รมว.คมนาคม แจงปมหุ้น ซื้อขายจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องตั้งแต่ 28 มี.ค. 61 แล้ว ไม่แจ้ง ป.ป.ช. เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับ ยืนกรานทำตามกฎหมาย โยนถาม หจก.บุรีเจริญ เองในเรื่องติดค้าง
เมื่อเวลา 11.42 น. วันที่ 20 ก.ค. 2565 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวชี้แจงสภา ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ นั้นมีข้อพิพาทมาอย่างยาวนาน ระหว่างประชาชน และหน่วยงานรัฐ กรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าตนเองไม่เคยแทรกแซง หรือมีการดำเนินการใดๆ พร้อมทั้งยังให้ รฟท.ทำงานยึดหลักธรรมาภิบาล ส่วนประเด็นบ้านพักในพื้นที่เขากระโดง ตนเองเป็นเพียงผู้อาศัย ตามที่เคยชี้แจงไปแล้ว
อีกทั้งในฐานะรัฐมนตรี ได้สั่งการ รฟท.ติดตามความก้าวหน้าเรื่องที่ดินเขากระโดง แต่ รฟท.เป็นหน่วยงานรัฐ ไปฟ้องร้องประชาชนถือว่าเป็นเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ก่อน เนื่องจาก รฟท.เชื่อว่าการออกเอกสารสิทธิของกรมที่ดินมีความคลาดเคลื่อน จึงขอให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่มีการทับซ้อน และมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองกลางแล้ว และศาลรับคำร้องแล้ว จึงขอให้รอคำวินิจฉัยของศาลเพื่อปฏิบัติไปตามนั้น พร้อมขอให้เพื่อนสมาชิกระวัง หากนำมาอภิปราย อาจเป็นการก้าวล่วงศาล และละเมิดอำนาจศาลได้
...
นายศักดิ์สยาม ยังยอมรับว่า นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา หรือบิดา เคยเช่าที่ดินการ รฟท.จริง แต่เป็นคนละแปลงกับที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปราย ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าตนเองไปสั่งการไม่ให้ดำเนินการที่ดินของ นายเอ นั้น ขณะนี้ รฟท.ได้ดำเนินการสืบทรัพย์สินของ นายเอ รวมถึงตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ยืนยันไม่ได้มีการละเว้นกับใคร
นายศักดิ์สยาม ยังได้ชี้แจงถึงเรื่องการขายหุ้นของ หจก.บุรีเจริญ ที่ฝ่ายค้านอ้างว่าเป็นนิติกรรมอำพราง อาจเป็นการซื้อขายปลอม เพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ในการลงทุน ในโครงการของกระทรวงคมนาคมนั้น ระบุว่า เรื่องนี้มีการซื้อกันจริง เป็นเพื่อนของตนเอง โดยมีหลักฐานยืนยันการโอนเงินจากธนาคารธนชาต สาขาบางบัวทอง 3 ครั้ง รวม 119,500,000 บาท อีกทั้งมีหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีการรับรองเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ หจก.บุรีเจริญ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ส่วนเงินที่ได้รับมาจาการขายหุ้นได้นำไปชำระหนี้สินส่วนตัวและหนี้สินทางธุรกิจ ส่วนบริษัทดังกล่าวจะไปดำเนินการอย่างไรต่อก็เป็นเรื่องของบริษัทนั้น หากยังมีประเด็นสงสัยขอให้ไปสอบถามกับ หจก.บุรีเจริญ เอง
ส่วนที่ไม่มีการรายงานบัญชีทรัพย์สิน กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะขณะนั้นยังไม่ได้เข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเข้ามาเป็น ส.ส. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 แต่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว และมีหลักฐาน ส่วนเรื่องที่เกิดก่อนไม่ได้อยู่ในข้อบังคับที่จะมาชี้แจง จึงยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้ดำเนินการตามกฎหมาย
นายศักดิ์สยาม ยังชี้แจงปมฮั้วประมูลงานของกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง และเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะตั้งแต่มารับตำแหน่งได้ให้นโยบายข้าราชการกระทรวงคมนาคมชัดเจน 4 ข้อ คือ ต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย ต้องถูกต้องตาม มติ ครม. ต้องเป็นไปตามหลักธรรมภิบาล และต้องรับฟังความคิดเห็นประชาชน ดังนั้นข้อกล่าวหาจึงเป็นไปไม่ได้ เพราะได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง อีกทั้งการประมูลงานยังใช้วิธี E-Bidding ที่ดำเนินการโดยกรมบัญชีกลางตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 หากมีการฮั้วประมูลจริงก็จะมีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 จึงยืนยันว่า กระทรวงคมนาคม ได้ยึดระเบียบอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด
ส่วนข้อกล่าวหา การเทงบประมาณกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ไปยัง จ.บุรีรัมย์ มากผิดปกตินั้น นายศักดิ์สยาม กล่าวชี้แจงว่า กระทรวงได้ของบประมาณทุกปี แต่ได้รับไม่ถึง 1 ใน 3 โดยมีทั้งการจัดตั้งงบฯเพื่อโครงการขนาดใหญ่ งบฯผูกพัน การพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ทางกรมทางหลวงชนบท จะเสนอโครงการที่มีความพร้อมในการดำเนินการและมีความจำเป็นเร่งด่วน โดยได้มีการตรวจสอบและศึกษามาอย่างดีแล้ว และผ่านปลัดกระทรวง ก่อนมาจะถึงตนเอง ซึ่งเมื่อมาถึงได้มีการสอบถามถึงความจำเป็นเร่งด่วนอีกครั้ง ก่อนจะลงนามเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงขอยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดดำเนินการตามกระบวนการ ไม่สามารถไปสั่งให้เทงบประมาณในจุดใดได้ พร้อมปฏิเสธว่า จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้รับงบประมาณแบบกระจุกตัว เพราะหากดูย้อนหลังไป 10 ปี จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้ได้งบประมาณมากกว่าจังหวัดอื่น และมีการกระจายงบไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และไม่มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง หรือมีการฮั้วประมูล เพราะบริษัทที่ได้งานมีถึง 35 บริษัท จึงยืนยันว่าดำเนินตามกรอบกฎหมาย
นายศักดิ์สยาม ยังชี้แจงประเด็น MR-MAP ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความซ้ำซ้อนในโครงการรถไฟทางคู่ที่จะเกิดการแย่งผู้โดยสารกันเองจนอาจทำให้รัฐต้องรับหนี้สูงถึง 5.7 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการคัดเลือกที่เอื้อต่อ จ.บุรีรัมย์ ว่า นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อาจจะไม่เข้าใจในประเด็นนี้ และเคยเชิญไปประชุมร่วมกันที่กระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้แล้ว จึงขอเชิญอีกครั้งหากมีเวลา พร้อมยืนยันว่ากาจัดสร้างเป็นตามแผนแม่บท MR-MAP เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ เชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ ส่วนรูปแบบการลงทุน เน้นให้ลดการลงทุนของภาครัฐ เปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนด้วย โดยการลงทุนต้องดูความสามารถของรัฐและความต้องการของประชาชน และยังเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเป็นหลัก นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวทิ้งท้ายว่าขอให้ผู้อภิปรายหาข้อมูลให้ครอบคลุม รวมถึงเรื่องการพาดพิงบุคคลภายนอก เพราะไม่มีโอกาสเข้ามาชี้แจงในสภาฯได้ พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหาไม่เป็นความจริง
ด้าน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอใช้สิทธิ์พาดพิงกล่าวอภิปรายว่า สิ่งที่นายศักดิ์สยามอภิปรายยังฟังไม่ขึ้น และยืนยันว่าที่ไม่ได้ไปกระทรวง เพราะไม่ได้ถูกเชิญ หากไปอาจถูกกล่าวหาว่าไปรับกล้วยได้ จึงมองว่าการทำโครงการใหญ่ๆ ควรมีการไลฟ์สดให้ประชาชนรับทราบไปเลย
ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงกล่าวอภิปรายถึงเรื่องหุ้น หจก.บุรีเจริญ ว่าเหตุใดหนี้ 69 ล้านมันยังอยู่
ขณะที่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.จังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ ยืนยันว่า สิ่งที่ตนเองอภิปรายเมื่อวานนี้ที่เขากระโดงเป็นเรื่องจริง แต่หลายข้อนายศักดิ์สยามยังไม่ได้ชี้แจง ทำให้ นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ประท้วงประธาน ว่าไม่ควรให้ผู้อภิปรายได้ลุกอภิปรายอีก
จากนั้น พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงเรื่องที่ดินเขากระโดง การโอนหุ้น และการฮั้วประมูล ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงขอให้ นายศักดิ์สยาม ย้ายออกจากที่ดินเขากระโดง
นายศักดิ์สยามจึงลุกชี้แจงว่า เคยเชิญ นายสุรเชษฐ์ หลายครั้งแล้ว ส่วนเรื่องหนี้สินของ หจก.บุรีเจริญ ที่นายปกรณ์วุฒิสงสัย ให้สอบถามไปที่หจก.ดังกล่าวเอง ขณะที่เรื่องเขากระโดง ศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องแล้ว จึงขออย่ากล่าวล่วงเรื่องนี้ และจบการอภิปรายในเวลา 12.41 น.