จตุพร พร้อม ทนายนกเขา บุกจี้ “จุรินทร์” ในฐานะ รมว.พาณิชย์ แก้ปัญหาราคาพลังงานบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนโดยด่วน ชี้ มีอำนาจตามกฎหมาย อัด ให้สัมภาษณ์คล้ายปัดหน้าที่

วันที่ 7 ก.ค. 2565 นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นำตัวแทนเดินทางไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะกรรมกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยมีหนังสือระบุส่วนหนึ่งว่า

ประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชน ได้ศึกษาพิจารณาพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เห็นว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ให้ความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนกรณีราคาสูงขึ้นของพลังงาน ว่าดูแลแค่เรื่องการปิดป้ายแสดงราคาที่ปั๊มน้ำมัน, มาตรวัดหัวจ่าย, ราคาน้ำมันเป็นสินค้าเฉพาะ มีข้อกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล คือพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เป็นผู้มีหน้าที่ในการวางหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดราคาพลังงาน และต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาและบริหารพลังงานแห่งประเทศด้วย เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของกระทรวงพลังงาน

อาจทำให้ประชาชนเชื่อและหลงผิดว่ากระทรวงพาณิชย์มีอำนาจหน้าที่ตามที่ให้ความเห็นเท่านั้น การสูงขึ้นของราคาพลังงาน ไม่ใช่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ เสมือนเจตนาจงใจปกปิดข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย อาจทำให้เข้าใจได้ว่าต้องการโกหกประชาชน หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการที่ต้องการให้คงราคาสมมติ ในการกลั่น การขนส่งพลังงานฯ หรือมีส่วนรับผลประโยชน์อื่นใด จากกิจการพลังงาน

...

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ สามารถจัดสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวได้ดังนี้ เจตนารมณ์ของความมุ่งหมายของกฎหมาย คือ ให้ความสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในราคาสินค่าบริการ ป้องกันมิให้มีการตั้งหรือเรียกเก็บราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆ ได้ตามอำเภอใจ ป้องกันมิให้ราคาสินค้าและค่าบริการสูงขึ้นโดยรวดเร็วเกินสมควร, สร้างกำไรเกินสมควร และมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ

ขณะที่องค์กรในการใช้บังคับกฎหมาย ได้แก่ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์) เป็นประธาน และมีมาตรการทางกฎหมาย คือ กำหนดมาตรการสินค้าและบริการควบคุม, กำหนดมาตรการราคาสินค้าหรือค่าบริการ, ป้องกันการค้ากำไรเกินควร และป้องกันการกักตุนสินค้า ส่วนบทกำหนดโทษ คือ จำคุก, ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาพลังงานสูงขึ้นมาเป็นเวลาพอสมควรจนถึงปัจจุบันและมีแนวโน้มจะสูงขึ้นนั้น เห็นว่ายังมิได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง

1. ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีการประกาศให้เป็นสินค้า หรือบริการ ควบคุมตามมาตรา 24 แล้ว เฉพาะเรื่องการแสดงราคาสินค้าหรือค่าบริการ แต่ยังไม่พบว่ามีการกำหนดเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติทางการค้าอันไม่เป็นธรรม

2. ไม่ปรากฏว่ามีการประกาศกำหนดมาตรการควบคุม กำหนดเหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะประการสำคัญด้านราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ที่เอาเปรียบผู้บริโภคไม่มีการประกาศกำหนดอัตรากำไรสูงสุด ทั้งเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการผลิต, ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งที่ทราบกันโดยทั่วไปราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ มีการอ้างราคาสมมติจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหน้าที่อำนาจตามมาตรา 25 มาตรา 26 ประกอบมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว

3. ต้องดำเนินการทันที ห้ามมิให้กิจการพลังงานค้ากำไรเกินสมควร คือห้ามทำให้ราคาสินค้า หรือค่าบริการต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนของราคาสินค้าและบริการใดๆ ตามมาตรา 29 

4. ถ้ามีกรณีกล่าวอ้างกันว่าหากกดดันกิจการพลังงานจะส่งผลให้มีการหยุดบริการตามปกติ หรือปฏิเสธการให้บริการ หรือประวิงการให้บริการโดยไม่มีเหตุอันสมควร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีอำนาจห้ามหรือหยุดมิให้กระทำการดังกล่าวได้ ตามมาตรา 31

5. โครงสร้างราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนมานานเกินสมควร ไม่ว่ากรณีราคาพลังงานถูกหรือราคาพลังงานสูงขึ้น เนื่องจากโครงสร้างราคาพลังงานในปัจจุบันมีการอ้างราคาสมมติ จากการกลั่น การขนส่งฯ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากที่ไม่อยู่ในสถานะที่เป็นทุนหรือเป็นรายได้ จึงควรใช้อำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว เคร่งครัด เข้มงวด โดยเฉพาะตาม (10) เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยตรง โดยอ้อม มาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็น พร้อมให้จัดส่งเอกสารหลักฐานอันจะทำให้ทราบข้อเท็จจริงโดยละเอียดมาประกอบการพิจารณา แก้ไขมิให้มีการค้ากำไรเกินสมควร ไม่เป็นธรรม เอาเปรียบผู้บริโภค หากผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

6. เมื่อพิจารณา พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2535 ไม่มีบทบัญญัติใดที่กล่าวไว้เป็นการเฉพาะอย่างชัดเจนว่าให้มีผลเป็นการตัด หยุด ยกเลิก จำกัด อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและค่าบริการ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็เป็นประธานคณะกรรมกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และเป็นคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) การดำเนินการอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายจึงไม่เป็นอุปสรรค แต่หากไม่กระทำตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ ย่อมส่งผลกระทบเสียหายต่อการดำรงชีพของประชาชนในฐานะผู้บริโภคอย่างรุนแรง ทั้งอาจมีความผิดตามกฎหมายด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของหนังสือ ยังระบุด้วยว่า ประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชน เห็นว่าท่านเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ให้แก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภค ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนทันที.