พท.กระพือจาก “ชัชชาติ ฟีเวอร์” สู่ “ลำปางแลนด์สไลด์” สะท้อน ปชช.คับแค้นรัฐบาล เทใจเลือกฝั่งประชาธิปไตย “ชลน่าน” ฮึกเหิมฟันธง พท.จะได้มากกว่า 15 ล้านเสียง ยึด 214 ส.ส. โอ่ซักฟอกมี รมต.ตกเก้าอี้ โชว์ความพร้อมลุยสนามเปิดตัวว่าที่ 21 ส.ส.กทม. “เสรีพิศุทธ์” แนะ หน.เศรษฐกิจไทยเปลี่ยนวิธีทำงาน “เต้” เตือนพวกหนุน “ลุงตู่” สูญพันธุ์แน่ “ธรรมนัส” เข้าใจแล้วคนลำปางต้องการเปลี่ยน ลั่นพร้อมเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน “บุญสิงห์” รับแพ้เหตุสับสนอยู่รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน “พิเชษฐ” ยุ ศท.ประกาศตัวให้ชัดเจน นัดกลุ่ม 16 จ่อโดดเรือหนีทบทวนร่วมรัฐบาล ป.ป.ช.ฟ้อง “นิพนธ์” ที่ศาลทุจริตกลาง อ้างคุ้มครองพยานได้ดีกว่า และ รมช.มหาดไทยมีที่อยู่ในกรุงเทพฯ “มท.2” โวยกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพลเสียหายหนัก ลั่นสู้ทุกศาลป้องศักดิ์ศรี

พรรคเพื่อไทย (พท.) ประเมินกระแสความนิยมของฝ่ายประชาธิปไตยดีวันดีคืน หลังจากล่าสุดผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยพลิกล็อกชนะถล่มทลายทุกหน่วยเลือกตั้ง โค่นอดีต ส.ส.เจ้าถิ่นจากพรรคเศรษฐกิจไทย โดยประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พท.จะได้คะแนนมากกว่า 15 ล้านเสียง

...

พท.ฟันธงได้มากกว่า 15 ล้านเสียง

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยการหาร 500 พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยหรือไม่ว่า ไม่น่ากลับไปเหมือนเดิม แม้คำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม มี ส.ส.พึงมี นำ ส.ส.เขตมาลบ ส.ส.พึงมี ให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ประชาชนคับแค้นมากที่บิดเบี้ยวทำลายระบอบประชาธิปไตย พร้อมสั่งสอน พรรคจะได้ประโยชน์จากตรงนั้น เชื่อว่าจะได้มากกว่า 15 ล้านเสียง น่าจะได้ ส.ส.รวม 214 ที่นั่ง ถ้าเขตได้ 180 คนจะได้บัญชีรายชื่อ 34 ที่นั่ง แต่ถ้าได้เขต 200 คน บัญชีรายชื่อ 14 ที่นั่ง แต่ต้องได้คะแนนเสียงที่เป้าหมาย 15 ล้านเสียง แต่พรรคหวังไปถึง 18 ล้านเสียง

แอบหวังศาล รธน.พลิกกลับหาร 100

“อย่างไรก็ตามยังมั่นใจลึกๆ ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาจะส่งความเห็นเป็นข้อทักท้วงว่า เนื้อหาที่รัฐสภาแก้ไขไปขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 91 จากนั้นสภาฯต้องมาพิจารณาแก้ไขใน 30 วันให้สอดคล้องกับข้อทักท้วง คงต้องกลับมาหาร 100 ส่วนยุทธศาสตร์แตกแบงก์พัน เพียงแต่บอกว่าถ้ากลไกกติกาบิดเบี้ยวแบบนี้ ภาคการเมืองย่อมมีวิธีการ เช่น การตั้งพรรคใหม่มาเอาคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถ้าทำได้จะได้เป็นกอบเป็นกำเพราะไม่มี ส.ส.เขต แต่สิ่งที่พรรคเล็กลืมคิด ถ้าได้คะแนนต่ำกว่า 140,000 คะแนนจะไม่มีพรรคใดที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย เป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อมโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์” นพ.ชลน่านกล่าว

โอ่ศึกซักฟอกมี รมต.เก้าอี้หลุด

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คณะทำงานเตรียมพร้อม เหลือแค่จัดลำดับตัวผู้อภิปรายและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย และซักซ้อมอภิปรายเพื่อความมั่นใจในสัปดาห์นี้ ข้อกล่าวหาแบ่งไว้เป็นกลุ่มๆ ตามที่เขียนไว้ในญัตติ จะมีข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่พิสูจน์ให้เห็นเหมือนขึ้นศาล แต่เป็นศาลประชาชน มั่นใจไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายและหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะนำข้อมูลการเอื้อประโยชน์ทุจริต การฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม จะส่งให้คณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป ที่โพลอยากให้อภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ จะเป็นหัวใจสำคัญ เป็นความผิดพลาดล้มเหลว ปล่อยปละ ละเลย ละเว้นการปฏิบัติจะเข้าข่ายมาตรา 157

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะมีรัฐมนตรีหลุดเก้าอี้ทั้งหมดกี่คน นพ.ชลน่านตอบว่า ถามว่ากี่คนเป็นการเปิดไต๋ เอาไว้ลุ้นในสภาฯ หากบอกตอนนี้จะมีรัฐมนตรีก้นร้อน จำนวนรัฐมนตรีที่จะหลุดนั้นต้องไปหลุดในสภาฯ ลุ้นในสภาฯ มันกว่า การซื้อขายกล้วยคงควบคุมไม่ได้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่จะรุนแรงมากขนาดไหนคงตอบไม่ได้ หากเป็นฝ่ายขอกินกล้วยยิ่งขอแพงมากกว่าเดิม

ชู ลต.ลำปางสะท้อนคนเทใจขั้ว ปชต.

นพ.ชลน่านกล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง จะเรียกว่าเป็นการแลนด์สไลด์ก็ได้ เพราะผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยชนะทุกเขต สะท้อนถึงกระแสความนิยมมาอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ไม่เฉพาะ กทม.แต่ขยายขอบเขตไปถึงต่างจังหวัด เป็นช่วงพอเหมาะกับที่พรรค พท.ประกาศตัวส่งผู้สมัครภาคเหนือพอดี ก่อนเลือกตั้งซ่อม 1 สัปดาห์ ประชาชนเทใจมาให้พรรคฝั่งประชาธิปไตยมากขึ้น แม้พลังในอดีตจะไม่พอต่อสู้กับผู้มีอำนาจ แต่จากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง คะแนนเสียงที่ได้มาไม่ใช่พลังเล็กๆ ผู้มีอำนาจคิดอะไรต้องระวัง เช่น จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถือเป็นปรปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อยู่ได้หรือไม่ในเมื่อประชาชนเจ้าของอำนาจไม่เอา ให้ดูศรีลังกาเป็นภาพตัวอย่างการบริหารล้มเหลวมาก ทำให้ประชาชนล้มละลาย แสดงออกว่าอย่าเหิมเกริมการใช้ อำนาจไม่ชอบ กระแสขณะนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ มีแนวโน้มว่าถ้าเราทำให้ดีกว่านี้ ทำให้ประชาชนเห็นทางออกของชีวิตจะเป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้เขาเชื่อมั่นมาอยู่กับเรา

โชว์พร้อมเปิดตัว 21 ผู้สมัคร ส.ส.กทม.

ต่อมาเวลา 10.00 น. นพ.ชลน่านแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย 21 คน เป็นตัวแทนพรรคทำงานร่วมกับประชาชนแต่ละพื้นที่ โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เพื่อบอกประชาชนว่า พรรคพร้อมทำงานเพื่อนำพาทุกคนให้พ้นวิกฤติ นำเสนอบุคลากรมีความรู้ ความสามารถมาทำงานระดับประเทศ เบื้องต้นพรรคเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. 21 คน จาก 33 เขต เลือกตั้ง ที่เหลือยังรอความชัดเจนการแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งของ กกต. ยังมีผู้สนใจเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคจำนวนมาก จะพิจารณาผู้เหมาะสมโดยละเอียดอีกครั้ง จากนี้จะเปิดตัว ส.ส.ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ตั้งใจให้แล้วเสร็จใน 2-3 เดือนนี้ จากนั้นตัวแทนพรรคจะลงทำงานในพื้นที่บอกถึงนโยบายพรรคเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ เป็นความหวังและอนาคตประชาชน

โหมกระแสคนต้องการเปลี่ยนแปลง

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รองประธานยุทธศาสตร์ และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมดูแลชาว กทม. ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไร ภายใต้กติกาแบบใด พร้อมสู้ทุกรูปแบบ การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย แสดงถึงพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง สอดคล้องเสียงสะท้อนประชาชนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง รอโอกาสเลือกตั้งให้มีรัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศ ขอเรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกรัฐบาลมาบริหารประเทศ

พวกหน้าเก่า-หน้าใหม่มากันครบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรค พท.ทั้ง 21 คน ได้แก่ 1.นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ เขตสัมพันธวงศ์ 2.น.ส.จุฑาพร เกตุราทร เขตบางรัก 3.น.ส.นวลละออง ศรีชุมพล เขตวัฒนา 4.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เขตห้วยขวาง 5.น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล เขตจตุจักร 6.นายพชร ธรรมมล เขตราชเทวี 7.นายรัฐพงษ์ ระหงษ์ เขตบางซื่อ 8.นายสุรชาติ เทียนทอง เขตหลักสี่ 9.นายสุธนพจน์ กิจธนาภิทักษ์ เขตดอนเมือง 10.นายอนุสรณ์ ปั้นทอง เขตบางเขน 11.นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา เขตบางกะปิ 12.นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เขตคันนายาว 13.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เขตมีนบุรี 14.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เขตคลองสามวา 15.นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ เขตหนองจอก 16.น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เขตลาดกระบัง 17.นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร เขตบางนา 18.นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร เขตคลองสาน 19.นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร เขตจอมทอง 20.นายวัน อยู่บำรุง เขตหนองแขม 21.นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เขตภาษีเจริญ

หัก “เก่ง” ส่งคนเสียบแทนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรค พท.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ดอนเมืองแทนนายการุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมืองเรียบร้อย ขณะที่เขตสายไหมพื้นที่ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ยังอยู่กระบวนการสรรหาของพรรค ยังไม่เปิดตัว ทั้ง 2 ส.ส. ต่างสนิทสนมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวต่อเนื่องว่าทั้ง 2 คนไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับภาค กทม.ของพรรคเพื่อไทย ทำให้คาดหมายว่าคงไม่ได้ร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทยในอนาคต ขณะที่นายสุรชาติ เทียนทอง ที่สนิทสนมกับนายการุณและคุณหญิงสุดารัตน์ ได้มาเปิดตัวกับพรรคเพื่อไทย อาจส่งสัญญาณว่าการเลือกตั้งรอบหน้านายสุรชาติยังอยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป

“การุณ” สู้ตายรักษาที่มั่นดอนเมือง

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบเลยว่าพรรคมีมติส่งใครลงแทนใคร เพราะไม่ได้เข้าร่วมประชุมหรือทำกิจกรรมกับพรรคเลย ผู้บริหารพรรคไม่ได้คุย คงเพราะไม่มีใครกล้ามาคุยกับตน อีกอย่างผู้บริหารพรรคบางคนทำในสิ่งที่ตนรับไม่ได้ แต่ไม่ติดใจขอให้มีความชัดเจน ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครในพรรค รักพรรค พท.มากมาตลอด ปัญหาอาจเพราะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยทำตามคำสั่งใคร ยิ่งให้กล่าวร้ายผู้อื่นไม่ทำเด็ดขาด ยืนยันจะลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง แม้พรรคไม่ส่งก็ตาม มั่นใจสิ่งที่ทำให้ชาวดอนเมือง ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน

“หนานแมว” ชูมือ ลต.ซ่อมลำปาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปางเขต 4 อย่างไม่เป็นทางการ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 161,378 คน 386 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้มาใช้สิทธิ 97,414 คน หรือร้อยละ 60.36 เป็นบัตรดี 88,969 ใบ บัตรเสีย 3,858 ใบ ไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 4,587 ใบ ผู้ได้รับคะแนนสูงสุด หมายเลข 1 นายเดชทวี ศรีวิชัย หรือ “หนานแมว” พรรคเสรีรวมไทย ได้ 55,638 คะแนน รองลงมาหมายเลข 3 นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคเศรษฐกิจไทย ได้ 30,451 คะแนน และหมายเลข 2 นายพลพงศ์ พงษ์สุพัฒน์ พรรคพลังสังคมใหม่ 2,880 คะแนน

“เสรีฯ” แนะ “ผู้กอง” เปลี่ยนวิธีทำงาน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยหลังประกาศชัยชนะว่า พรรคเราไม่ต้องจ่ายเงินแต่เน้นเดินหาเสียงตั้งแต่ตีห้าตลอดวัน พรรคไม่มี ส.ส.เขตเลยมีแต่บัญชีรายชื่อ 10 คน ถือเป็นครั้งแรกที่ชาวลำปางมอบความไว้วางใจให้พรรค ที่ผ่านมาเลือกตั้งซ่อมแพ้ทุกสนามมาตลอด แต่ไม่ท้อ ครั้งนี้เกินความคาดหมาย วันที่ 28 ก.ค.จะมาขอบคุณชาวลำปางอีกครั้งด้วยความจริงใจ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นน้องรู้จักกันดี เคยพูดหยอกว่าหลีกทางให้พี่ได้ไหมแต่ไม่รับปาก กระทั่งลงสนามเลือกตั้งสู้เต็มที่ หาก ร.อ.ธรรมนัสจะเปลี่ยนวิธีการทำงานได้ก็น่าดี

“เต้” เตือนหนุน “ลุงตู่” สูญพันธุ์แน่

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า ยินดีกับหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้แจ้งกับ ร.อ.ธรรมนัส เจ้าของพื้นที่เดิม น้องเตือนพี่ว่าที่ไม่ชนะเพราะหัวหน้าพรรคไม่ชัดเจน ปลายปีที่ผ่านมาไม่โหวตให้นายกฯ ผลเลือกตั้งคงไม่ออกมาแบบนี้ เล่นการเมืองต้องชัดเจนประชาชนจะชัดเจนด้วย ถ้าโหวตงบฯปี 66 ไม่ชัดเจนอีก เลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่เหลือ แต่ถ้าโหวตคว่ำจะมีที่นั่งเหลือในสภาฯ หากยังสนับสนุนนายกฯกลับบ้านไปเลี้ยงลูกดีกว่า เมื่อถามว่า “ลุงตู่” ยังอยู่อีกยาว นายมงคลกิตติ์ตอบว่า “ลุงตู่” ขี้ฟัน เลือกตั้งครั้งหน้า พรรคสนับสนุนลุงตู่คงได้ไม่เกิน 50 “ลุงตู่” คงเป็นได้แค่คนแก่คนหนึ่งที่ไปอยู่บ้าน ร.1 แต่จะไปต่อเพื่อตัวเองหรือลูกน้องบังคับให้ไปต่อไม่รู้ แต่พอเถอะปลดปล่อยประเทศเถอะ ลุงอยากโดนล้อมขับไล่ออกจากทำเนียบฯ เหรอ หาที่อยู่ไม่เจอ หารูอยู่ยังไม่ได้เลยนะ กลัวจริงๆว่ามันจะมาถึงไว

“ธรรมนัส” ลั่นพร้อมเปลี่ยนแปลง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก หลังแพ้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง โดยผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยได้รับชัยชนะว่าขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่สนับสนุนพรรคเศรษฐกิจไทยและขอแสดงความยินดีกับพรรคเสรีรวมไทยที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวลำปาง เข้าใจแล้วว่าพี่น้องประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง และตนก็พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

รับส่วนหนึ่งสถานะพรรคไม่ชัดเจน

ขณะที่นายบุญสิงห์ วรินทรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าผิดคาด เพราะจากที่เราหาเสียงมามั่นใจว่าจะชนะ เป็นเรื่องที่พรรคต้องไปทบทวนว่าพลาดจุดไหน เพื่อปรับแผนทำงานต่อไป สาเหตุที่เพลี่ยงพล้ำส่วนหนึ่งคือความไม่ชัดเจนในบทบาทการทำงานของพรรคว่าจะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน และชื่อพรรคเศรษฐกิจไทยอาจยังไม่คุ้นเคย จึงเป็นช่องว่าง อดีต ส.ส.ผู้สมัครอาจจะลงพื้นที่น้อย เพราะไปเน้นบทบาทงานในสภาฯหรือกรรมาธิการ จนทำให้ห่างพื้นที่ ทำให้เราอาจชะล่าใจไปบ้าง แต่มั่นใจว่าไม่ใช่มาจากการสั่งสอนของประชาชน ส่วนจะมาจากมือที่มองไม่เห็นหรือไม่นั้น ไม่ขอพูดถึง เราต้องหันมามองตัวเองใหม่ ส่วนการทำบุญเปิดที่ทำการพรรค ที่อาคารปานศรี ถ.รัชดาภิเษก หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย วางวันที่ 23 ก.ค.ฤกษ์ดี แต่ตรงวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องขยับ

“พิเชษฐ” ยุประกาศตัวให้ชัดเจน

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวว่าผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทยชนะเลือกตั้งพลิกความคาดหมาย สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคะแนนจากความรู้สึกประชาชนจริงๆ ไม่มีการซื้อเสียงมาเกี่ยวข้อง เพราะซื้อไปไม่คุ้ม ไม่รู้อายุรัฐบาลจะอยู่ครบวาระเดือน ก.พ.66 หรือไม่ ประชาชนลงคะแนนโดยยึดหลักการเลือกข้างฝ่ายค้าน ไม่เอาฝ่ายรัฐบาล ส่งใครมาก็ไม่เลือก สะท้อนความนิยมรัฐบาลตกต่ำอย่างหนัก หากตนเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และคิดจะเล่นการเมืองต่อไป จะประกาศตัวให้ชัดเจน ไม่ยืนอยู่ฝ่ายรัฐบาลอีกต่อไป

กลุ่ม 16 จ่อโดดเรือหนีทบทวนร่วม รบ.

นายพิเชษฐกล่าวอีกว่า ส่วนท่าทีกลุ่ม 16 คงต้องหารือถึงท่าทีการอยู่ร่วมรัฐบาลกันต่อไป ในวันที่ 18 ก.ค. จะนัดหารือ ส.ส.กลุ่ม 16 เพื่อประเมินผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง และท่าทีจะอยู่ร่วมรัฐบาลกันต่อไปหรือไม่ แม้จะแก้ไขกติกาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้หาร 500 ช่วยพรรคเล็กมีโอกาสต่อสู้มากขึ้น แต่ไม่ได้การันตีพรรคเล็กจะได้ ส.ส.กลับเข้ามาอีก ผลเลือกตั้งซ่อม จ.ลำปาง ชัดเจน ประชาชนเลือกข้างฝ่ายค้าน ไม่เอารัฐบาลเลย ต่อให้เปลี่ยนกติกาเป็นหาร 500 พรรคเล็กยังลำบากมาก ไม่ต้องคิดไปถึง 70,000 คะแนน เอาแค่ 4-5 หมื่นคะแนนยังลำบาก ในสถานการณ์ที่ประชาชนเลือกอยู่ขั้วฝ่ายค้าน เท่าที่คุยกันเบื้องต้นโอกาสไปต่อของรัฐบาลคงลำบาก พรรคเล็กต้องทบทวนท่าทีให้ดี ถึงการอยู่ร่วมรัฐบาลต่อในขณะนี้

“กัญจนา” ชี้หาร 500 งานยากแต่สู้

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชทพ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 500 ว่า สูตรหาร 500 ชทพ.ไม่ได้เปรียบเลย มีเกณฑ์ ส.ส.พึงมีเป็นเรื่องยากมากสำหรับเรา ส.ส.ต้องทำงานหนักมาก แต่ไม่ว่าจะหารอะไรจะสู้เต็มที่ทุกกติกา วางอนาคตจะเติบโตต่อไป ไม่หยุดเท่านี้ ทาบทามชักชวนผู้จะมาสมัคร ส.ส.เขต ขยายฐาน ส.ส.เขตเพิ่มขึ้น ครั้งหน้าใช้บัตรเลือกตั้งสองใบจะไม่ส่งครบ 400 เขต ส่งเขตที่พร้อมและมั่นใจตัวผู้สมัคร ส.ส. การเจรจาดึงตัวผู้สมัครจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะมีประกาศยุบสภา ส่วนกฎหมายลูกเลือกตั้งวาระ 3 ยังไม่ได้คุยกันว่าจะฟรีโหวตหรือไม่ แต่เชื่อวาระ 3 คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พลิกผัน ส่วนการลงมติของ ชทพ.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ธรรมเนียมของพรรคเช้าวันลงมติจะประชุมรับฟังความเห็นของสมาชิก เพื่อตกผลึกสรุปในทิศทางเดียวกัน ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจนแล้วรัฐมนตรีชี้แจงได้ จะไปโหวตไม่ไว้วางใจคงไม่ถูก

นายกฯขอช่วยทำความเข้าใจอีอีซี

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ครั้งที่ 3/2565 โดยนายกฯก่อนเปิดประชุมว่า ขอขอบคุณในความคืบหน้า ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้างหลายเรื่อง จำเป็นต้องชี้แจงทั้งในสภาฯและในโอกาสต่างๆ ฝ่ายเลขาฯได้สรุปมาเรียบร้อยแล้ว เพื่อตนจะได้พูดบ้างในส่วนหลักการ รายละเอียดจะมอบหมายให้รองนายกฯตรวจสอบและชี้แจงอีกครั้ง ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เราทำงานมาเยอะมาก ได้รับความสำเร็จมาจำนวนมากเช่นกัน ข้อมูลที่สรุปมาแล้ว ขอให้ไปถึงสภาฯ ส.ส. ส.ว.และหน่วยงานที่จำเป็นด้วย เพื่อช่วยกันสร้างความเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบอ่านกัน จะได้เห็นมีความสำคัญอย่างไร นี่คืออนาคตประเทศที่จะทำให้หลุดพ้นกับดักความยากจนและรายได้ปานกลาง อยู่มานานมากพอสมควร ถ้าไม่มีโครงการเหล่านี้ขึ้นมา เราคงไปกันไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดต้องดูแลประชาชนมากยิ่งขึ้น ขอย้ำทุกอย่างต้องทำด้วยความรอบคอบ

ยื่น 80,772 ชื่อแก้ รธน.หมวด 14

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล นำรายชื่อประชาชน 80,772 รายชื่อ ทั่วประเทศไทยที่ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น ปลดล็อกทุกพื้นที่ในไทยให้กำหนดอนาคตตัวเองได้ในแคมเปญ “ขอคนละชื่อ #ปลดล็อกท้องถิ่น” มายื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนางผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานการเมืองของประธานสภาฯ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า 3 เดือนที่รณรงค์ถือว่ารวดเร็วด้วยคำๆเดียว ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ท้องถิ่นปลดล็อก เลือกผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดได้เอง ควรยุติราชการรวมศูนย์ ทรัพยากร งบฯและอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ให้ท้องถิ่นบริหารได้ด้วยตนเอง ด้านนายพริษฐ์ระบุหวังว่า ประธานรัฐสภาจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาและ ส.ส. ส.ว.เห็นชอบกับข้อเสนอเรา อย่ามองว่าเป็นร่างของก้าวไกลหรือก้าวหน้า แต่ให้มองเป็นร่างประชาชน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ จะยังคงผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจต่อไป

ป.ป.ช.ไขฟ้อง “นิพนธ์” ศาลทุจริตกลาง

อีกเรื่อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีมติฟ้องคดีอาญานายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ต่อศาล อาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้บริษัทเอกชน ในสมัยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) แทนการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 9 เนื่องจากเกรงเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ว่า คำว่าอิทธิพล ไม่ใช่แปลความในทางลบ แต่หมายถึงผู้กว้างขวาง คนรู้จักเยอะ เพราะอยู่ในพื้นที่มาก่อน อาจรู้จักทั้งประชาชน ข้าราชการ เช่น เป็นนายก อบจ. ส.ส.มีอิทธิพลหรือไม่ ต่อความ รู้สึกนึกคิดหรือไม่ ต้องแปลความให้ดี หลักการ ป.ป.ช.ไม่ได้ดูที่ศาล แต่ดูจากในพื้นที่ การนำพยานไปไต่สวนในพื้นที่ ป.ป.ช.ต้องคุ้มครอง หากมาไต่สวนใน กทม.จะคุ้มครองพยานได้ดีกว่า พยานกล้าพูดความจริงมากกว่า อย่าไปแปลว่าอิทธิพลหมายถึงผู้ค้ายา มาเฟีย

แจง รมช.มหาดไทยมีที่อยู่ใน กทม.

นายนิวัติไชยกล่าวอีกว่า ส่วนการตั้งข้อสังเกต ป.ป.ช.ไปฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อาจเป็นการฟ้องนอกเขตอำนาจศาลนั้น ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ระบุการฟ้องทำได้ 2 กรณี คือฟ้องในเขต อำนาจศาล กับฟ้องในถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้ถูกกล่าวหา หรือสถานที่ที่เกิดเหตุ กรณีนี้นายนิพนธ์เป็น รมช.มหาดไทย มีที่อยู่ใน กทม. จึงฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ แต่สุดท้ายเป็นดุลพินิจศาลจะรับฟ้องหรือไม่ หรือให้ไปฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9

มท.2 โวยเสียหายลุยสู้ทุกศาล

ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าว ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.สงขลา ว่า การกล่าวหาตนเป็นคนมีอิทธิพล ใส่ร้ายเกินไปหรือไม่ ทำให้เสียหายมาก ตนประกอบอาชีพทนายความ ครอบครัวทำอาชีพสุจริต มีโรงงานบรรจุปลากระป๋องทูน่าส่งออก นำรายได้เข้าประเทศปีละ 5-6 พันล้านบาท ไม่เคยเก็บค่าคุ้มครอง ไม่เคยเปิดบ่อนซ่องหวยโป ไม่เคยรับส่วยใคร มีสิทธิขอความเป็นธรรม พร้อมต่อสู้พิสูจน์ทุกศาล เคยขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.หลายครั้งทั้งยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมหลายกรณี แต่ไม่เคยได้รับการตอบรับ ดูเหมือนมีธงในใจหรือไม่ เมื่อถามว่าจะฟ้องกลับ ป.ป.ช.หรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่ประสงค์จะเป็นปฏิปักษ์กับ ป.ป.ช. แต่จะร้องขอความเป็นธรรมแทน

คาใจปม “ผู้มีอิทธิพล-เปลี่ยนที่ฟ้อง”

“ติดใจมาก ป.ป.ช.ระบุขอให้โอนคดีไปฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแทน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พื้นที่เกิดเหตุของคดี และการให้ข่าวใส่ร้ายว่าเป็นผู้มีอิทธิพลใน จ.สงขลา เลยเถิดไปไกล ผมเป็นรองหัวหน้าพรรค เป็น รมช.มท.ในรัฐบาลปัจจุบัน ให้ข่าวว่าเป็นผู้มีอิทธิพลเสียหายมาก กระทบพรรคและรัฐบาล หลักกฎหมายต้องยึดหลักผู้ถูกกล่าวหาทุกคนต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน มองแล้วประสงค์จะดำเนินคดีกับผมแน่ ถ้าดำเนินคดีนี้ต่อศาลทุจริตภาค 9 ศาลจะเห็นถึงความแตกต่างของคดี เทียบเคียงข้อเท็จจริงได้ โดยใช้ความรอบคอบในคดีมากยิ่งขึ้น” นายนิพนธ์กล่าว

ส.ว.ไฟเขียวกฎหมายฉีดให้ฝ่อ

ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง วาระ 2-3 ตามที่สภาฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเฉพาะการใช้มาตรการทางการแพทย์ให้ยากดฮอร์โมนเพศชาย (ฉีดให้ฝ่อ) แก่ผู้กระทำผิด หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและอายุรศาสตร์อย่างน้อย 2 คนเห็นพ้องกัน และได้รับความยินยอมจากผู้กระทำผิดเพื่อให้นำมาเป็นเงื่อนไขพิจารณาลดโทษ พักการลงโทษ หรือได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด หลัง ส.ว.อภิปรายจนครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 145 ต่อ 0 งดออกเสียง 2

ม็อบขอยูเอ็นจับตายุติธรรมไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก กลุ่มพลเมืองเสมอกัน นำโดย น.ส.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปล-นักเขียนอิสระ และนายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดการละเมิดสิทธิประกันตัว” ที่เกาะกลางถนน เรียกร้องให้ยูเอ็นจับตากระบวนการยุติธรรมไทย ที่อาจละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองหรือ ICCPR พร้อมตั้งโต๊ะเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อยื่นจดหมายแก่ยูเอ็น เรียกร้องการประกันตัวให้ผู้ต้องหากลุ่มทะลุวัง ทะลุแก๊ส และทะลุฟ้ารวม 23 คนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และคดีอื่นๆ โดยนัดทำกิจกรรม 3 วัน ส่วนที่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ นายกฤษพล ศิริกิตติกุล หรือโจเซฟ ได้ไปโกนหัวประท้วง

ยื่น “ชวน” จัดแคมปิ้งจับตาซักฟอก

จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายธนพัฒน์ กาเพ็ง แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า เป็นตัวแทนแนวร่วมกลุ่มราษฎรเข้ายื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอใช้พื้นที่บริเวณรัฐสภาจัดกิจกรรม “แคมป์ปิ้งฟังสภาฯ จับตาไม่ไว้วางใจประยุทธ์” จับตาการทำงานของสภาฯ เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจมีส่วนร่วมในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 20-24 ก.ค. มีนางผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานทางการเมือง ประธานสภาฯรับเรื่อง ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้รับรองการแถลงข่าวของแนวร่วมกลุ่มราษฎร กล่าวว่า อยากให้สภาฯรีบจัดพื้นที่ให้จัดกิจกรรมกลุ่มราษฎร จะได้ไม่ต้องลงไป จัดกิจกรรมบนถนน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ปลอดภัยด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ประชาชนร่วมโหวตไม่วางใจรัฐมนตรีด้านนอกสภาฯด้วย