“พล.อ.ประยุทธ์” ชื่นชมและแสดงความยินดี “ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ” ฟู้ดสไตลิสต์ชาวไทย ได้รับ 2 รางวัลจากเวที Gourmand Awards ชี้ อาหารไทยเป็นจุดแข็งซอฟต์พาวเวอร์ช่วยยกระดับการท่องเที่ยว
วันที่ 15 มิ.ย. 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมพร้อมกับแสดงความยินดีที่ นายสุทธิพงษ์ สุริยะ หรือ ขาบ ฟู้ดสไตลิสต์ชาวไทย ที่ได้รับรางวัลจากเวทีประกวดรางวัลออสการ์อาหารโลก หรือ กูร์มองด์ อวอร์ด (Gourmand Awards) ประจำปี 2565 ที่ประเทศสวีเดน สำหรับการประกวด กูร์มองด์ อวอร์ด ครั้งนี้ เป็นเวทีการแสดงออกถึงความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหาร เปิดโอกาสให้หน่วยงานจากทั่วโลกที่ทำงานเกี่ยวข้องกับด้านอาหารและเครื่องดื่ม ทุกองค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชน และงานอิสระ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดว่าสิ่งที่กำลังขับเคลื่อนอยู่มีความยั่งยืนและมีมาตรฐานสากลเพียงใด ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ ได้ส่งผลงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหารเข้าประกวด 7 ผลงาน และได้รับรางวัลใน 2 ผลงาน ประกอบด้วย
1. ประเภท Local - Cities ได้รับรางวัลที่ 2 ของโลก จากผลงานอาหารพื้นถิ่นของ จ.บึงกาฬ ที่จัดทำการวิจัยโดยสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง ส่วนรางวัลที่ 1 ในประเภทนี้เป็นของผลงานจากอังกฤษ และรางวัลที่ 3 จากออสเตรีย
2. ประเภท Fruits - Celebrating UN International Year of Fruits ได้รับรางวัลที่ 2 ของโลกเช่นกัน ส่วนรางวัลที่ 1 เป็นผลงานจากอาร์เจนตินา และรางวัลที่ 3 จากคอสตาริกา
...
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่าการที่คนไทยได้รับรางวัลในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่องนี้ จะมีส่วนสำคัญที่สนับสนุนจุดแข็งซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านอาหาร ที่ปัจจุบันอาหารไทยก็เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับระดับโลก อีกทั้งการรับรางวัลครั้งนี้ จะเป็นเครื่องยืนยันถึงความมีมาตรฐานสากลของอาหารท้องถิ่นของไทยด้วย
“นายกรัฐมนตรีชื่นชมที่อาหารไทยระดับท้องถิ่นได้รับการยอมรับ จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ยกระดับการท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนให้มีมาตรฐานในระดับสากลด้วย และทราบว่าปัจจุบันคุณสุทธิพงษ์ ได้ริเริ่มพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ และใช้ความรู้ด้านอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเล่าเรื่องของชุมชนและดึงดูดการท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มได้จากภูมิปัญญาของท้องถิ่นเป็นต้นแบบให้กับหลายชุมชน”