ประชุมสภา กทม. ตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณางบประมาณ 2566 รวม 62 คน “ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม. รับทุกข้อเสนอสู่การแก้ปัญหา ลุยดูแลเส้นเลือดฝอย ขอบคุณ ส.ก. ช่วยกันทำหน้าที่
วันที่ 7 ก.ค. 2565 นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคลองสามวา ในฐานะโฆษกสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ. 2565 ซึ่ง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมใช้พิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
วันนี้ ส.ก. ร่วมกันอภิปรายรายละเอียดภาพรวมการตั้งงบประมาณหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ทั้งในระดับสำนัก และสำนักงานเขต รวมถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนควบคู่กัน อาทิ ด้านการสาธารณสุข ระบบส่งต่อ การดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินและวิกฤติ, ด้านความปลอดภัย การอบรมให้ความรู้การป้องกันเหตุอัคคีภัย โดยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ด้านการศึกษา การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการดูแลสวัสดิการครูพี่เลี้ยง คุณภาพของอาหารกลางวันและนมโรงเรียน โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตต่างๆ การจัดเก็บภาษีให้ครอบคลุม การกำหนดจุดติดตั้งกล้อง CCTV ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงคุณภาพถนน ตรอก ซอก ซอย และการเพิ่มอัตรากำลังพนักงานกวาดให้สอดคล้องกับพื้นที่
ทั้งนี้ ส.ก. อภิปรายภายใต้ความระมัดระวังและความรอบคอบ โดยคำนึงถึงข้อจำกัดของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองในการแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น ดังเช่นรัฐสภา สำหรับแต่ละประเด็นที่มีการอภิปราย รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตอบประเด็นคำถามในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง
...
ต่อมาเวลา 15.30 น. สภา กทม. ลงมติเห็นชอบในหลักการ และตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 62 คน แบ่งเป็นฝ่ายสภา กทม. 47 คน และฝ่ายบริหาร 15 คน แปรญัตติภายใน 15 วัน และกำหนดระยะเวลาการพิจารณา 45 วัน เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมสภา กทม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ข้อบัญญัติ อีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค. 2565 ให้ทันหน่วยงานนำไปใช้ในการดำเนินภารกิจดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนต่อไป
“ในการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ในส่วนของฝ่ายบริหาร กำหนดนโยบาย และสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบ ติดตามการบริหารราชการของฝ่ายบริหาร เสนอและพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีของ กทม. ให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใส โดยทั้ง 2 ส่วน เป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำหน้าที่คนละมิติ แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือเพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวกรุงเทพฯ” โฆษกสภา กทม. กล่าว
ทางด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กล่าวในที่ประชุมสภา กทม. ว่า การอภิปรายครั้งนี้เหมือนกับการเห็นปัญหาที่แท้จริง ขอบคุณคำอภิปรายของส.ก.ทุกคน เป็นคำอภิปรายที่มีคุณค่า ทุกข้อที่เสนอมาจะรับและนำไปสั่งการปฏิบัติเนื่องจากเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ถือว่าเป็นความร่วมมือกัน งบบางส่วนอาจจะดูน้อยแต่จริงๆ แล้วจะมีงบอุดหนุนรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง เช่น งบการศึกษา ซึ่งรัฐจะสนับสนุน หากพิจารณาสิ่งที่ ส.ก.อภิปราย จะเห็นว่าปัญหาที่นำเสนอเป็นปัญหาเดียวกับที่เราได้กำหนดนโยบาย กทม. มีทั้งระบบเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย ระบบเส้นเลือดใหญ่จะอยู่ที่สำนัก เป็นโครงการใหญ่ที่ใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่เส้นเลือดฝอยจะอยู่ที่เขต ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับเส้นเลือดใหญ่มากกว่าทำให้งบประมาณบางครั้งจะอยู่ที่สำนัก แต่ ส.ก. เห็นตรงกันว่าปัญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่คนในพื้นที่ อยู่ที่เส้นเลือดฝอย งบประมาณจึงควรอยู่ที่เส้นเลือดฝอยและทำให้ชัดเจนขึ้น
“ปัญหาหลักตอนนี้คือรายได้ของ กทม. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลายท่านกังวลถึงประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ซึ่งก็เห็นด้วยว่าฐานข้อมูลตรงนี้ยังไม่ครบถ้วน หากพัฒนาฐานข้อมูลได้ละเอียดจะทำให้การจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น รวมถึงการจัดเก็บภาษีป้าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับ กทม. โดยข้อมูลการจัดเก็บภาษีทั้งหมดจะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบด้วยเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สำหรับข้อกังวลเรื่องค่าจัดเก็บขยะของห้างสรรพสินค้า ในความเป็นจริงสถานประกอบการขนาดใหญ่จะมีวิธีการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ มีการ Recycle นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้มาก ดังนั้นเมืองเองควรเรียนรู้จากภาคเอกชน ในส่วนของเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว เรื่องภาระหนี้ ต้องพิจารณาที่มาที่ไปให้รอบคอบต่อไป ต่อไปจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกับสภา กทม. เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นไปตามข้อบังคับที่ควรจะเป็น สำหรับการติดตามประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ ขอยืนยันว่าคณะผู้บริหารชุดนี้มีนโยบายที่จะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด ยินดีที่ ส.ก. จะมาร่วมตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณให้เข้มข้นมากขึ้น”
ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ประเด็นทั้งหมดจะรับไปดูรายละเอียดและหาวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ ส.ก. ได้อภิปราย อาทิ ปัญหาขยะตกค้าง ถนนชำรุด การขุดลอกคลองและท่อระบายน้ำ การเตรียมพร้อมนโยบายการเปิดเมือง การดูแลกลุ่ม 608 กองทุนพัฒนาชุมชน สวัสดิการครูพี่เลี้ยงเด็ก ปัญหาไฟฟ้าแสงสว่าง การเพิ่มโรงพยาบาล และระบบสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม. การปรับปรุงสวนสาธารณะ การเปิดพื้นที่ให้เป็นตลาดเพื่อสร้างเศรษฐกิจและเป็นแหล่งทำมาหากินให้ประชาชน ความล่าช้าการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ การแก้ไขระเบียบ กทม. เกี่ยวกับเบิกค่าใช้จ่าย การจัดหาเครื่องมือดับเพลิงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการ พร้อมกันนี้มองว่า ข้อมูลของ ส.ก. มีคุณค่า เนื่องจากทุกคนเข้าถึงประชาชนและเห็นปัญหามากกว่าผู้ว่าฯ ทุกเรื่องจะรับ จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและรีบไปดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด ขอบคุณประธาน สมาชิก ที่ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน บรรยากาศเป็นอันหนึ่งอันเดียว การพูดกับสมาชิกเหมือนกับการพูดกับประชาชน เพราะท่านเป็นตัวแทนที่มีเกียรติที่มาจากการเลือกของประชาชน.