"พ.ร.บ.ปฏิรูปตำรวจ" ฉลุย รัฐสภา ยกมือผ่าน 494 คะแนน ไม่เห็นด้วย 40 งดออกเสียง 4 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง หลังพิจารณานานถึง 7 วัน หลังถูกรุมท้วง กมธ. เพิ่มบทเฉพาะกาล ยื้อใช้ พ.ร.บ.ตำรวจ อ้าง หวังอุ้ม 2 เด็กเส้นตั๋วช้าง เป็นผบ.ตร.
วันที่ 5 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. … ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว เป็นวันที่ 7
โดยช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. หลังจากที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. … ครบทั้ง 172 มาตรา ในวาระ 2 แล้ว ได้ลงมติในวาระ 3 โดยที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ตำรวจฯ ด้วยคะแนน 494 ไม่เห็นด้วย 40 งดออกเสียง 4 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง เป็นอันว่า ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมทั้งเห็นชอบกับข้อสังเกตของกมธ. ด้วย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ผ่านมา ที่ประชุม เริ่มต้นพิจารณามาตรา 169/1 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจแต่ละตำแหน่ง ในเนื้อหาที่ถูกโต้แย้งต่อการขอแก้ไขเนื้อหาให้ต่างไปจากรายงานของ กมธ.ที่เสนอต่อสภาฯ ซึ่งกมธ. ได้ขอกลับไปหารือก่อนเสนอต่อรัฐสภา โดย พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร ส.ว. ฐานะรองประธานกมธ. คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกมธ. ชี้แจงว่า กมธ.หารือรวม 2 รอบ และได้ข้อยุติต่อการเสนอบทบัญญัติใหม่ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติที่ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผบ.ตร. ฐานะกมธ.เสนอ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปิยะ ชี้แจงรายละเอียดในข้อเสนอที่ปรับเนื้อหาให้เป็นการเว้นการบังคับใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือก หรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับต่างๆ ตามกฎหมายใหม่ ออกไป 180 วัน โดยย้ำว่า เพื่อไม่ให้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายใหม่มีผลกระทบต่อบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในระดับต่างๆ ที่ดำเนินการตามขั้นตอนมาแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ได้ประกาศบัญชีอาวุโสของตำรวจและเปิดรับฟังข้อโต้แย้งไปแล้ว
...
“วาระแต่งตั้งประจำปี ได้ดำเนินการไปแล้ว ต้องมีบทเฉพาะกาลเพื่อให้การคัดเลือกประจำปีเรียบร้อยถูกต้องตามกฎหมายและกฎของ สตช. ที่มีอยู่ อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อการวางแผนชีวิตรับราชการของข้าราชการตำรวจ ที่ต้องการย้ายกลับภูมิลำเนา หากใช้กติกาใหม่ที่มีเงื่อนไขเวลา อาจทำให้กระทบต่อการวางแผนรับราชการและครอบครัว ทั้งนี้ กฎ ก.ตร. มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเว้นการบังคับใช้ แต่กฎหมายหลักไม่มี จึงจำเป็นต้องเขียนเพื่อให้รักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้ง ยืนยันว่าการเสนอบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีเจตนาแอบแฝงใด แต่เพื่อให้เป็นประโยชน์กับข้าราชการตำรวจทุกระดับ"
จากนั้น นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท้วงติงว่า การเสนอใหม่ครั้งนี้ฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 96 อาจทำให้กระบวนการตรากฎหมายคลาดเคลื่อน เพราะข้อบังคับดังกล่าวให้แก้ไขเฉพาะสิ่งที่คณะกมธ. รายงานมา ข้อบังคับที่ระบุตอนท้ายว่า “เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น” นั้น คณะกมธ.จะไปตีความว่ายกเว้นได้ทุกเรื่องนั้น ถือเป็นการตีความเกินควรของกฎหมาย นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมกับที่มีข่าวออกว่าการตรากฎหมายเที่ยวนี้ทำเพื่อใครบางคน
ขณะที่นายชวน ได้วินิจฉัยว่าตามข้อบังคับของรัฐสภากมธ.มีสิทธิที่จะทบทวนเนื้อหาได้และในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภา ไม่เห็นเป็นอย่างอื่นจึงถือว่ามีมติให้กมธ.ทบทวน และมีมติที่เป็นข้อสรุปส่งให้สภาฯ พิจารณาได้ ดังนั้นกระบวนการไม่ผิด แต่หากสมาชิกไม่เห็นด้วยต้องขอมติ และขอให้ดำเนินการอภิปรายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาต่อประเด็นดังกล่าวมีความเห็นที่แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ทั้งที่สนับสนุนการแก้ไขของกมธ. และฝ่ายที่โต้แย้ง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยกับกมธ.ที่แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาดังกล่าว แม้จะมีการประชุมกันมา2 ครั้ง ว่า จะแก้ไขได้หรือไม่ ซึ่งมีความเห็นในกมธ.แตกเป็น 2 ฝ่าย และล่าสุดการประชุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค.ลงมติเสียงข้างมาก 17 เสียงให้แก้ไขและเสนอข้อความใหม่ต่อสภา
“ผมมองว่าไม่ปกติ เพราะถ้าปกติ กมธ.ต้องถอนเนื้อหาออกไปก่อน แต่นี่ไม่ถอน ส่วนที่บอกว่า มาตรา 169/1 เดิมจะมีผลกระทบกับการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ที่ผ่านมา ตัวแทนของสตช. เข้าร่วมประชุมและรับรู้เนื้อหา รวมถึง สตช. เคยขอให้แก้ไข 14 จุด จึงถือว่า รับรู้มาตลอด จะอ้างว่าไม่รู้ข้อความไม่ได้ ดังนั้นผมมองว่า มาตราที่เสนอมาใหม่นี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายในปีนี้ ที่บอกว่าหากร่างกฎหมายนี้ใช้วันถัดจากประกาศใช้ มีคนเสียประโยชน์ผมเชื่อว่าจะมีคนได้ประโยชน์เช่นกัน ทั้งนี้ข้อความที่เสนอผมมองว่า ไม่ต้องแก้ไขก็ได้ เพราะมีมาตรา 170 เขียนด้วยหลักการเดียวกัน แต่หากจะเสนอเพื่อโยนความรับผิดชอบ ของ ก.ตร. เป็น สภาฯ เพราะสภาคุ้มครอง 180 วันให้ทำตามแบบเดิม ถือเป็นความผิดปกติที่อาจกระทบต่อกระบวนการนิติบัญญัติได้” นายสาทิตย์ ชี้แจง
ขณะที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน อภิปรายสนับสนุนนายสาทิตย์ และโต้แย้งกมธ.เสียงข้างมากที่เสนอข้อความเว้นวรรคการใช้กติกาใหม่ ว่าจะเอื้อประโยชน์กับบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายในปี เพราะเป็นบุคคลที่ไม่อยู่ในลำดับอาวุโส
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มาตรา 169/1 ต้องบอกว่า เป็นมาตราที่เดิมจะต้องอ่านคู่กับมาตรา 69 ซึ่งมาตรา 169/1 สาระสำคัญคือการเขียนล็อกเอาไว้เลยว่า ตำแหน่งต่างๆ นั้นจะต้องเป็นกี่ปี โดยวางกรอบระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่พ.ร.บ.นี้ประกาศใช้ ประเด็นสำคัญคือ กมธ.ฯ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทราบอยู่แล้วว่า กฎเกณฑ์ในการโยกย้ายตำแหน่ง คุณสมบัติการดำรงตำแหน่งต่างๆ นั้น มีลักษณะประมาณใด ท่านรู้อยู่แล้วว่ากฎเกณฑ์กำลังจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่กมธ.ฯ ทำคือทำโผตำรวจ ในลักษณะที่ต่างกัน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหา เราพิจารณากฎหมายฉบับนี้ได้ด้วยดี หลายเรื่องตนและพรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ดีใจอยู่บ้างที่ในมาตรา 69 สุดท้ายมีการกำหนดปีเอาไว้อย่างชัดเจน อย่างน้อยที่สุดอาจจะป้องกัน คนที่จะได้รับประเภท "ตั๋วช้าง" เข้ามาดำรงตำแหน่งข้ามหัวคนอื่นได้
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณามาถึงตรงนี้อยู่ๆ ก็เสนอกัน ซึ่งการเสนอแบบนี้ ตนคิดว่าเป็นการเสนอที่ผิด ถ้าเรายืนยันว่าทำกันแบบนี้ได้ ต่อไปกฎหมายทุกฉบับก็เปลี่ยนกันหน้างานได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง มาตรา 169/1 เราควรตัดทิ้งด้วยซ้ำไป เพราะมาตรา 69 ล็อกไว้อย่างชัดเจนว่าปีของการดำรงตำแหน่งต้องเป็นเท่าไร เช่น คนที่จะขึ้นเป็นรองผบ.ตร.จะต้องเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.มาแล้ว 1 ปี คนที่จะขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. จะต้องเป็นผู้บัญชาการมาแล้ว 1 ปี อันนี้คือสิ่งที่เขียนล็อกเอาไว้ ซึ่งจะแตกต่างจากกฎ กตร.เดิม ในลักษณะที่สามารถยกเว้นได้ ถึงแม้เนื้อหาสาระจะเขียนเหมือนกัน แต่กฎกตร.สามารถยกเว้นหลักเกณฑ์ตรงนี้ได้ และสิ่งที่แตกต่างจากเดิมคือคนที่ขึ้นขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.และรองผบ.ตร.จะต้องมีอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าตำแหน่งว่างเท่าไรก็คัดจากคนที่อาวุโสเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีกรณีข้ามหัวคนอื่นเกิดขึ้น
นายรังสิมันต์กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้มีปัญหามาโดยตลอด และนำไปสู่การมี ตั๋วช้างและตั๋วตำรวจต่างๆ มากมาย ตนได้อภิปรายไปแล้วว่ามีตำรวจ 2 พันกว่าคน ที่ได้รับตั๋วและบางส่วนได้รับตั๋วช้าง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนไม่กี่คนที่ถูกข้ามหัว แต่ทำให้ความเชื่อต่อระบบคุณธรรมของวงการตำรวจพังทลายลง และวิธีการแบบนี้ไม่ได้กระทบกับตำรวจที่อยู่ในตำแหน่ง แต่กระทบกับครอบครัวของเขา ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับคนนับล้าน วันนี้ตนเชื่อว่าคนที่นั่งอยู่ในแห่งนี้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เรากำลังจะอนุมัติให้เกิดตั๋วช้างอีกรอบ ท่านกมธ.โดยเฉพาะท่านที่มาจาก สตช.รู้ดีว่ากำลังช่วยใคร สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ไม่ใช่แค่การวางตัวคนที่จะไปเป็นรองผบ.ตร.เท่านั้น แต่ได้ยินมาว่าลำดับท้ายๆ กำลังจะได้รับสิทธิในการข้ามหัวคนอื่น ขึ้นมาเป็นรองผบ.ตร. แล้วปีถัดไปก็จะเป็น ผบ.ตร.
"และเหตุผลที่กมธ.ฯต้องขอ 180 วันในการชะลอกฎหมายที่กำลังจะผ่านสภาฯ ออกไปก็เพื่อที่จะได้วางไข่ วางทายาทอสูร ตั้งแต่รองผบ.ตร.ไปจนถึงตำรวจระดับชั้นที่น้อยที่สุด ซึ่งก็คือช่วงเดือนเมษายน มากไปกว่านั้นท่านอ้างถึงการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมที่เขาอาจจะได้กลับมา เอาคนที่เสียหายจากการตัดสินใจของท่านมาเป็นเงื่อนไข ในการที่จะให้ตั๋วตำรวจกับแค่บางคน ซึ่งความจริงแค่ใช้กฎกตร.กับมาตรา 170 ก็ช่วยตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมได้แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เนื้อหาแบบที่กมธ.เพิ่งเสนอปรับแก้ใหม่เลย พูดกันตรงๆ พูดด้วยความจริงท่านก็แค่ใช้โอกาสนี้ช่วยตำรวจบางคนเท่านั้น นี่คือสิ่งที่สภาฯ กำลังยอมให้เกิดระบบตั๋วเกิดขึ้นในวงการตำรวจ เป็นระบบที่ใช้ไม่ได้ ดังนั้นเราต้องหยุดยั้งระบบแบบนี้ จะปล่อยให้ตั๋วช้าง ตั๋วม้า ตั๋วแมว ตั๋วนก ตั๋วต่อ ตั๋วโต้ง ตั๋วอะไรก็แล้วแต่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปไม่ได้” นายรังสิมันต์ กล่าว
พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ระหว่างที่คณะกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้ ทางตำรวจได้ทำข้อท้วงติงมาหลายเรื่อง แต่ตนไม่เห็นด้วย และเห็นว่าเป็นกระบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจทั้งประเทศกำลังจับตามองบุคคลเจ้าประจำ ที่ได้ตั๋วช้างช่วยมาตลอด เช่น ผู้บัญชาการสอบสวนกลางคนปัจจุบัน และผู้ช่วยผบ.ตร.คนหนึ่งในขณะนี้ ซึ่งเขาจะครบเกณฑ์หนึ่งปีที่สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้
พ.ต.ต.ชวลิต กล่าวต่อว่า การขึ้นตำแหน่งรองผบ.ตร. และผู้ช่วยผบ.ตร. ถ้าเทียบเกณฑ์เก่ากับกฎหมายใหม่จะเหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ถ้าไปดูในมาตรา 74 จะเห็นว่า การเลื่อนต้องเป็นไปตามเรียงคิว ตามหลักอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสองคนข้างต้นกล่าวถึง ขณะนี้อยู่ในลำดับอาวุโสท้ายแถว เพราะเขาใช้ตั๋วช้างยกเว้นหลักเกณฑ์มาหลายรอบ ถ้าบังคับใช้กฎหมายใหม่ในรอบนี้ คนจะไม่ได้เลื่อนขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเลื่อนออกไปอีก 180 วัน ตามที่คณะกมธ.แก้ไข สองคนดังกล่าวจะสามารถเลื่อนขึ้นได้ ดังนั้น ถ้าที่ประชุมรัฐสภามีมติผ่านเรื่องนี้ ผู้ช่วยผบ.ตร.ตั๋วช้างคนดังกล่าว ปีนี้จะได้เป็นรองผบ.ตร. และในปีหน้าก็จะสามารถขึ้นเป็นผบ.ตร.ได้ ถามว่าเขาจะเป็นผู้นำองค์กรที่ตำรวจทั้งประเทศยอมรับได้อย่างไร จึงขอเสนอให้สมาชิกลงมติไม่เห็นด้วยกับที่กมธ.ขอแก้ไขในมาตรา 169/1
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะรองประธานกมธ. ชี้แจงว่า ตนไม่มีญาติเป็นตำรวจ ดังนั้น การที่บอกว่า เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนได้ ตั๋วช้าง ตั๋วม้า ตั๋วแมว หรือตั๋วอะไร ตนไม่ได้สนใจอะไร เพราะมีทั้งคนได้และคนเสียพอกัน แต่สภาต้องออกกฎหมายแล้วต้องใช้ได้ อย่างไรก็ตาม มีตำรวจมาขอร้องว่า เกิดปัญหาตำรวจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ายกลับลำบาก ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันที ดังนั้น สภาฯ จะใจจืดใจดำไม่ให้หรือ เพียงแค่ 180 วัน