พรรคประชาธิปัตย์ ป่วนไม่เลิก คนอยากใหญ่ล็อบบี้ล้ม “จุติ” กลุ่ม กปปส.รวมตัวสู้ช่วย ขู่กลับแกนนำ ส.ส.เอือมระอาเล่นการเมืองทำลายพรรค เดินเกมกำจัดขวากหนาม เพื่อถางทางขึ้นชั้นรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ในการลงมติโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 11 คน ที่มีรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ที่ถูกซักฟอกคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) โดยมีความเคลื่อนไหว ของแกนนำพรรคระดับรองหัวหน้าพรรคครหนึ่งกับพวก ได้โทรศัพท์ถึงเพื่อนส.ส.พรรคเพื่อขอให้งดออกเสียงโหวตนายจุติ อ้างเหตุผลว่า น้องๆ ส.ส.ส่วนใหญ่ รับไม่ได้กับพฤติกรรมนายจุติ นอกจากไม่เคยดูแลเพื่อน ส.ส.ในพรรคแล้วยัง ไม่ค่อยเข้าร่วมประชุม งานกิจกรรมพรรค ซ้ำยังมีข่าวว่าจะย้ายพรรคไปร่วมสังกัดพรรคการเมืองใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้น และการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ก็ไม่สามารถตอบข้อซักถามได้ทันทีปล่อยเวลาให้ทิ้งผ่านไปถึง 1 คืนกับอีกครึ่งวัน กระทบต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของพรรค และกระทบต่อรัฐบาลโดยมีการล็อบบี้ของเสียง ส.ส.ของพรรคเพื่อไม่โหวตให้นายจุติ
หลังข่าวดังกล่าวกระจายในกลุ่ม ส.ส.พรรค จึงทำให้กลุ่ม ส.ส.ปีก กปปส.ก็รวมกลุ่มตั้งป้อมสู้กลับ โดยรวบรวมเสียงช่วยโหวตในกลุ่มนี้ได้ 12 เสียงเพื่อช่วยนายจุติ พร้อมส่งตัวแทนเข้าพบผู้บริหารพรรค และรายงานพฤติกรรมของรองหัวหน้าพรรคและพวกที่ล็อบบี้ ส.ส.พรรค งดออกเสียงให้นายจุติ พร้อมขู่กลับต่อผู้บริหารพรรคว่า ให้เร่งจัดการปัญหานี้ และหากในวันโหวตลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายจุติ ถ้าคะแนนนายจุติได้น้อย ขาดไปกี่เสียง กลุ่ม ส.ส.ปีก กปปส. ก็จะโหวตงดออกเสียงให้กับนายจุรินทร์ และนายนิพนธ์ ด้วยในลักษณะเอาคืนด้วย โดยกลุ่ม ส.ส.ที่ช่วยนายจุติ รวมเสียง ส.ส.ในกลุ่มได้ 12 เสียง ทำให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคต้องสั่งกำชับให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรค นัดประชุม ส.ส.พรรคก่อนการโหวตลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้ และเพื่อแก้ไขปัญหาความแตกแยกในพรรคครั้งนี้ ที่เกิดจากรองหัวหน้าพรรคคนหนึ่งกับกลุ่ม ส.ส.ที่สนิทไม่กี่คนที่มองข้ามชอตถึงการปรับ ครม. และการลำดับวางตัวว่าที่รัฐมนตรีของพรรค หากมีการปรับ ครม.
...
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคอึดอัดใจ โดยเฉพาะ ส.ส.เก่าที่อยู่กับพรรคนาน ต่างจับกลุ่มคุยกันว่า คนรุ่นใหม่เล่นกันแรง ไม่แบ่งแยกเวทีว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องในพรรค เรื่องไหนเป็นเรื่องส่วนตัว ตั้งแต่อยู่พรรคมาหลาย 10 ปีไม่เคยมีการล็อบบี้ขอเสียง ส.ส.ในพรรคกันเองให้ถล่ม หรือบล็อกโหวต บั่นทอนดิสเครดิตการเมืองกับรัฐมนตรีของพรรคตัวเองในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมองว่า กลุ่มส.ส.ใหม่ที่การทำเช่นนี้เป็นการเล่นการเมืองไม่สร้างสรรค์ ซ้ำยังเป็นทำลายพรรคโดยตรงอีกด้วย เป็นการคิดสั้นทางการเมือง เช่นเดียวกับกรณีการขู่กลับแกนนำพรรค ก็เป็นการจับนายนิพนธ์ นายจุรินทร์ เป็นตัวประกัน
เราเป็นพรรคการเมือง ไม่ใช่กลุ่มก๊วนการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อรอง เพราะการสังกัดพรรคเดียวกันเป็นหน้าที่ต้องช่วยนายจุติให้ผ่านปัญหานี้ไปได้ เพราะนายจุติเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค หากปล่อยให้นายจุติโดนคว่ำกลางสภาพรรคประชาธิปัตย์ก็กระทบไปด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่ผู้บริหารพรรคว่า จะเร่งตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้บานปลายไปกว่านี้หรือไม่
นอกจากนี้ ส.ส.ในพรรคยังได้จับกลุ่มวิเคราะห์ถึงสาเหตุการเคลื่อนไหวในลักษณะทำลายพรรคครั้งนี้ว่า เข้าลักษณะล็อบบี้เพื่องดโหวตคว่ำนายจุติกลางสภา เพื่อเร่งเกมเร็วในการปรับ ครม. เพราะถ้านายจุติได้เสียงโหวตน้อยสุด ในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะทำให้นายกฯต้องปรับ ครม. โดยเอานายจุติออก ทั้งนี้ โควตาของนายจุติเป็นโควตาภาคเหนือ ก็จะทำให้บางคนได้ขึ้นเป็น รมต.แทน หรือหากกลุ่มสายเหนือไม่รับตำแหน่ง เพราะใกล้จะหมดวาระรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีบริหารได้ไม่กี่เดือน ก็จะมีการเกลี่ยกระทรวงที่รับผิดชอบในพรรค แต่ก็ยังมีบางคนที่ต้องการขึ้นเป็นรัฐมนตรี แม้จะบริหารได้ไม่นาน ทั้งยังเป็นมีการมองข้ามชอตถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า แกนนำพรรคที่เดินเกมล็อบบี้บล็อกโหวตนายจุติในครั้งนี้ มีชื่อจะถูกผลักดันเป็น ว่าที่รมต.หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีสมาชิกในกลุ่มนี้ถึง 2 คนที่มีการวางตัวจะก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีในอนาคต โดยไม่ได้คิดว่าแผนที่วางไว้เป็นการทำลายพรรคด้วยมือของคนในพรรคด้วยกันเอง