ที่ประชุมร่วมรัฐสภา โหวตให้ใช้สูตรหาร 500 หาส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยคะแนน 392 ต่อ 160 เสียง งดออกเสียง 23 นายแพทย์ชลน่าน ประกาศกลางสภาจะเป็นผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเอง

วันที่ 6 ก.ค. 2565 เวลา 21.35 น. ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ที่ประชุม ได้พิจารณา มาตรา 23 เรื่องการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ว่าจะหาร 100 หรือหาร 500 โดยมีผู้อภิปรายจำนวน 8 คน

ซึ่งนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวชี้แจงเป็นคนสุดท้าย ต่อที่ประชุมว่า รัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ชัดแล้วหลังการแก้ไข ต้องใช้สูตรหาร 100 แต่เหตุใดถึงไปเอียงและเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ต้องการให้หาร 500 ทั้งที่ระบบรัฐสภาเป็นแบบเสียงข้างมาก โดยเรื่องนี้ตนเองจะเป็นผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความถึงสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อด้วยตนเอง เพื่อให้เป็นไปตาม ม.132 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ 

จากนั้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้สั่งนับองค์ประชุม เพื่อลงมติว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ โดยที่ประชุมได้ลงมติ

เห็นด้วย 160 เสียง
ไม่เห็นด้วย 392 เสียง
งดออกเสียง 23 เสียง
ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง

...

ทำให้ผลลงมติเห็นด้วยกับคำสงวนของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย คือเห็นด้วยกับผู้แปรญัติ ที่ต้องการให้หาร 500 เพื่อหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และให้ใช้ญัตติของนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ด้วยคะแนน 354 เสียง ต่อ 162 งดออกเสียง 37 เสียง ไม่ออกเสียงลงคะแนน 4 เสียง

ทั้งนี้ ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และประกาศของกกต. การเลือกตั้งทั่วไปครั้งถัดไป จะเลือกตั้งด้วยระบบบัตร 2 ใบ คือ เลือกคนและเลือกพรรค เป็นแบบคนละเบอร์

โดยกำหนดให้มี ส.ส.ในสภา ทั้งหมด 500 คน คือ ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน และให้ใช้สูตรหาร 500 แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขณะที่ในการเลือกตั้งปี 2562 กำหนดให้มี ส.ส. ในสภา 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แล้วนำคะแนนที่ได้ทั้งหมดในการเลือกตั้งครั้งนั้นหารด้วย 500 เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้คะแนนเสียงใดตกน้ำ เมื่อได้ตัวเลขที่ได้แล้ว ให้นำไปหารต่อกับคะแนนทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้ เพื่อมาสรุปจำนวน "ส.ส.พึงมี" ของแต่ละพรรคที่จะได้อีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นแม้พรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่เก้าอี้เดียว และทำให้พรรคเล็กมีโอกาสได้เก้าอี้ในสภา

จากนั้นในที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 24 โดยไม่มีการแก้ไข ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม สั่งปิดประชุมในเวลา 22.16 น.