ผู้ว่าฯ “ชัชชาติ” หารือฟื้นตลาดนัดจตุจักร ตั้งเป้าเป็นตลาดระดับโลก สำคัญกว่าเรื่องหนี้กับ รฟท. หลังนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา

วันที่ 6 ก.ค. 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า กรุงเทพมหานคร และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีความร่วมมือกันหลายเรื่อง

เรื่องที่ 1 ตลาดนัดจตุจักร กทม. ยังเป็นผู้บริหารตลาดอยู่ แต่มีสัญญาที่ต้องจัดการร่วมกับ รฟท. รวมถึงการวางแผนในอนาคตที่จะทำให้ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดระดับโลกได้อย่างไร ซึ่งจะมีคณะกรรมการตลาดชุดใหม่ หารือร่วมกับ รฟท. อย่างใกล้ชิด โดยสัญญา กทม. เหลือแค่ 6 ปีสุดท้าย จากนั้น รฟท. จะเป็นผู้ดูแลตลาดนัดจตุจักรต่อหรือไม่ ต้องหารือกันเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องด้วย

เรื่องที่ 2 ถนนริมทางรถไฟ อาทิ ถนนกำแพงเพชร ที่ผ่านมาประชาชนมีข้อร้องเรียนสภาพถนนเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ ซึ่งมีบางส่วนที่ รฟท.ดูแล และบางส่วน กทม.ดูแล จะประสานงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับสะดวกมากขึ้น

เรื่องที่ 3 เรื่องที่ดิน มี 3 ประเด็นที่หารือกับทาง รฟท. คือ

1. การปลูกต้นไม้ กทม. มีโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ซึ่ง รฟท. น่าจะมีที่ให้ปลูกได้ โดยเฉพาะตามเส้นทางรถไฟที่พอจะให้ปลูกต้นไม้ได้ อาจจะไม่ใช้พื้นที่มากแต่ปลูกเป็นแนวกันชุมชนกับทางรถไฟ ให้เกิดร่มเงาสวยงาม และระยะทางไกลทั้งสายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ หรือพื้นที่ รฟท.เองที่ กม.11 ก็สามารถปลูกได้ ซึ่งผู้ว่าฯ รฟท. แจ้งว่าจะเริ่มปลูก 2,000 ต้น โดยจะทำต่อเนื่องในพื้นที่ที่ รฟท. ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว

2. เรื่องหาพื้นที่ทำมาหากินให้ประชาชนกลุ่มหาบเร่แผงลอย โดยมีแนวคิดทำตลาดเล็กๆ ที่นำหาบเร่แผงลอยเข้ามาให้ประชาชนทำมาหากินได้ในราคาไม่แพง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่ง รฟท. ทำไว้แล้วบริเวณคลองตัน จะพยายามหาความร่วมมือขยายผลต่อไป

...

3. เรื่องที่อยู่อาศัย เป็นเรื่องใหญ่อาจต้องมีหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง ทั้งการเคหะ รฟท. และ กทม. มีแนวคิดหาพื้นที่ให้ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน โดยจัดหาพื้นที่ทำอาคารเช่า และสามารถทำให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยที่อยู่ในเมือง เดินทางไม่ไกล จะช่วยเรื่องปัญหาจราจรและค่าครองชีพของคนรุ่นใหม่ โดยให้เช่าแบบกำหนดระยะเวลา ซึ่งจะมีการหารือกันต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องของการบริหารจัดการสวนสาธารณะ เช่น สวนรถไฟ ซึ่ง กทม. เป็นผู้บริหารจัดการ ขณะที่ รฟท. ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน มีบางส่วนที่ กทม. ต้องปรับปรุง เช่น ทางจักรยาน ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานชุดย่อยในแต่ละเรื่อง ประสานงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวด้วยว่า “เรื่องหนี้กับ รฟท. ไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับรัฐ เคลียร์กันได้ แค่ตกลงให้ถูกต้องตามสัญญา เรามองไปอนาคตมากกว่า ตอนนี้ตลาดนัดจตุจักรคนเดินน้อย ผู้ค้าไม่มี แต่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาแล้ว จะกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมียุทธศาสตร์อย่างไรในการวางแผนตลาดนัดจตุจักรในอนาคตเรื่องนี้สำคัญกว่า” ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่าขอบคุณผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เราก็คงมีความร่วมมือกันในทุกๆ ด้านและเห็นผลได้ในเวลาอันใกล้นี้.