“ชัยวุฒิ” ลั่น ไม่ได้พูดว่ามีสปายแวร์ Pegasus สอดแนมข้อมูลประชาชนในไทย คนบางกลุ่มเอาไปปั่น บิดเบือน ติง ปธ.ในที่ประชุม ต้องเคร่งข้อบังคับ หลังปล่อยให้ “บิ๊กตู่” เสียหาย
วันที่ 22 ก.ค. 2565 จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า ไม่รู้จักสปายแวร์เพกาซัส (Pegasus) เพราะถูกหาว่าไม่ฉลาดอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียเงินงบประมาณตามเรื่องแบบนี้ เปิดในโซเชียลก็เห็นแล้วว่าใครเป็นคนทำ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำ และไม่ให้ค่าคนเหล่านี้ที่อยู่เบื้องหลัง มีกระบวนการ แต่เห็นใจคนที่แชร์ต่อเพราะไม่เข้าใจ และให้เป็นเรื่องของกฎหมาย
ต่อมา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นใช้สิทธิ์พาดพิงกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกไม่รู้จักเพกาซัส แต่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกรู้จัก ตกลงอยู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เดียวกันหรือไม่ ซึ่งได้ชี้แจงว่ารู้จัก มี แต่ไม่รู้นโยบายเป็นอย่างไร
ต่อมาเวลา 13.00 น. นายชัยวุฒิ ลุกขึ้นชี้แจงโดยขอให้สิทธิ์พาดพิงว่า ที่มีคนพูดกันว่าตนเองยอมรับว่ามีการใช้สปายแวร์ หรือระบบแอบฟัง เจาะข้อมูลของประชาชนในโทรศัพท์มือถือ โดยได้เห็นในโซเชียลมีเดียหลายช่องทางเอาไปปั่นกัน เมื่อย้อนดูคลิปที่พูด ก็ไม่ได้พูดว่ามี แค่พูดว่าศึกษาอยู่เรื่องนี้ รู้ว่ามีระบบนี้ ใช้ในเรื่องความมั่นคงและยาเสพติด จับผู้ก่อการร้าย แอบฟังคนค้ายาเสพติด
“แต่ผมไม่ได้บอกว่ามีในเมืองไทย ไม่ได้พูดว่ามีในระบบราชการ บอกว่ามี ระบบนี้เคยเห็น ได้ยินอยู่ แล้วผมก็ยืนยันว่าในกระทรวงของผมก็ไม่มี ไม่ได้ทำ ในส่วนที่รัฐบาลทำไม่มี เพราะอำนาจตามกฎหมายไม่มี แต่พวกคนบางกลุ่มก็ไปพูดบิดเบือนหาว่าผมยอมรับว่ามี ซึ่งความหมายของผมคือ ผมรู้ว่ามันมี ก็มันมีจริง มีขายอยู่อะ แต่มันไม่ได้มีในประเทศไทย ก็อย่าไปบิดเบือนให้มันเกิดความสับสนเลย ไปพูดเรื่องที่มันสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ดีกว่า”
...
พร้อมกันนี้ ยังขอประท้วงประธาน คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ว่า ได้ฟังการประชุมหลายครั้ง นายกรัฐมนตรีไม่ได้พาดพิงถึง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และนายปดิพัทธ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบในสิ่งที่อยากฟังก็เป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี หรือตอบไม่ตรงใจ แต่การอภิปรายจบแล้ว เท่ากับ 2 คนนี้ขึ้นมาอภิปรายรอบที่ 2 ไม่ใช่การพาดพิง ควรจะดูข้อบังคับให้ตรงไปตรงมา เพราะทำให้นายกรัฐมนตรีเสียหายด้วย
ทางด้าน นายศุภชัย ชี้แจงว่า การใช้สิทธิ์พาดพิงเป็นสิทธิ์ของ ส.ส. ก็ต้องใช้ ส.ส.ได้พูด แต่เมื่อประธานฟังแล้วไม่ได้เสียหายและไม่เกี่ยวกับท่านก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว และขอให้หยุดการโต้กันไปมา ขณะที่ นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า นายกรัฐมนตรีมีการพูดถึงชายแดน เพราะตนเองอภิปรายเมื่อวานนี้ โดย นายศุภชัย บอกว่าไม่ได้เอ่ยชื่อ นายวิรัตน์ ตอบกลับว่า ตนเองอภิปราย 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีชี้แจงเพียง 1 นาที ประธานจึงบอกว่า ถ้าจะตอบโต้ก็ไม่จบ และฟังอยู่ว่าไม่เกิดความเสียหาย จากนั้นจึงจะเข้าสู่การอภิปรายของ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย.