อัปเดตฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 - 7 มิ.ย. 65 ยอดสะสมล่าสุดใกล้ 138.3 ล้านโดส ขณะวานนี้ฉีดเพิ่มไป 7.3 หมื่นโดส สำหรับยอดเข็ม 3 ทั่วประเทศอยู่ที่ 41.2%

วันที่ 8 มิ.ย. 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข รายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย มีข้อมูลเป็นดังนี้

สำหรับการรายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนในภาพรวม ณ วันที่ 7 มิ.ย. 2565 เวลา 18.00 น. เพิ่มขึ้น 73,536 โดส

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 9,148 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 24,005 ราย
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 40,383 ราย


จำนวนผู้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 - 7 มิ.ย. 2565 (465 วัน) 138,283,075 โดส ในพื้นที่ 77 จังหวัด

  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 56,809,001 ราย (คิดเป็น 81.7% ของประชากร)
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 52,827,198 ราย (คิดเป็น 75.9% ของประชากร)
  • ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 จำนวน 28,646,876 ราย (คิดเป็น 41.2% ของประชากร)


สำหรับผลการให้บริการวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายหลัก ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอายุ 5-11 ปี

ผู้สูงอายุ เป้าหมาย 12,704,543 ราย

  • เข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 10,724,494 โดส หรือคิดเป็น 84.4%
  • เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 10,210,339 โดส หรือคิดเป็น 80.4%
  • เข็มที่ 3 ฉีดไปแล้ว 5,726,507 โดส หรือคิดเป็น 45.1%


ผู้ที่มีอายุ 5-11 ปี เป้าหมาย 5,150,082 ราย

  • เข็มที่ 1 ฉีดไปแล้ว 3,066,170 โดส หรือคิดเป็น 59.5%
  • เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 1,821,183 โดส หรือคิดเป็น 35.4%

ทางด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ หรือวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ การป่วยหนักและเสียชีวิต หวังทุกคนได้ใช้ชีวิตที่เป็นสุขและปลอดภัยโดยเร็ว และให้สามารถประกอบกิจการต่างๆ ให้สอดรับกับภาพรวมของประเทศกำลังดีขึ้น มีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งผ่อนคลายมาตรการให้เปิดสถานบริการในพื้นที่ 31 จังหวัด 

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในบางจังหวัดประชาชนยังได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นต่ำกว่าเป้าหมาย จะได้กำชับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ครอบคลุมในแต่ละจังหวัดไม่น้อยกว่า 60% โดยประชาชนสามารถวอล์กอินเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามจุดบริการต่างๆ ทั่วประเทศ.