"จุรินทร์" รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ แจงยิบ ยันไม่จริง ไม่ได้ปล่อยปละละเลยคดีทุจริตถุงมือยาง 2 พันล้าน อคส.ย้ำ ดำเนินการทั้งแพ่ง อาญา วินัย สวนแม้แต่คดีจำนำข้าว หรือทุจริตมันสมัยรัฐบาลก่อน ส.ส.เพื่อไทย ลุกประท้วง
วันที่ 20 ก.ค. 65 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.18 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ชี้แจง การทุจริตองค์การคลังสินค้า (อคส.) ต้องดำเนินการทวงเงินคืนทุจริตถุงมือยาง 2,000 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ที่ท่านบอกว่าผมไม่กล้าจัดการประธานบอร์ด ไม่จริง ส่วนเงินก้อนที่ 2 อคส. เงินทุจริตจำนำข้าวกว่า 5,000 ล้าน ยังไม่จบ ไม่เห็นพวกท่านทวงเลยครับ และเงินก้อนที่ 3 ทุจริตมันสำปะหลังคู่จำนำข้าวที่พวกท่านเป็นรัฐบาลน่ะแหละครับ 33,000 ล้านบาท
กรณีทุจริตถุงมือยางเกิดขึ้นจากอดีต ผอ.อคส.ไปทำสัญญาจัดซื้อถุงมือยางกว่าแสนล้านบาทกับ 7 บริษัท นั่นคือที่มาที่ไป ผมได้ดำเนินการ เมื่อมีการรายงานว่าเงินหายจากบัญชี 2 พันล้าน ซึ่งในวันเดียวกันท่านนายกฯ สั่งย้ายทันที ดังนั้นจะบอกว่านายกฯ และผม ละเลยปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แล้วก็ให้ไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน แล้วไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ และ ป.ป.ช. แล้ว ป.ป.ช.สอบ ซึ่งก็สามารถใครก็ได้ ไม่เว้นใครทั้งนั้น แม้แต่ท่านนายกฯ หลังจากนั้น ป.ป.ช.มีมติอายัดบัญชี 2 พันล้านบาท และดำเนินการตามกฎหมาย จนสามารถชี้มูลความผิด 3 ราย
...
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากฝ่ายค้านอภิปรายฯ ไปครั้งที่แล้ว ทุกอย่างมีความคืบหน้า ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวใดๆ เกี่ยวกับคดีเลย การกล่าวหาว่าไม่เคยอายัดก็ไม่จริง ไม่เคยดำเนินคดีก็ไม่จริง และกรณีกล่าวหาประธานบอร์ดสนิทกับใคร คนของใครก็ไม่จริง บอกว่าเรื่องนี้ผมไม่ยอมใครทุจริตก็ตาม ผมจัดการทางแพ่ง อาญา จะจัดการอย่างเต็มที่เท่าที่ผมยังมีอำนาจ
รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการคดีแพ่ง อาญา ได้สั่งการให้ ผ.อ.อคส.คนใหม่ให้ความร่วมมือ ป.ป.ช.ทุกเรื่อง เขาขอข้อมูลอะไรมา อคส.ให้หมด จากนี้ก็ต้องเร่งลงโทษทางวินัย หากพบใครกระทำผิดต้องนำเงิน 2 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยมาจ่าย อันนี้ผมดำเนินการเต็มที่ มีมติให้ไล่ออกทั้ง 3 ราย ผอ.อคส.มีคำสั่งไล่ออก 2 รายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่มีปัญหา1 ราย ยังไล่ไม่ได้ คือ อดีต อคส. เพราะตอนนี้อยู่คนละสังกัด เหตุถูกสั่งย้ายไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว อำนาจจึงอยู่ที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็มีการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว จบเรื่องวินัยอยู่ตรงนี้
ส่วนเรื่องละเมิด สุดท้ายต้องไล่เบี้ยจนมีผู้นำเงินมาชดใช้ ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จริง เจตนาต้องชดใช้ มี 4 ราย รายละ 400 ล้านบาท รวม 1.6 พันล้านบาท ซึ่งมีรายอดีตประธานบอร์ดที่กล่าวหาว่าเป็นคนใกล้ชิดคนนี้คนนั้น ก็ต้องชดใช้ด้วย คนที่ท่านอภิปรายฯ เมื่อกี้ว่า ผมปกป้อง อีกกลุ่มประมาทเลินเล่ออีก 3 ราย รวมเป็น 2 พันล้านบาท
"ถามว่า แล้วนายจุรินทร์จะกล้าตั้งกรรมการสอบความรับผิดทางละเมิดหรือ? ผมตั้งแล้วครับ แล้วกรรมการได้แจ้งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นที่ท่านกล่าวหาว่าผมปล่อยปละละเลยจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ดำเนินการทั้งแพ่ง อาญา วินัย และการละเมิด" นายจุรินทร์ กล่าว
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ 2 ทุจริตจำนำข้าวที่พวกท่านสร้างเอาไว้ อคส.เสียหายกว่า 5 แสนล้าน ขึ้นศาลแล้วกว่า 1 พันคดี อคส.ต้องทุ่มสรรพกำลัง การทำงานตามเงินก้อนนี้ที่พวกท่านสร้างไว้
อีกก้อนทุจริตจำนำมันสำปะหลัง 3.3 หมื่นล้านบาท สมัยพวกท่านเป็นรัฐบาลนี่ล่ะครับ ฟ้องไปแล้ว ยืนยัน ผมสั่งเร่งรัดตามเงินทั้ง 3 ก้อนมาคืนหลวง ผมสนใจ ติดใจติดตามเงินทั้ง 3 ก้อน เพราะเป็นเงินแผ่นดิน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประท้วงของ ส.ส.ฝั่งพรรคเพื่อไทย ทั้ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กับ นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า ท่านรัฐมนตรีพูดนอกประเด็นที่ฝ่ายค้านไม่ได้ถาม
ต่อมา นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า หลังการดำเนินการแล้ว อคส.มีความโปร่งใสมากขึ้น ได้คะแนนมากขึ้น ทั้งในปี 63 ปี 64 ซึ่ง ป.ป.ช.เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ตนเอง
จากนั้น นายประเสริฐ ลุกขึ้นมาใช้สิทธิ์พาดพิงตอบโต้ โดยกล่าวหานายจุรินทร์ว่าเล่าความเท็จ เพราะ 2 ปีก็ไม่ได้เงินคืน อย่างไรก็แล้วแต่ตนเองจะเอาเรื่องนี้พร้อมเส้นทางการเงินไปยื่น ป.ป.ช.แน่นอน
จณะที่ นายจุรินทร์ กล่าวตอบโต้ว่า ถ้าท่านฟังผมพูดมาแล้วยังไม่เห็นว่าเรื่องที่ท่านกล่าวหาไม่มีความคืบหน้า ผมว่าท่าน "หูดับ" แล้วล่ะครับ ส่วนจะส่ง ป.ป.ช.ก็ไม่มีปัญหาเลย จะได้ช่วยกันตรวจสอบการทุจริต.