“ชลน่าน” นำ 7 พรรคฝ่ายค้านแนบรายชื่อ 182 ส.ส. ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชือด 11 รมต. ภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัวนายกฯ สอยนั่งร้าน 10 รัฐมนตรี” ข้อหา “บิ๊กตู่” สุดแสบ “ผู้นำพิการทางสมอง” “ป้อม-ป๊อก-จุรินทร์-ศักดิ์สยาม” แสวงหาประโยชน์ เอื้อทุจริต “เสี่ยหนู” โดนใช้เงินเพื่ออำนาจ “ชัยวุฒิ” ประพฤติเสื่อมเสียศีลธรรมอันดี “สันติ-สุชาติ” ไม่ซื่อสัตย์สุจริต “นิพนธ์-จุติ” ไร้ความรู้ความสามารถ ขอเวลาถล่มไม่น้อยกว่า 5 วัน “เฮ้ง” โวยลั่นผู้มีอิทธิพลนอกฝ่ายค้านจับยัดชื่อ พิษสองพ่อลูก “วิลาวัลย์” รุกป่าเขาใหญ่ ทำกรมอุทยานฯเต้นสั่งสอบทั่วประเทศ “อุ๊งอิ๊ง” ดึง “เต้น” กลับบ้านนั่ง ผอ.ครอบครัว พท. ดึงทุกกลุ่มร่วมโค่นเผด็จการ “บิ๊กตู่” ตะลอนทัวร์สกลฯ ย้ำจัดงบฯทั่วถึง ทักทายหมูดำ “ว่าอย่างไรลูก กินเยอะๆนะ”

ส.ส. 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวม 182 คน ได้ฤกษ์ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 11 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัวนายกฯ สอยนั่งร้าน 10 รัฐมนตรี” หวังผลต่อเนื่องไปถึงศึกเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้น

ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นญัตติซักฟอก

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย และตัวแทนพรรค พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยศรีวิไลย์ ร่วมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวนกล่าวว่า จะรับญัตตินี้ไปพิจารณาภายใน 7 วัน ต้องตรวจสอบว่าญัตติถูกต้องหรือไม่ เราอภิปรายไม่ไว้วางใจกันมาทุกปี ประสบการณ์ทุกฝ่ายทราบดีว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากเดือน มิ.ย. และ ก.ค. มีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณาอีกมาก และต้องหารือกับรัฐบาลว่ามีความพร้อมช่วงเวลาใด

...

ยุทธการเด็ดหัวผู้นำ-10 นั่งร้าน

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส.ส.ฝ่ายค้านรวม 7 พรรค ทั้งหมด 182 รายชื่อ ร่วมกันเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของ ส.ส.ที่มีอยู่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ภายใต้ชื่อ “ยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้าน” จำนวน 11 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม 2.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข 4.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 5.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 6.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 7.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 8.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ 9.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง 10.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และ 11.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

ข้อหาแสบผู้นำพิการทางสมอง

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้เราตั้งเป้าไว้ 2 เรื่องคือ 1.เด็ดหัวนายกฯ และ 2.สอยนั่งร้าน 10 รัฐมนตรี ใช้ข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคล ข้อกล่าวหาต่อ พล.อ.ประยุทธ์คือบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องล้มเหลว จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มาตรฐานจริยธรรม ปล่อยปละ ละเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายรัฐบาล มีพฤติกรรมที่ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำลายผู้เห็นต่าง ปล่อยปละละเลยให้มีการทำลายประชาธิปไตยระบบรัฐสภา มีภาวะผู้นำที่พิการทางสมอง แม้ว่าจะแรงพอสมควร แต่เป็นเรื่องของลักษณะความรู้ความสามารถ

“เสี่ยหนู” โดนใช้เงินเพื่ออำนาจ

ผู้นำฝ่ายค้านกล่าวอีกว่า ส่วนข้อกล่าวหานายจุรินทร์ เน้นเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริต เอื้อประโยชน์ ให้มีการทุจริตต่อพวกพ้อง นายอนุทินมีข้อกล่าวหาสำคัญคือ การบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวผิดพลาดบกพร่อง สนับสนุนหรือทำให้เกิดกระบวนการทำลายการปกครองระบบรัฐสภา มีการใช้เงินให้ได้มาซึ่งอำนาจ พล.อ.ประวิตรมีพฤติการณ์จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เอื้อประโยชน์สนับสนุนให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ ที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดล้มเหลว เอื้อประโยชน์สนับสนุนให้มีทุจริต ส่วนนายศักดิ์สยามข้อกล่าวหาคือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ ขณะที่นายชัยวุฒิบริหารราชการผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง ทำให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงขาดมาตรฐานจริยธรรม ประพฤติปฏิบัติมิชอบในทางเสื่อมเสียศีลธรรมอันดี

“สันติ-สุชาติ” ไม่ซื่อสัตย์สุจริต

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส่วนนายจุติมีข้อกล่าวหาไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ล้มเหลวไร้ความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน นายสันติไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ละเลยให้มีการทุจริตและแสวงหาประโยชน์ นายนิพนธ์ไร้ความรู้ความสามารถ มีพฤติการณ์ทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ ละเลย รู้เห็น สนับสนุนให้มีการทุจริต เช่นเดียวกับนายสุชาติ ข้อกล่าวหาคือ ไม่มีความซื่อสัตย์ เอื้อประโยชน์ แสวงหาประโยชน์ในหน้าที่ คาดว่าการอภิปรายจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. โดยครั้งที่แล้วเราอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนน้อยกว่านี้ ยังใช้เวลา 5 วัน คราวนี้จึงไม่น่าจะได้เวลาน้อยกว่าเดิม และการอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลนี้ การเลือกตั้งอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 23 มี.ค.2566 แต่เรามั่นใจว่าจะเร็วกว่านั้น จึงตั้งวัตถุประสงค์การอภิปรายไว้ 2 ข้อ คือ อาศัยมือในสภาเด็ดหัวผู้นำ สอย 10 นั่งร้าน มั่นใจว่ามีเสียงพอโหวตไม่ไว้วางใจ

“เฮ้ง” โวยฝีมือผู้ทรงอิทธิพล

ที่ จ.สกลนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจราชการถึงเรื่องที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า “เฮ้ย มันคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ค่อยไปถามที่กรุงเทพฯ”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีเป็น 1 ใน 11 รัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า “อาจมีคนคิดถึงตนมั้ง ไม่เป็นไรตอบได้ทุกเรื่อง เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เขากล่าวหาก็หักล้างข้อกล่าวหา แต่อย่างที่สื่อเห็นก่อนหน้านี้ไม่มีชื่อตน มีการเพิ่มญัตติมาคนสุดท้าย อาจมีคนที่มีอิทธิพลอยู่นอกพรรคฝ่ายค้านก็ได้ ไม่เป็นไร เรารู้หมดแล้วว่าใครทำ สุดท้ายเจอกันในสภา”

กรมอุทยานฯเต้นสอบรุกป่า

ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในเขต จ.ปราจีนบุรี ของนายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี และ น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ สองพ่อลูกตระกูลวิลาวัลย์ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. สั่งการให้กรมอุทยานฯตรวจสอบพื้นที่บุกรุกอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั่วประเทศ รวมทั้งคดีเกี่ยวกับการบุกรุกการถือครองที่ดินโดยมิชอบทั้งหมด ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน เพื่อติดตามความคืบหน้าและดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนคดีการบุกรุกอุทยานฯเขาใหญ่ กรมอุทยานฯจะเร่งดำเนินคดี รวมทั้งทำหนังสือถึงกรมที่ดินเพื่อให้เพิกถอนโฉนดต่อไป กรมอุทยานฯไม่ได้เพิกเฉยกับการบุกรุกป่าอุทยานฯเขาใหญ่ และการถือครองที่ดินโดยมิชอบในทุกพื้นที่ จะติดตามดำเนินคดีกับทุกคน ไม่ว่านักการเมือง นายทุน ข้าราชการ ประชาชน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

ชุดปราบรุกป่าลงพื้นที่จี้ติดคดี

วันเดียวกัน ที่อุทยานฯเขาใหญ่เขต จ.ปราจีนบุรี พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) ลงพื้นที่ติดตามคดีบุกรุกป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสุนทร วิลาวัลย์ และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ ฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินและบุกรุกที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า วันนี้มาดูการบุกรุกป่าเมื่อปี 2563 ที่มีอยู่ 5 แปลง ต้องตามดูว่ามีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.แล้วหรือยัง อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.จะบูรณาการและพร้อมที่จะทวงผืนป่ากลับคืนมา ทั้งนี้ คดีส่วนหนึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ เนื่องจากพนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ ผบช.ภ.2 แย้งความเห็นของพนักงานอัยการ และได้ส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณามีคำสั่งชี้ขาดแล้ว

“อุ๊งอิ๊ง” เปิดตัว “เต้น” กลับบ้าน

ที่ร้านหนังสือก็องดิด เดอะแจมแฟคทอรี่ คลองสาน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค แกนนำ นปช. อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ร่วมเปิดตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ภารกิจแรกคือการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ในกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย บุกศรีสะเกษ ไล่หนู ตีงูเห่า” ในวันที่ 18 มิ.ย. น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้มั่นใจว่านายณัฐวุฒิจะเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญมากๆที่จะทำให้บ้านของเราหลังนี้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น “ครอบครัวเพื่อไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับพี่เต้นเข้ามาในครอบครัวเพื่อไทย พี่เต้นไม่เพียงแต่รู้จักพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี แต่ยังเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างลึกซึ้ง ขอต้อนรับพี่เต้นกลับบ้านมาเป็น ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยของเรา” ภารกิจแรกจะพานายณัฐวุฒิลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 18 มิ.ย. เพื่อไล่หนูตีงูเห่า แม้ ส.ส.จะเป็นงูเห่าไปแล้ว ก็หวังจะแลนด์สไลด์ในศรีสะเกษ

ดึงทุกกลุ่มร่วมโค่นเผด็จการ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศนี้ต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องช่วงชิงอำนาจรัฐบาลเผด็จการกลับคืนสู่รัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน เราทำกันไม่แต่เพียงสมาชิกพรรคเพื่อไทย ครอบครัวเพื่อไทย หรือเพียงคนเสื้อแดงเท่านั้น เราต้องเปิดประตูทุกบาน เปิดทุกประตูหัวใจ ยื่นมือให้สุดแขนเหยียดไปทุกมุมของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ กลุ่มอาชีพ กลุ่มผู้คนที่ทุกข์ยาก กลุ่มความเชื่อ กลุ่มวิถีชีวิตใหม่ รวมเป็นคนไทยทุกคน เป็นพันธสัญญาร่วมกันว่าไม่มีเวลาให้รัฐบาลสืบทอดเผด็จการชุดนี้อีกต่อไป ประเทศไทยไม่เหลืออะไรให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพรรคพวกกัดกินได้อีกต่อไป เรามีภารกิจร่วมกันกับคนไทยทั้งประเทศ คือต้องเอาชนะรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการชุดนี้ ด้วยกติกาอัปยศนี้จำเป็นต้องมีพรรคใดพรรคหนึ่งในฝ่ายประชาธิปไตยคว้าชัยชนะให้เด็ดขาด แลนด์สไลด์เพื่อขับไล่เผด็จการ

หวังได้ใช้ศักยภาพของ “ทักษิณ”

“ถามว่ามาเป็นลูกน้องอิ๊งได้อย่างไร ผมไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ไม่รู้สึกว่าเป็นลูกน้องอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมีบทบาทหน้าที่เต็มสองบ่า ผมก็มีหน้าที่เต็มสองบ่า แต่สองบ่าไม่เพียงพอ เราต้องการบ่าทุกคนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เดินหน้าทำงานกับหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ตะขิดตะขวงใจ ผมรักเคารพศรัทธาอดีตนายกฯทักษิณ คาดหวังว่าวันหนึ่งแผ่นดินไทยจะได้ใช้ศักยภาพระดับโลกของชายคนนี้มาแก้ปัญหาให้ประชาชน มาทำให้คนไทยหายจน ปลดแอกผู้คนจากอำนาจฉ้อฉลไร้สติปัญญาที่เป็นมา 8 ปี ถ้าพรรคนี้หรือครอบครัวนี้หอบผ้าหอบผ่อนย้ายข้าง ป่านนี้ชีวิตของคนในพรรคและคนในครอบครัวอาจไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวน มานั่งเอาใจช่วยลูกสาวคนเล็กว่าจะเจอชะตากรรมแบบไหน” นายณัฐวุฒิกล่าว

“บิ๊กตู่” นำคณะลงพื้นที่สกลนคร

เมื่อเวลา 09.40 น. ที่ จ.สกลนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยนายกฯใช้รถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด เลขทะเบียน 1 ขส 2605 กรุงเทพ มหานคร เดินทางไปจุดแรกคือ โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร อ.พรรณานิคม ตรวจเยี่ยมผลการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย ที่ใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) และโอกาสความก้าวหน้าของสกลนครในการเป็นศูนย์กลางสมุนไพร มีมวลชนกลุ่มร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสานมารอต้อนรับชูป้าย พร้อมตะโกนให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ” ขณะที่นายกฯเปิดกระจกมาโบกมือทักทาย ขณะที่กลุ่มแม่บ้านนำผ้าคราม ผ้าที่ขึ้นชื่อ จ.สกลนคร ผูกเอวให้ ก่อนที่นายกฯจะมอบบ้านที่ซ่อมแซมเสร็จให้ตัวแทนกลุ่มครัวเรือนตามเป้าหมาย TPMAP

ย้ำทุกโครงการมาจากรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีได้มาเยี่ยมทุกคน รัฐบาลพยายามเต็มที่เพื่อลดปัญหาและอุปสรรค วันนี้สาละวนแก้ปัญหาโดยเฉพาะความยากจน เพื่อให้ทุกคนอยู่รอดในสถานการณ์นี้ หลายอย่างคืบหน้าไปมากแล้ว พยายามจัดหางบประมาณให้กับทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เดือดร้อนและมีความยากจนมาก เราต้องเรียงลำดับลงไป เพราะเราคือครอบครัวคนไทย ต้องเผื่อแผ่คิดถึงกัน สกลนครเป็นจังหวัดเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ มีรอยยิ้มสยาม สัมผัสถึงความรัก รัฐบาลนี้กำลังทำทุกอย่าง มันเยอะเลยอาจดูช้า คำสอนหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต “อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้” เป็นเรื่องจริง ขณะที่หลายโครงการที่ออกไป บอก ส.ส.หรือบางคนให้มา ทั้งหมดมาจากรัฐบาลทั้งนั้น ถ้าไม่อนุมัติสั่งการลงไปก็ไม่ได้ ขอให้ทุกคนภูมิใจในความเป็นไทย ภูมิใจในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จากนั้นนายกฯเดินทักทายและร่วมถ่ายรูปกับประชาชน พร้อมร่วมฟ้อนรำภูไทกับชาวบ้าน

ทักทายหมูดำ “กินเยอะๆนะ”

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร ที่ส่งเสริมการเกษตรเพื่อการยังชีพ อาทิ การเลี้ยงแพะดำ หมูดำ กระต่ายดำ และไก่ดำ จนเป็นที่รู้จักกันว่า “4 ดํามหัศจรรย์แห่งศูนย์ฯภูพาน” สัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญสร้างชื่อเสียงให้กับ จ.สกลนคร และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ นายกฯกล่าวชื่นชมว่าเป็นการดำเนินการที่ดี พัฒนาต่อยอดได้ สอดคล้องนโยบายรัฐบาลส่งเสริมปศุสัตว์มูลค่าสูง ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์พูดคุยทักทายหมูดำว่า “ว่าอย่างไรลูก กินเยอะๆนะ” และป้อนหญ้าให้กระต่ายดำ

นั่งกองฟางล้อมวงคุยเกษตรกร

จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านท่าเยี่ยม ต.โนนหอม อ.เมืองสกลนคร เพื่อดูการส่งเสริมปศุสัตว์เกษตรมูลค่าสูง การพัฒนาโคเนื้อ จ.สกลนคร นายกฯได้ขึ้นรถรางเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนโพนยางคำ และสวมเสื้อหมกโคลนย้อมคราม กล่าวให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกร ชมสาธิตการปิ้งย่างเนื้อโคขุนคุณภาพโพนยางคำ พร้อมกับลองชิม จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์นั่งล้อมวงบนก้อนฟางข้าวพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรว่า ขอบคุณสมาชิกทั้ง smart farmer และ young smart farmer ดีใจที่มีคนสืบสานทำต่อ วันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักโพนยางคำ ความต้องการตลาดและการส่งออกมีมาก เป็นของดีของเรา ทำอย่างไรให้ดีและเข้มแข็งกว่าเดิม พัฒนาสายพันธุ์ อย่างที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าเราสู้ได้ และร่วมถ่ายภาพกับเกษตรกรเป็นที่ระลึก จากนั้นเดินทางต่อไปที่วัดป่านาคนิมิตต์ อ.โคกศรีสุพรรณ เข้ากราบนมัสการหลวงปู่อว้าน เขมโก ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมืองสกลนคร กราบสักการะ หลวงพ่อพระองค์แสน และกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (พระสิริพัฒนาภรณ์) และพระครูกิตติธรรมนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอโพนนาแก้ว ณ พระวิหาร ก่อนกราบสักการะองค์พระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ตลอดทางมีกลุ่มมวลชนมารอต้อนรับและตะโกนให้กำลังใจ

สภาฯถก ก.ม.เท่าเทียมทางเพศ

ช่วงสาย ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นผู้เสนอ, ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต กับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ ครม.เสนอ, และร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ทันทีที่เริ่มประชุม ส.ส.อภิปรายถกเถียงกันวุ่นวาย เพราะนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เสนอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับไปพร้อมกัน แต่ ส.ส.ฝ่ายค้านรุมคัดค้าน โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้าน กับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ยกเหตุผลขัดข้อบังคับการประชุมข้อ 64 รัฐบาลเสนอญัตติลักษณะเดียวกันเข้ามาประกบร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่เสนอมานานแล้วไม่ได้ จากนั้น ส.ส.รัฐบาลกับฝ่ายค้านต่างอภิปรายตอบโต้กันไปมาเสียเวลาไปเกือบชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดที่ประชุมลงมติให้พิจารณาไปพร้อมกันทั้ง 4 ฉบับ

ก้าวไกลซัด ครม.เลือกปฏิบัติ

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม กล่าวว่า ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และเสนอให้ออกกฎหมายแยกเฉพาะแทนการแก้ไข พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ถือว่าย้อนแย้ง เพราะในร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตที่ ครม.เสนอก็นำบทบัญญัติบางมาตราใน พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับใช้ และการอ้างอิงงานวิจัยโดยใช้ความเชื่อทางศาสนามาเชื่อมโยง เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เพื่ออะไร ไม่ฟังเสียงเรียกร้องประชาชน เราไม่ได้เรียกร้องสิทธิ แต่สิทธิเหล่านี้ถูกพรากไป ครม.ยกร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตอาจคิดเป็นชัยชนะ แต่เป็นความพ่ายแพ้ของ LGBTQ สิ่งที่ยัดเยียดให้คือความไม่เสมอภาค

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. อภิปรายว่า ร่างของพรรค ก.ก.แก้แค่ 3 คำ คือ 1.การสมรสชาย-หญิง แก้เป็นการสมรสบุคคล-บุคคล 2.สามีภริยาเป็นคู่สมรส 3.บิดามารดาเป็นบุพการี ไม่มีความยุ่งยากอะไร อย่ามองแค่เป็นกฎหมายพรรค ก.ก. แต่เป็นกฎหมายเสนอโดยประชาชนหลายล้านคน

“ไพบูลย์” อ้างตัดสิทธิชาย-หญิง

ต่อมาที่ประชุมเปิดโอกาสให้ ส.ส.อภิปราย โดย ส.ส.ฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมองว่า การไปแก้ไขนิยามเรื่องคู่สมรสในประมวลกฎหมายแพ่งฯ ทำให้เกิดปัญหากระทบกับกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่ตัดคำว่าการสมรสชาย-หญิงออก กระทบสิทธิประชาชนที่เป็นชายหญิงทั่วประเทศ เมื่อเทียบกันจาก 17 ประการ มีความเหมือนกัน 15 ประการ ต่างกันอยู่ 2 ข้อ คือการหมั้นกับการอุ้มบุญที่สามารถไปเพิ่มเติมในชั้นกมธ.ได้ หลังจากอภิปรายกันครบถ้วน นายธัญวัจน์กล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า ตั้งแต่เด็กไม่เคยได้รับการยอมรับในความเป็นกระเทย วันนี้จึงเสนอร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ขอให้ที่ประชุม รับไปเลย 4 ร่าง นี่คือชัยชนะของประชาชนไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่เห็นไม่ใช่น้ำตาของตน แต่เป็นน้ำตาของประชาชนที่รอกฎหมายอยู่ ในที่สุดที่ประชุมลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ

“ชัชชาติ” แจงบ้านที่สหรัฐฯลูกซื้อ

อีกเรื่อง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกระแสวิจารณ์กรณีมีบ้านพักในเมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา มูลค่า 72 ล้านบาท ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยฯว่า เป็นบ้านของนายแสนปิติ ลูกชาย ถ้าย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อน ได้รับที่ดินมรดกย่านพระราม 4 แบ่งกับพี่ชายคนละ 1 ไร่ และโอนให้ลูกชายทันที จากนั้นมีคนขอซื้อจึงขายได้เงินมาก้อนหนึ่ง นำไปซื้อบ้านในราคา 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลูกชายยังไม่บรรลุนิติภาวะจึงใส่เป็นชื่อของภรรยา หลังลูกใกล้เรียนจบอยากขาย ทีมปรึกษากฎหมายให้โอนเป็นชื่อลูกชายจะเสียภาษีถูกกว่า มีหลักฐานชัดเจน ตรวจสอบทางออนไลน์ได้ ลูกชายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ใช้เงินของเขาซื้อ เป็นเรื่องตรงไปตรงมา ยืนยันมีหลักฐานชัดเจน ตั้งแต่การยื่น ป.ป.ช. หลักฐานการโอนที่ดินให้ลูก ตอนซื้อไม่ได้ซื้อ 70 ล้านบาท แต่ซื้อ 40 กว่าล้านบาท ถ้าเทียบกับเงินที่เป็นของลูกขายที่ดินมีเหลือเยอะกว่านี้อีก