หวังสังคมไทย ไม่ถอยกลับ ชี้ ไทยมี "สมรสเท่าเทียม-คู่ชีวิต" ร่วมกันได้

ข่าว

หวังสังคมไทย ไม่ถอยกลับ ชี้ ไทยมี "สมรสเท่าเทียม-คู่ชีวิต" ร่วมกันได้

ไทยรัฐออนไลน์

7 ก.ค. 2565 18:41 น.

บันทึก

"ณัฐวุฒิ" ก้าวไกล ร่วมเสวนา "สมรสเท่าเทียม-คู่ชีวิต" ชี้ ไทยมีทั้ง 2 ระบบร่วมกันได้ หวังสภาดันผ่านทั้งคู่ ไม่ถอยหลังกลับ สู่แค่การมี พ.ร.บ.คู่ชีวิต ย้ำ หลักการสำคัญต้องไม่แบ่งแยกเพศ แต่ให้สิทธิแก่ทุกคนเท่ากัน

วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานกิจกรรมเกี่ยวกับสิทธิสตรีในเอเชีย ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิ ฟรีดริค เอแบร์ท ไซตุง (FES) และสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ในวันนี้ มีวงพูดคุยในหัวข้อ “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และ พ.ร.บ.คู่ชีวิต” ซึ่งมี ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับกระบวนการผ่านกฎหมายให้สิทธิแก่บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งพรรคก้าวไกลเป็นผู้ริเริ่มการผลักดันจนผ่านวาระที่ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า สำหรับความคืบหน้าในสภาขณะนี้ ที่ทั้ง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ผ่านการลงมติในวาระ 1 เข้าสู่การพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการในวาระที่ 2 แล้ว ตัวเองมีความมั่นใจว่า หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้น มีแนวโน้มว่าไม่เกินเดือนธันวาคมเป็นอย่างเร็วจะเกิดการพิจารณาในวาระที่ 3 ได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ต้องแยกแยะให้ชัด คือ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่มีการเสนอทั้งสิ้นสองฉบับ คือ ของคณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงยุติธรรม และของพรรคประชาธิปัตย์ มีหลักการที่ต่างกัน นั่นคือฉบับของคณะรัฐมนตรีเป็นการให้สิทธิความเป็นคู่ชีวิตแก่คนเพศเดียวกัน ขณะที่ร่างที่เสนออีกฉบับโดยพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีลักษณะไม่ระบุเพศ แต่อย่างไรก็ดี พ.ร.บ.คู่ชีวิต มีหลักการที่ไม่เท่ากับการสมรส และสิทธิที่ให้ก็ไม่ครบถ้วนเหมือนการสมรสของบุคคล ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกลอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญก็คือการเดินทางของสังคมไทยที่ผ่านมา 11 ปี นับจากจุดเริ่มต้นที่มีการเสนอ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่ให้สิทธิอย่างไม่เท่าเทียม มาจนถึงการมี พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่ไม่แบ่งแยกเพศอีกต่อไป สังคมไทยเดินทางที่มาไกลเกินกว่าจะถอยกลับไปสู่การมี พ.ร.บ.คู่ชีวิตเพียงอย่างเดียวได้อีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สังคมไทยจะต้องเลือกเพียงกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเท่านั้น เพราะการมีสิทธิทั้งสองรูปแบบอยู่ร่วมกันคือสิ่งที่เป็นไปได้ และยังมีหลายประเทศที่ใช้ทั้งสองรูปแบบเช่นนี้

ดังนั้น เมื่อสภารับหลักการในทุกฉบับไปแล้วในวาระแรก ก็จะต้องมีทั้ง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ออกมาสู่วาระที่สาม โดยยังคงหลักการสำคัญเอาไว้ด้วย

นายณัฐวุฒิยังอธิบายต่อไป ว่า การให้มีทั้งสิทธิการสมรสสำหรับทุกบุคคล และสิทธิการเป็นคู่ชีวิตสำหรับทุกคนที่ไม่อยากใช้ระบบการสมรส จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกว่าจะสร้างครอบครัวในลักษณะไหน แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น คือกฎหมายที่ให้สิทธิทั้งสองรูปแบบ จะต้องมีลักษณะที่ไม่แบ่งแยกหรือจำกัดเพศ

“ปรากฏการณ์ที่ผ่านมา เป็นความต่อเนื่องมาจากการขับเคลื่อนของชุมชน LGBTQ+ เราเห็นแล้วว่า พาเหรดไพรด์มันท์ได้เกิดขึ้นทั่วประเทศ และได้รับการยอมรับ เราเดินทางมาไกลมากกว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว นี่คือร่างกฎหมายที่มีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเว็บไซต์รัฐสภามากที่สุดตั้งแต่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นมา สังคมยอมรับในทิศทางนี้แล้ว ก็เหลือแต่ฝ่ายการเมืองว่า จะทำอย่างไรต่อ เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะเอาคู่ชีวิตหรือสมรสเท่าเทียม เราสามารถมีทั้งสองระบบอยู่ร่วมกันได้ แต่หลักการที่เราต้องยืนยันคือการให้สิทธิแก่ทุกบุคคลโดยไม่แบ่งแยกเพศ” ณัฐวุฒิกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

กลุ่มราศีแต้มบุญทำงาน วาสนามาเยือน สำเร็จสมหวัง : ดูดวงกับหมอไก่ พ.พาทินี
03:54

กลุ่มราศีแต้มบุญทำงาน วาสนามาเยือน สำเร็จสมหวัง : ดูดวงกับหมอไก่ พ.พาทินี

ApplicationMy Thairath

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลา 02:11 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์