"ก้าวไกล" ขอ ยึดยุทธศาสตร์เดิม ยัน ไม่แตกแบงก์ย่อยสู้ "แลนด์สไลด์" ย้ำ หนุนสูตร หาร 100 รับ น้อยใจสื่อฯ ไม่แก้ข้อมูลคลาดเคลื่อนให้ ชี้ สนิมเนื้อในพรรคร่วมรัฐบาล อาจทำให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเซอร์ไพรส์ ก็เป็นได้ 

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาประกาศแลนด์สไลด์ทุกกติกาเลือกตั้ง ว่า เรื่องพร้อมสู้ทุกกติกา เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง พรรคก้าวไกลก็พูดเช่นกันว่า พร้อมสู้ทุกกติกา สุดท้ายประชาชนจะตัดสินเอง ในมุมเพื่อไทย ตนคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ ครั้งก่อนเขาเป็นพรรคได้คะเเนน อันดับ 1 อยู่แล้ว มี ส.ส.สูงสุด ก็ไม่แปลกอะไรที่เขาจะมั่นใจว่าจะได้อันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องการพูดถึงการแก้เกม สูตรหาร 500 ด้วยการแตกแบงก์ หรือตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทย พรรคก้าวไกลจะเอาอย่างไรนั้น พรรคก้าวไกล คงไม่ต้องใช้สูตรแตกแบงก์อะไร เราจะใช้กลยุทธ์เดิม ใช้นโยบายหาเสียงให้ประชาชนหันมาเลือกพรรคเรามากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ถ้าถามว่า ปรับกลยุทธ์ด้วยกติกาหรือไม่ คิดว่า ณ ตอนนี้ กฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ต่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการรัฐสภาผ่านวาระสามแล้ว ก็ยังไม่จบอยู่ดี ในรัฐธรรมนูญบอกว่า จะต้องส่งให้องค์กรที่เกี่ยวข้องทั้ง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญอีก การพิจารณาร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระ 2 มาตรา 23 เรื่องการคำนวณ ส.ส. เราก็ยืนยันหลักการหาร 100 เท่านั้น แม้ว่าตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราพยายามนำเสนอบัตร 2 ใบ แบบ MMP แต่เเพ้ก็ตาม ส่วนการโต้คารมเรื่องสูตรในโลกออนไลน์ ระหว่างก้าวไกล กับเพื่อไทย คงไม่จะกระทบความร่วมมือในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะต้องร่วมมือเล่นงานรัฐบาล ได้เจอ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในสภาฯ ก็ขอโทษตน เพราะเข้าใจผิดเรื่องกระบวนการการลงมติ

...

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า การตั้งคำถามของประธานในที่ประชุม ตามข้อบังคับ ต้องตั้งคำถามในลักษณะ ที่อาจทำให้ความเข้าใจผิดกันบ้าง ตนในฐานะผู้แปรญัตติ สูตรหาร 100 แบบหนึ่งเอาไว้ รวมถึงพรรคก้าวไกล มองว่า วิธีหาร 100 แบบที่ตนเสนอ ดีกว่าร่างของ กมธ. จึงไม่สามารถลงมติเห็นด้วยกับร่าง กมธ.ได้ แต่คะแนนการแปรญัตติ ของตนที่หาร 100 ในคำถามแรก มันดันผูกไปรวมกับกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มหาร 500 ของนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เลยมีปัญหานี้ขึ้นมาด้วยความเข้าใจผิด ตนแอบน้อยใจนิดๆ สื่อฯ บางสำนักก็เข้าใจผิด แต่ว่าก็ไม่ได้ออกมาแก้ไขข้อมูลการลงมติรายคน ที่ถูกต้องให้ โดยในวิปฝ่ายค้าน ตกลงกันว่า ขอประธานที่ดำเนินการประชุม ณ ตอนนั้น ให้เปลี่ยนคำถามเป็นว่า เห็นด้วยกับกลุ่มร่างที่เป็นหาร 100 หรือเห็นด้วยกับ กลุ่มร่างที่หาร 500 เพื่อความชัดเจน ซึ่งถ้าคำถามเป็นแบบนี้ เราก็จะโหวตหาร 100 แน่นอน และถ้าโหวตหาร 100 ชนะ ก็จะมาโหวตกันต่อว่า จะเอาร่าง กมธ. หรือเอาร่างที่ตนแปรญัตติเอาไว้ แต่สุดท้าย ประธานยืนยันตามข้อบังคับ และสภาเปิดเผยผลการลงมติเป็นรายบุคคล ของคำถามแรก ช่วงดึกคืนวันโหวต แต่คำถามที่ 2 เปิดเผยผลวันรุ่งขึ้น เวลามันห่างกันมาก ข่าวก็คลาดเคลื่อน ลงไม่ทัน พรรคก้าวไกลก็เลยโดนตีไปแล้ว

เมื่อถามว่า ถ้ามีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรคำนวณ ส.ส. กังวลคำวินิจฉัยของศาลอาจทำให้กระทบการเลือกตั้งครั้งหน้า อาจจะเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นที่ว่า รัฐบาลจะต้องออกกติกาพิเศษมาควบคุมการเลือกตั้งครั้งหน้า หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล เราควรจะตั้งตั้งข้อสังเกตและกดดันไปยังองค์กรต่างๆ เพราะวาระของสภาฯ มีเส้นตายที่ชัดเจน คือ มี.ค.66 เราต้องเรียกร้องกดดันทุกองค์กร ให้รู้ว่าเรามีเส้นตายอยู่ การพิจารณาใดๆ จะต้องรวดเร็วและทันการ ถ้าสมมติว่า ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่า สูตรไม่ว่าจะหาร 100 หรือ 500 มันขัดรัฐธรรมนูญจริงๆ แต่ถ้าศาลวินิจฉัยโดยเร็ว การส่งกลับเข้ามาสภาฯ ใหม่ แล้วทำให้ทัน ตนคิดว่า มันไม่ยาก ถ้าทั้งสองสภาร่วมมือกัน และทำให้รวดเร็วตรงตามรัฐธรรมนูญ

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวถึงศึกซักฟอกที่กำลังจะมาถึงนี้ ว่า ดูแล้วรัฐมนตรีคนไหนน่าเป็นห่วงที่สุด ว่า ยืนยันก้าวไกล ปิดข้อมูลอภิปรายเป็นความลับ เพื่อป้องกันรัฐบาลรู้ข้อสอบก่อน แต่ตนมองว่าการซักฟอกครั้งนี้ใครจะอยู่ใครจะไป อาจไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้าน คิดว่าความขัดแย้งในพรรคร่วม และประเด็นทางการเมืองหลายอย่างที่ปรากฏออกมา อาจทำให้มีเซอร์ไพรส์ได้

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา มีคนในรัฐบาลส่งข้อมูลซักฟอกให้ก้าวไกลบ้างหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ส่วนตัวตนไม่มีคนจากพรรคร่วมรัฐบาลส่งข้อมูลมาให้ แต่ผู้อภิปรายคนอื่นนั้น ตนไม่รู้