ F-35A งบก่อสร้างโรงงานผลิตดินระเบิด งบค่าใช้จ่ายฝึกกองกำลังเรื่องเรือดำน้ำ เป็นต้น
ถลุงซื้อเบนซ์หรู ปธ.ศาล รธน.
นายจิรัฎฐ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการของบฯที่ถูกมองว่าฟุ่มเฟือย ในภาวะที่ประเทศและประชาชนกำลังเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น ในส่วนของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ของบจัดซื้อพัดยศ 16 ล้านบาท ให้กับพระสงฆ์ทั่วประเทศตามลำดับชั้นพัดยศ 50 ชนชั้น ราคาพัดยศแพงที่สุดตกอันละ 8 หมื่นบาท ต่ำสุด 2,500 บาท ยังมีในส่วนหน่วยงานของศาล ของบมา 8 ล้านบาท ซื้อรถยนต์ประจำตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ยี่ห้อเบนซ์ s 580 c AMG Premium กมธ.งบประมาณชุดใหญ่ตั้งบรรทัดฐานไว้ว่า จะเปลี่ยนรถคันใหม่ต้อง 7 ปีก่อน และดูเรื่องความคุ้มค่า แต่การขอครั้งนี้จัดเต็มตัวให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่สถานการณ์บ้านเมืองวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าคันเดิมยังไม่พังมากน่าจะใช้ของเดิมไปก่อน เพื่อประหยัดภาษีประชาชน เรื่องนี้มีการคัดค้านขอตัดงบฯในอนุ กมธ.ฯแล้ว แต่สุดท้ายก็ผ่าน อยากให้ กมธ.งบประมาณชุดใหญ่พิจารณาถึงความจำเป็น
“ตู่-นกเขา” จุดพลุไล่นายกฯ
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลหลักเมือง คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย และนายไทกร พลสุวรรณ เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นนายจตุพรกล่าวว่า ที่มาขอพรให้ประเทศไทยรอดพ้นภัยจากต่างชาติและภัยในชาติ วันที่ 31 ก.ค. ทางกลุ่มจะนัดชุมนุม หัวข้อ “ประเทศไทยต้องมาก่อน ล้างบางโคตรโกงล้างบางบ้าอำนาจ”ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา อยากให้ทุกคนมาร่วมแสดงพลัง ส่วนวันที่ 23 ส.ค. วันครบรอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ตำแหน่งนายกฯ 8 ปี จะมีการจัดชุมนุมใหญ่ เพราะมองเห็นแล้วว่ากำลังมีการวางแผนสืบทอดอำนาจผ่านการแก้กติกาการเลือกตั้งไปมาในสภาฯ โดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนของประชาชน ด้านนายนิติธรกล่าวว่า อยากขอความร่วมมือนักการเมือง และทหาร มาร่วมการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปด้วยกัน แต่ถ้าไม่มีการร่วมมือกันก็พร้อมแตกหัก