นายกฯ เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคกก.เฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมนั่งเป็นประธาน ขับเคลื่อนแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนปชช. และตั้งคณะอนุกรรมการฯ ให้ปลัดฯ คลังเป็นประธาน ช่วยกลั่นกรอง จัดทำแผน

วันที่ 19 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 18 ก.ค. 2565 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติก่อนหน้านี้ที่ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่เสมือนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายเศรษฐกิจ

โดยคำสั่งดังกล่าว สืบเนื่องที่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศขึ้นในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของไทย ทำให้หลายประเทศรวมทั้งไทยต้องประสบปัญหาที่กระทบต่อต้นทุนราคาพลังงานและวัตถุดิบ ส่งผลต่อการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งการขาดแคลนวัตถุดิบที่สำคัญในห่วงโซ่การเกษตรอันส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเพื่อให้การบริหารสถานการณ์และการดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจดังกล่าวระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นไปอย่างบูรณาการ ทันต่อสถานการณ์ และสามารถบรรเทาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน และกรรมการอีก 23 คน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 4 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ และรัฐมนตรีว่าการจาก 5 กระทรวง ประกอบด้วย รมว.คลัง รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.คมนาคม รมว.มหาดไทย และรมว.อุตสาหกรรม รวมทั้งปลัดจาก 7 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ เกษตรและสหกรณ์ คมนาคม พลังงาน พาณิชย์ มหาดไทย อุตสาหกรรม รวมทั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นกรรมการและเลขานุการ

...

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ ให้กำหนดแนวทางการบูรณาการ และขับเคลื่อนให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้คลี่คลายลงโดยเร็ว รวมทั้งกำหนดแผนเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในระดับวิกฤติเศรษฐกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทางการบูรณาการ และขับเคลื่อน ในการแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และกลั่นกรอง ให้ข้อเสนอแนะ หรือความเห็นในการแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากผลกระทบของสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกรัฐมนตรี ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ข้างต้น ได้อาศัยอำนาจนั้นแต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงาน กลั่นกรองเรื่อง จัดทำแผน เสนอต่อคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ด้วย.