“นิโรธ” เปรียบรัฐบาลเป็นนักเรียนเรียนดี ฝากถึงฝ่ายค้านอภิปรายอยู่ในกรอบญัตติ อย่าเยิ่นเย้อ-หยาบคาย บอกชิลๆ จะอภิปรายนายกฯ ก่อนหรือหลังก็มีค่าเท่ากัน
วันที่ 16 ก.ค. 2565 นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ส.ส.รัฐบาลทุกคน เตรียมตัวกันหมดอยู่แล้ว เน้นดูเรื่องระเบียบข้อบังคับ แนวทางหลักใหญ่คือช่วยประธานควบคุมการประชุมสภาฯ เพราะตอนนี้เหลือทำหน้าที่ประธานการประชุม 2 คน ต้องทำงานหนักมาก ส่วนรัฐบาลเตรียมตัวดีอยู่แล้ว เปรียบเหมือนนักเรียนที่เรียนดี ถึงเวลาสอบไม่จำเป็นต้องมานั่งอ่านหนังสือแบบหามรุ่งหามค่ำ รัฐบาลทำงานหนักมาตลอด จึงรู้ว่าทำงานอะไรไปบ้าง ฉะนั้น ฝ่ายค้านจะซักฟอกอะไรก็เชิญ
ส่วนที่อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นคนสุดท้าย ก็ไม่เป็นปัญหา จะเอาไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังก็มีค่าเท่ากัน เพราะนายกฯ เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องโยงถึงนายกฯ อยู่แล้ว อภิปรายรัฐมนตรีคนไหนก็อาจจะโยงถึงนายกฯ อยู่ดี ไม่มีอะไรพิเศษ หรืออภิปรายรัฐมนตรี ก. ฝ่ายค้านก็ควรจัดระเบียบไม่ว่าพรรคไหนที่ร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายเนื้อหาสาระของรัฐมนตรี ก. ก็มาอภิปรายกันเสียให้ครบถ้วน และเตรียมทีมกฎหมายไว้แล้ว
นอกจากนี้ นายนิโรธ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 18 ก.ค. 2565 เพื่อเตรียมความพร้อม ยังมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ จะต้องทำงานหนักกันมากขึ้นหรือไม่ เพราะครั้งนี้เสียงอาจปริ่มน้ำ นายนิโรธ ตอบว่า “ไม่หรอก ชิลๆ เพราะเท่าที่สังเกตฝ่ายค้านคงไม่มีประเด็นอะไรเพิ่มเติม แม้แต่เห็นเครื่องบินเมียนมาบินโฉบเข้ามาก็ตะครุบจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ พอรัฐสภาจะใช้สูตร 500 หาร ก็จะหยิบมาอภิปรายไม่ไว้วางใจหมด แสดงว่าไม่มีประเด็น เพราะถ้ามีประเด็นแน่นอนจริงคงไม่จำเป็นต้องเก็บเล็กเก็บน้อยอย่างนี้”
...
อย่างไรก็ตาม นายนิโรธ ยังฝากถึงฝ่ายค้านให้อภิปรายอยู่ในกรอบของญัตติ อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับ และอย่าเยิ่นเย้อ อย่าใช้คำหยาบ ควรรักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีการเป็นผู้แทนราษฎร อย่าหวังแต่จะเอาชนะอย่างเดียว เพราะจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายสภาฯ