ประชุมร่วมรัฐสภา ดูท่ายืดเยื้อ ขณะเริ่มเข้าสู่การพิจารณาม.23 หาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบหาร 100 หรือ หาร 500 ดุเดือด จนฝ่ายค้านประท้วงวุ่น ด้าน "ชวน" ต้องปรามสมาชิกหลายรอบ

วันที่ 6 ก.ค. 2565 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....  ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 โดยในที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ เวลา 9.50 น.ในที่ประชุม ได้มีมติไม่เห็นด้วย 341 ต่อ 150 เสียง ในวาระ 2 ให้เพิ่ม ม.6/3 ในเรื่องการให้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต กับส.ส.บัญชีรายชื่อ ควรเป็นหมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนจำได้ง่าย ป้องกันความสับสน จากนั้นในที่ประชุมพิจารณามาตราอื่นๆ ต่อ

ขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 20 ในเวลา 16.30 น. เรื่องให้ยกเลิกความในมาตรา 122 การสั่งให้นับคะแนนใหม่ หากเกิดคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงกันกับผู้มาใช้สิทธิ์ ไม่ได้เกิดจากการทุจริตและไม่ทำให้ผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นหรือผลการคำนวณสัดส่วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลงไป จะสั่งให้ยุติก็ได้ โดยนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี เขต 3 พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายอย่างเผ็ดร้อน ถึงกรณีสั่งให้ยุติการนับคะแนน เพราะหากให้เลือกตั้งใหม่ มีแต่เสียเวลาและเสียงบประมาณ จนทำให้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมในขณะนั้น ได้ขอให้นายขจิตร ใจเย็น

...

จากนั้น นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้ความเห็นสอดคล้อง และกล่าวว่า การวินิจฉัยว่าทุจริตหรือไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน อีกทั้งกรณีนี้ยังอาจจะก่อให้เกิดบัตรเขย่ง

ทำให้นายสาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ กล่าวชี้แจงยืนยันว่าการเขียนร่างดังกล่าวเพื่อเป็นเกณฑ์สำหรับการใช้ดุลพินิจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. 2 เรื่อง คือ ผลการเลือกต้องไม่เปลี่ยนแปลง และไม่เกิดการทุจริต เพื่อให้อำนาจ กกต. เพราะอาจจะเกิดจากความผิดพลาดจากเจ้าหน้าที่ได้ ทำให้ที่ประชุมไม่ติดใจและมีมติเห็นควรให้แก้ไข พร้อมเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กมธ.เสียงข้างมาก 391 ต่อ 82 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง

จากนั้น เวลา 17.49 น. ที่ประชุม ได้พิจารณา มาตรา 23 เรื่องการคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยมีผู้อภิปรายจำนวน 8 คน

แต่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้ขอหารือกับประธาน ให้พักการประชุม เนื่องจากมีการพิจารณากฎหมายมาทั้งวันแล้ว สมาชิกเริ่มเหนื่อยล้า อีกทั้งยังมีกระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงมติโหวต จึงขอให้เวลาทุกคนไปตั้งสติใหม่ แต่ทางวิปรัฐบาล และวิปวุฒิสภา กล่าวแย้งว่า ขอให้เดินหน้ากฎหมายดังกล่าวต่อ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ได้โต้แย้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงมติกรรมาธิการ มีการยื้อยุด และมีคำสั่งจากฝ่ายบริหาร จึงขอให้เวลาสังคม และประชาชนได้พิจารณา และขอให้ปิดการประชุม เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเวลาตัดสินใจอีกครั้ง ทำให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ไม่มีการยื้อ และไม่มีใครมาสั่งได้

แต่นายชวน ได้สั่งให้การประชุมดำเนินการต่อ และเปิดโอกาสให้ นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ อภิปรายต่อ โดยนายแพทย์ระวี ได้อ้างถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 60 โดยเฉพาะเรื่องทุกคะแนนเสียงต้องไม่ตกน้ำ
ซึ่งมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ลุกประท้วงเป็นระยะ ทั้งเรื่องอภิปรายเกินเวลา

ทำให้นายชวน ต้องห้ามปรามอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย แต่เรื่องเวลาอนุโลมตามความจำเป็น และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่ ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยโดยสิ้นเชิง และอีกฝ่ายก็ต้องการในสิ่งที่ต้องการ ระหว่างหารด้วย 100 และ 500 จึงมีอารมณ์เข้มข้นรุนแรง จึงขอให้ใช้เหตุผลตามเวลาที่มีอยู่ ยืนยันตนเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาตรฐาน พร้อมขอให้นายแพทย์ระวีคุมเวลา เพื่อไม่ให้ประธานถูกประท้วงและขอให้สรุปการอภิปราย

ต่อมานายนิกร จำนง กรรมาธิการ ชี้แจงว่า ได้มีมติในชั้นกรรมาธิการไปแล้วเรื่องการหาร 100 จึงไม่สามารถให้สมาชิกแปรญัตติมาหาร 500 ได้ เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญได้ และในทางปฏิบัติไม่สามารถคำนวณได้ เพราะจะเกิดส.ส.เกินจำนวนไปถึง 125 คน และจะเกิดปัญหากับการเลือกตั้ง

ต่อจากนั้นยังคงมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง