สธ. หนุนฉีดเข็มกระตุ้น โควิด BA.4-BA.5 ยังพบสัดส่วนต่างชาติมากกว่าคนไทย

ข่าว

สธ. หนุนฉีดเข็มกระตุ้น โควิด BA.4-BA.5 ยังพบสัดส่วนต่างชาติมากกว่าคนไทย

ไทยรัฐออนไลน์

27 มิ.ย. 2565 15:21 น.

บันทึก

สธ. แนะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นป้องกันอาการหนัก-เสียชีวิต เผย โควิด BA.4-BA.5 ในไทย ยังพบสัดส่วนต่างชาติมากกว่า รอ อย. อนุมัติ เตรียมฉีดวัคซีนเด็ก 6 เดือน-5 ขวบ ยอดวัคซีนสะสมล่าสุด 139.6 ล้านโดส

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ว่า 2 สายพันธุ์ย่อยนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์ และพบตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ในประเด็นที่กังวลว่าโรคจะแพร่เร็วจนไม่สามารถควบคุมได้นั้น พบว่าในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 แพร่เร็วกว่าโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม 1.3-1.4 เท่า แต่ประเทศอื่นในยุโรปยังพบว่าแพร่ได้น้อยกว่า ดังนั้น เรื่องความเร็วในการแพร่เชื้อจึงยังไม่มีความชัดเจน

ส่วนในประเทศไทย จากการส่งตรวจสายพันธุ์ยังพบสัดส่วนในคนต่างชาติมากกว่าคนไทย และจากการเฝ้าระวังเรื่องการทำให้เกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากขึ้น ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีลักษณะเช่นนั้น

“สิ่งสำคัญพบว่า BA.4/BA.5 ทำให้ภูมิต้านทานเชื้อลดลงบ้าง จึงแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่ม โดยผู้ที่ฉีด 3 เข็มแล้ว หากถึงระยะเวลาที่แนะนำ คือ 4 เดือน ควรมาฉีดกระตุ้นซ้ำ เพราะมีข้อมูลในต่างประเทศว่าผู้ป่วยจากสายพันธุ์ BA.4/BA.5 ถ้าได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นอาการจะน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ฉีด ซึ่งชัดเจนว่าวัคซีนยังได้ผลในการป้องกันอาการหนักและเสียชีวิต”

สำหรับการขับเคลื่อนโรคโควิด-19 สู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ (Post-Pandemic) หลังวันที่ 1 ก.ค. 2565 คาดว่าจะเป็นไปตามแผน ประเด็นสำคัญคือ การระบาดใหญ่ในประเทศไทยคงไม่มีแล้ว โรคลดความรุนแรงลง และระบบสาธารณสุขรองรับได้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโรคเกิดขึ้น แต่อาจมีเป็นคลัสเตอร์ขึ้นมาบ้างแล้วลดลงไป ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การควบคุม ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีระบบเฝ้าระวังและเตรียมการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยหนักและใส่ท่อช่วยหายใจ รวมถึงยังต้องฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง ซึ่งยังเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและเสียชีวิตที่สำคัญ

ขณะนี้สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสมเกือบ 140 ล้านโดสแล้ว มีประชาชนได้ฉีดเข็มแรก 60 ล้านคน นอกจากนี้ ในกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี อย.สหรัฐอเมริกา อนุญาตให้ฉีดได้แล้ว ขณะที่ประเทศไทยหากได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยแล้ว จะมีการหารือถึงเวลาและรูปแบบการฉีดที่เหมาะสมต่อไป

ทางด้านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย มีข้อมูลเป็นดังนี้

ข้อมูลการฉีดวัคซีนในภาพรวม ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2565 เวลา 18.00 น. เพิ่มขึ้น 55,655 โดส

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 3,853 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 7,886 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 43,916 ราย

จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 - 26 มิ.ย. 2565 (484 วัน) 139,602,400 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 56,961,123 ราย หรือคิดเป็น 81.9%
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 53,131,864 ราย หรือคิดเป็น 76.4%
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 29,509,413 ราย หรือคิดเป็น 42.4%

สำหรับผลการให้บริการวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลัก ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอายุ 5-11 ปี

ผู้สูงอายุ เป้าหมาย 12,704,543 ราย

  • เข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 10,732,574 โดส หรือคิดเป็น 84.5%
  • เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 10,226,660 โดส หรือคิดเป็น 80.5%
  • เข็มที่ 3 ฉีดไปแล้ว 5,883,422 โดส หรือคิดเป็น 46.3%

ผู้ที่มีอายุ 5-11 ปี เป้าหมาย 5,150,082 ราย

  • เข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 3,153,900 โดส หรือคิดเป็น 61.2%
  • เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 2,025,541 โดส หรือคิดเป็น 39.3%
อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

"อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง
01:17

"อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง

ApplicationMy Thairath

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565 เวลา 09:26 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์