พล.อ.ประวิตร ห่วงประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัดน้ำท่วม สั่งเร่งประสานทุกหน่วยงานช่วยเหลือทันที ด้าน “สทนช.” ชี้ผลการเตรียมการเชิงรุกทำให้สถานการณ์น้ำใน 7 จังหวัดคลี่คลายระดับน้ำลดเป็นปกติ เหลือเพียง เพชรบูรณ์-โคราช

วันที่ 15 ก.ค. 2565 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า ตามที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สถานการณ์ล่าสุดขณะนี้พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบเกิดอุทกภัยขึ้น โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า (ข้อมูลวันที่ 13 ก.ค.65) มี 9 จังหวัด รวม 17 อำเภอ 21 ตำบล 37 หมู่บ้าน ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร จันทบุรี และระนอง

สำหรับพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยทั้ง 9 จังหวัด เป็นพื้นที่ที่ กอนช. ได้มีการประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าพร้อมมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สำหรับสถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ในเขตพื้นที่ จ.พิษณุโลก ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มุกดาหาร จันทบุรี และระนอง สถานการณ์ได้คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ เหลือเพียง จ.เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา ที่มียังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอนช. มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ได้สั่งการให้ สทนช. ดำเนินการแจ้งเตือนและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ จ.เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา อย่างเต็มที่

...

ดร.สุรสีห์ กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 65 เวลา 18.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ในเมือง ต.น้ำร้อน อ.เมืองฯ ต.บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ ต.ศาลาลาย อ.ชลแดน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 24 ครัวเรือนไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 (สทนช.ภาค 2) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ อ.หล่มสัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ระดับน้ำและทางระบายน้ำในพื้นที่ บริเวณฝายศรีจันทร์ ต.ท่าอิฐ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีน้ำจาก อ.หล่มเก่า ไหลมาถึงฝายศรีจันทร์ แม่น้ำป่าสักในพื้นที่ หมู่ 4 ขณะที่ฝ่ายริมแม่น้ำป่าสักฝั่งซ้าย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเตือนภัยระดับธงสีแดง ส่วนสะพานตาลเดี่ยว เป็นเขตรอยต่อเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก-ต.ตาลเดียว ปริมาณน้ำเริ่มล้นตลิ่งบ้างเล็กน้อย โดยพื้นที่ที่ต่ำฝั่งเทศบาลตำบลตาลเดี่ยวได้มีการเตือนภัยระดับธงสีแดงเพื่อแจ้งเตือนระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตาลเดี่ยว และอาสาสมัครต่างๆ ได้บรรจุถุงกระสอบทราย ให้กับประชาชน เพื่อใช้ในการบรรเทาผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งของแม่น้ำป่าสักและลำน้ำพุง

ขณะเดียวกัน ทางกู้ภัยกกไทร อ.หล่มสัก ได้จัดกำลังพลอาสาสมัครกู้ภัยจำนวน 20 นาย เรือ 3 ลำ สนับสนุนช่วยเหลือในเขตตำบลสักหลงและห้วยไร่ ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา และเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.พิมาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานในพื้นที่ อาสาสมัคร จิตอาสามูลนิธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ กอนช.คาดการณ์ว่าแม่น้ำเลยมีโอกาสน้ำจะล้นตลิ่งที่ อ.เมือง จ.เลย ซึ่งทาง สทนช.ในฐานะเลขานุการ กอนช.จะติดตามประเมินสถานการณ์เพื่อประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและลดผลกระทบให้ประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้ในทุกพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด