เปิดสูตรคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 จำนวนบัตร-เบอร์ เลือกตั้งครั้งหน้า

ข่าว

เปิดสูตรคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 จำนวนบัตร-เบอร์ เลือกตั้งครั้งหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

7 ก.ค. 2565 19:03 น.

บันทึก
  • เปิดสูตรหาปาร์ตี้ลิสต์ ฉบับญัตติ นพ.ระวี นำคะแนนของพรรคที่ได้ในการเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งหมด หารด้วย 500 รับ ไม่ว่าวิธีการคำนวณจะเป็นแบบไหนก็ไม่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด สุดท้ายจะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญในการชี้ขาด
  • ยืนยันบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แล้วคำนวณโดยหาร 500 คือ ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP) เป็นแบบเยอรมนี แล้วก็เป็นเยอรมนี 100% พร้อมชี้การใช้บัตร 2 ใบ แล้วหาร 100 เป็นระบบที่ไม่มีใครใช้
  • ฝ่ายค้านโต้กลับ เสียใจ ผิดหวัง รัฐสภาโหวตสูตรหาร 500 ใช้เสียงข้างมากตามอำเภอใจ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจ ลั่น จะคัดค้านอย่างถึงที่สุด ทั้งยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ อภิปรายไม่ไว้วางใจ และตีความนายกฯ 8 ปี


เป็นที่แน่นอนแล้วว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... วันที่ 6 ก.ค. 2565 ในการพิจารณา ม.23 เพื่อแก้ไข ม.128 ในรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเลือกใช้การคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แบบหาร 500 และปิดจบที่การพิจารณาที่ ม.24 ก่อนจะกลับมาพิจารณามาตราอื่นๆ ต่อ ในการประชุมครั้งหน้า เพื่อโหวตในวาระ 3 ต่อไป

โดยในการพิจารณา ม.23 ใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง เนื่องจากมีผู้อภิปรายถึง 8 คน อีกทั้งจำนวนเสียงยังขัดแย้งกันเองในรัฐสภาสูง ว่าสูตรการคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ควรหารด้วย 100 หรือ หาร 500 กันแน่ ประกอบกับกระแสลมเปลี่ยนทิศจากรัฐบาล ที่ตอนแรกเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากใช้สูตรหาร 100 แต่กลับมาพลิกในโค้งสุดท้าย และเคาะเอาสูตรหาร 500 แทน ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะกระแสแลนด์สไลด์จากพรรคเพื่อไทย และคะแนนนิยมของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดีขึ้นตามลำดับ จนโพลชี้ว่า คนส่วนใหญ่อยากให้นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พ่วงกับกระแสชัชชาติฟีเวอร์ในกรุงเทพฯ ที่ดูอย่างไรพรรคเพื่อไทยก็ได้แต้มต่อ

ท้ายที่สุด ของการพิจารณามาตราดังกล่าว แม้ฝ่ายค้านจะพยายามดึงเกมในรัฐสภามากเพียงใด ทั้งขอให้ประธานสั่งพักการประชุม และประท้วงการอภิปรายของผู้แปรญัตติตลอดการประชุม แต่ก็สู้เสียงของฝั่งรัฐบาลไม่ได้ เมื่อถึงเวลาลงมติ ผลโหวตที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้ใช้สูตรหาร 100 มีแค่ 160 เสียง ต่อ 392 เสียงเท่านั้น

ผลการลงมติครั้งนี้ เลยทำให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่เสนอให้ใช้สูตรหาร 500 ชนะไปแบบขาดลอย พร้อมทั้งมีมติให้ใช้คำแปรญัตติของ นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ด้วยคะแนน 354 เสียง ต่อ 162 งดออกเสียง 37 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 4 เสียง

เปิดสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

สำหรับเนื้อหาของสูตรคำนวณ ส.ส.พึงมี และคำนวณหาปาร์ตี้ลิสต์ แบบหาร 500 ของนายแพทย์ระวี คือ

ให้นำ ผลรวมคะแนนพรรคของทุกพรรคทั่วประเทศ หารด้วย 500 เช่น สมมติว่าได้คะแนนในการเลือกตั้งคร้ังนั้นทั้งหมด 37 ล้านเสียง ให้นำไป หาร 500 ก็จะได้คะแนน ส.ส.พึงมี 1 คน เท่ากับ 74,000 เสียง

จากนั้น นำมาคำนวณหาจำนวน ส.ส.พึงมี ของแต่ละพรรคกันต่อ โดยนำผลรวมคะแนนของแต่ละพรรคที่ได้ จากทุกเขต หารด้วย 74,000 (ส.ส.พึงมี 1 คน) เพื่อหาจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค

เช่น พรรค ก ได้รับคะแนนเสียงทั้งหมด 1,000,000 เสียง จะได้เท่ากับ 1,000,000 ÷ 74,000 = 13.5 คน นั่นคือจำนวน ส.ส.พึงมี ที่พรรค ก สมควรได้รับเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เราต้องมาคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ที่แท้จริงกันอีกครั้งว่า พรรค ก ได้จำนวนเท่าไหร่กันแน่ โดยวิธีคิดก็คือ ให้นำจำนวน ส.ส.พึงมี พรรค ก ลบด้วย จำนวน ส.ส.เขตพรรค ก

สมมติครั้งนั้น ส.ส.เขต ทั่วประเทศ พรรค ก ได้รับการเลือกตั้งจำนวน 7 คน ก็จะได้ คือ

 13.5 (ส.ส.พึงมี)– 7 (ส.ส.เขต) = 6.5 คน ดังนั้น จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรค ก คือ 6.5 คน

นี่คือวิธีการคำนวณของนายแพทย์ระวี ที่เคยแถลงข่าวกับสื่อมวลชนไปก่อนหน้านั้น จนมาสู่สภา ที่โหวตเห็นชอบให้ใช้ญัตตินี้เป็นสูตรในการคำนวณหา ส.ส.พึงมี และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ใช้สูตรแบบไหนสุดท้ายก็ต้องจบที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะยังคงไม่จบ เพราะสูตรหาร 100 และ หาร 500 เป็นเรื่องที่ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญทั้งคู่ อยู่ที่ว่าแบบใดขัดน้อยหรือขัดมาก มากกว่ากันเท่านั้น โดยนายแพทย์ระวี ก็ยอมรับว่า ไม่ว่าวิธีการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะเป็นแบบไหนก็ไม่สามารถถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งหมด และสุดท้ายจะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้ชี้ขาดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

ชี้เลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ แล้วหาร 500 คือ ระบบ MMP แบบเยอรมนี 100%

ขณะที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายไว้ตอนหนึ่ง ในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 2562 ไทยใช้ระบบการคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสมและเป็นระบบบัตรใบเดียว ซึ่งเป็นระบบที่แปลก แล้วก็เป็นแห่งเดียวในโลกที่ใช้ โดยเราใช้การคำนวณแบบเยอรมนี จึงเหมือนเป็นเยอรมนีครึ่งใบ เพราะว่าเยอรมนีนั้นใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ก็คือใบนึงเลือก ส.ส. เขต และอีกใบเลือกพรรคการเมือง แต่บัตรเลือกตั้งที่เราใช้ในปี 62 นั้นเหลือเพียงใบเดียวและใช้เลือกทั้ง ส.ส. และเลือกพรรคการเมืองด้วยในใบเดียวกัน

“การที่เราเอาบัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แล้วคำนวณโดยหาร 500 ก็คือ ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP) เป็นแบบเยอรมนี แล้วก็เป็นเยอรมนี 100% แต่การที่เราแก้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแล้วเราจะไปคำนวณหารร้อยมันก็เป็นระบบที่ไม่มีใครใช้” นายอัครเดช ชี้แจงในสภาฯ

เพื่อไทย ยืนกราน มติรัฐสภาขัด รธน. ม.91 ยื่นศาลตีความแน่

พรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่ดูเพลี่ยงพล้ำในสภา และสนับสนุนให้ใช้สูตรหาร 100 มาตลอด โดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แม้จะจะชนะเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้แต่เก้าอี้เดียว จึงรวมตัวลูกพรรคออกมาแถลงข่าวพร้อมประกาศแถลงการณ์ ว่ามติรัฐสภาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ปี 2564 ใน ม.91 เรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง ส.ส. จากระบบจัดสรรปันส่วนผสมมาเป็นระบบคู่ขนาน สภาใช้เสียงข้างมาก ตามอำเภอใจ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพื่อสืบทอดอำนาจ พร้อมยืนยัน จะดำเนินการทุกวิถีทางหยุดยั้งความเลวร้ายนี้ อีกทั้งนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังประกาศกลางสภาว่า จะเป็นผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อด้วยตนเอง เพื่อให้เป็นไปตาม ม.132 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ 

คาด 1 เดือนได้ข้อสรุป เดาทางศาลตัดสินยาก

โดยระยะเวลาของเรื่องนี้ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุกับเราว่า จะยืดไปอีกถึง 1 เดือนจึงจะได้ข้อสรุป เพราะเรื่องต้องถูกส่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และไปสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินออกมาเป็นแบบใด เป็นเรื่องที่เดายาก เพราะวิธีคิดของคนเราต่างกัน และมันสามารถคิดได้หลายแบบ

“บางคนก็บอกว่าขัด เพราะบางคนก็ยึดตามเจตนารมณ์ก่อนหน้าโน้น และบางคนก็ยึดเอาตามเจตนารมณ์แก้ล่าสุด มันคิดหลากหลาย แต่ในความเห็นของตนเองต้องยึดร่างแก้รัฐธรรมนูญล่าสุด” นายสุทิน กล่าว

เป็นมติที่อัปยศที่สุด ชี้ซ่อนไว้ซึ่งเจตนาสืบทอดอำนาจ

ทางด้านพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อม ส.ส.ในพรรคบางส่วน ได้ออกมาแถลงเสียใจที่รัฐสภา โหวตเอาสูตรหาร 500 ในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ในการเลือกตั้ง ไม่ได้ออกแบบระบบการเลือกตั้งที่ดีแก่ประชาชน แต่เป็นการลงมติเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพียงเท่านั้น ถือเป็นการลงมติที่อัปยศที่สุด ยืนยันว่าจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด รวมทั้งคัดค้านระบอบการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยจะร่วมมือกับฝ่ายประชาธิปไตยและประชาชน เพื่อให้ออกจากระบอบประยุทธ์ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตีความ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ เกิน 8 ปี

“ย้ำว่าเราจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ได้ แต่สิ่งที่กังวลที่ซ่อนไว้ คือ หากมีเจตนาสืบทอดอำนาจ จะนำไปสู่เดดล็อก ไม่มี พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งรองรับหากมีการยุบสภาเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เห็น เหมือนเอาอำนาจเลือกตั้งไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งเราไม่รู้ว่าตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้น” นายชัยธวัช กล่าว

เลือกตั้งหน้าบัตร 2 ใบ พรรคและเขตคนละเบอร์ ปาร์ตี้ลิสต์เหลือ 100

ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้า ประเทศไทยจะกลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่คุ้นเคยอีกครั้ง เพื่อใช้เลือก ส.ส.เขต และพรรค แต่เป็นแบบคนละเบอร์ ตามมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่ได้มีมติไม่เห็นด้วย 341 ต่อ 150 เสียง ในวาระ 2 เรื่องเพิ่มข้อความใน ม.6/3 การให้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต กับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ควรเป็นหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศเพื่อป้องกันการสับสนของประชาชน ทำให้แบบเบอร์เดียวทั้งคนและพรรคถูกตีตกไปโดยปริยาย

ขณะจำนวน ส.ส. ในสภาทั้งหมด ยังคงเป็น 500 คน โดยแบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน จากเดิมในปี 2562 แบ่ง ส.ส.เขต เป็น 350 คน และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 150 คน

ผู้เขียน : Supattra.l

กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun, Anon Chantanant

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

ใต้เดือด ซุ่มยิงชาวบ้านดับ 2 ศพ ลวงทหารเข้าตรวจ กดระเบิดซ้ำหวังสังหาร
01:36

ใต้เดือด ซุ่มยิงชาวบ้านดับ 2 ศพ ลวงทหารเข้าตรวจ กดระเบิดซ้ำหวังสังหาร

ApplicationMy Thairath

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลา 01:24 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์