“ชลน่าน” ลั่นไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เอาจริง กำจัด 7 ส.ส. งูเห่า ชงกรรมการจริยธรรมและวินัยสอบ จ่อขับพ้นพรรค ไม่สนเป็น ส.ส.เขต มีคนเสียบแทนที่เหนือกว่า “ประเสริฐ” สั่งดีดพ้นกลุ่มไลน์ ห้ามเกี่ยวข้องทุกกิจกรรม “เกรียง” เย้ยพ้นชายคาเพื่อไทยสอบตกแน่ “พีระวิทย์” ชี้เรื่องปกติที่พรรคเล็กขอโควตา กมธ. “ฟลุ๊ค” ให้ ฉายา “ตู่ เดอะสะเหล่อ” พูดโกหกกลางสภา ทบ.อ้าง อสส.แนะมาให้ส่งตรวจจีที 200 ขณะที่ “จิรายุ” จี้ มท.1 เรียกประชุมสภาฯ กทม.
จากกรณี 7 ส.ส.งูเห่าพรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรครับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ทำให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมชงเรื่องเข้าคณะกรรมการจริยธรรมและวินัยพรรค เพื่อพิจารณาบทลงโทษต่อไปที่อาจถึงขั้นขับออกจากพรรค
“ชลน่าน” เอาจริงจัดการงูเห่า
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี 7 ส.ส.พรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรครับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมและวินัยพรรคเพื่อไทย จะดูข้อเท็จจริงว่ามีการละเมิดข้อบังคับพรรคหรือไม่ แล้วนำไปสู่การลงโทษ ทั้งนี้ การโหวตลงคะแนนเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. เราคงใช้เป็นเหตุผลลงโทษไม่ได้เพราะจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เราจะดูพฤติกรรมอื่นประกอบว่ามีการไปสนับสนุนหรือไปทำกิจกรรมร่วมกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ เพราะถือเป็นพฤติกรรมไม่พึงปฏิบัติ ทำให้พรรคการเมืองเสียหาย ยืนยันเราเอาจริงไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างสำหรับผู้กระทำขัดต่อข้อบังคับพรรค จะเห็นได้ว่าเราดำเนินการขับ ส.ส.ออกจากพรรคมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา
...
เมิน ส.ส.เขตมีตัวแทนที่ดีกว่า
เมื่อถามว่า ส.ส.เหล่านั้นต่างเป็น ส.ส.เขต ห่วงว่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในปีหน้าหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ไม่ห่วงเพราะถ้าเขาไม่ยึดมั่นอุดมการณ์กับพรรค เราก็มีตัวผู้สมัครที่ดีกว่ามาทดแทนและสามารถบอกประชาชนได้ว่าสิ่งที่เราดำเนินการเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่จะรับใช้ประชาชนตามแนวทางของพรรค ถ้า ส.ส.ไม่มีอุดมการณ์ร่วมกับพรรค ก็ฝากประชาชนพิจารณาว่าจะยอมรับเขาหรือไม่ อย่างไร และมั่นใจว่าประชาชนจะยึดมั่นกับพรรคมากกว่าตัวบุคคลดีดพ้นกลุ่มไลน์-ล่อจริยธรรม ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ส่งข้อความผ่านกลุ่มไลน์ ส.ส.เพื่อไทย แจ้ง ส.ส.ของพรรคทุกคนว่า “เรียน ส.ส.ทุกท่าน ตามที่ได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 โดยการลงมติในวาระที่ 1 มีสมาชิกจำนวน 7 คน ลงมติไม่เป็นไปตามมติพรรค ดังนั้น พรรคจึงขอดำเนินการให้สมาชิกทั้ง 7 คน ออกจากไลน์กลุ่มทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆของพรรค และพรรคจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมต่อไป
ยังไม่เคาะวันลงโทษ 7 งูเห่า
นายประเสริฐให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้กำหนดว่าจะนำเรื่องการลงโทษ 7 ส.ส.งูเห่าเข้าที่ประชุมพรรคเมื่อใด ส่วนจะมีบทลงโทษถึงขั้นขับออกจากพรรคหรือไม่นั้น ขอให้ดูผลการพิจารณาคณะกรรมการจริยธรรมฯก่อน เพื่อสรุปทิศทางว่าเป็นอย่างไร ขณะที่การเพิ่มสัดส่วน กมธ.งบประมาณฯให้กลุ่มพรรคเล็ก แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายรัฐบาลก็ไม่มั่นใจจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ จึงเกิดการแบ่งเค้กให้พรรคเล็กขึ้น
“เกรียง” เย้ยออกไปสอบตกแน่
นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่อง 7 ส.ส.งูเห่าไปโหวตให้ฝ่ายรัฐบาล เรื่องนี้เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง ถ้าทำแบบนี้ในการเลือกตั้งสมัยหน้าเราต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัคร เพราะเรามีผู้สมัครคนใหม่แล้ว ที่ผ่านมาเป็นแบบนี้ทุกยุคทุกสมัย และส่วนใหญ่ที่ออกไปก็สอบตก เห็นได้จากในการเลือกตั้งปี 2562 ในพื้นที่อุบลราชธานีก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ ศรีสะเกษก็คงเหมือนกัน จะสนใจอะไรคนที่หนีเรา เราก็หาคนใหม่ ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมีคนออกจากพรรคน้อยบ้างมากบ้าง แต่เมื่อเลือกตั้งแล้ว เราได้ ส.ส.เหมือนเดิม คนใหม่เข้ามาก็ได้เป็น ส.ส. เที่ยวนี้คงเหมือนกัน
“พีระวิทย์” ชี้ปกติขอโควตา กมธ.
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านระบุว่ารัฐบาลตบโบนัสให้กับพรรคเล็กเพื่อโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 โดยการเพิ่มโควตาเก้าอี้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องชี้แจง พรรคเล็กต้องการเข้าไปทำงานไม่ใช่โบนัส ตามข้อ บังคับกลุ่มพรรคเล็กไม่มีสัดส่วนใน กมธ.วิสามัญฯทุกคณะ ต้องไปขอโควตาสัดส่วนจาก ครม.มา ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ตั้งแต่มีสภาฯมาก็เป็นแบบนี้ตลอด บางครั้งอาจได้มา 1-2 คนบ้าง หากไปย้อนดูจะพบชื่อพรรคเล็กอยู่ในโควตา ครม. หรือพรรคพลังประชารัฐตลอด
ปชป.ลุยต่อในชั้นกรรมาธิการ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กมธ.งบประมาณฯในส่วนของพรรคจะพิจารณาลงลึกรายละเอียดในวาระที่สอง จะดูแลรายละเอียดภาพรวมทั้งหมด ประสานรับฟัง ส.ส.ทุกคน และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนทั่วไป เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้เป็นปีสุดท้ายของวาระสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ เชื่อว่า กมธ.ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด
“ฟลุ๊ค” ให้ฉายา “ตู่ เดอะสะเหล่อ”
นายพชร ธรรมมล หรือฟลุ๊ค เดอะสตาร์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ติดตามการจัดงบประมาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ทำมา 8 ปีแล้ว แต่ประเทศไทยกลับย่ำแย่ พอฝ่ายค้านถล่มมากๆ พล.อ.ประยุทธ์เถียงไม่ออก เลยแปลงร่างเป็น “ตู่ เดอะสะเหล่อ” เอาแต่โทษจำนำข้าวแบบเดิมๆ ทั้งที่ผ่านมาแล้ว 8 ปี ตอนมีจำนำข้าว มีรถคันแรก สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เศรษฐกิจไทยพุ่งกระฉูดโตกว่า 7% ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยทำได้ สมัยนั้นหนี้สาธารณะอยู่แค่ร้อยละ 40 หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาทเศษ แต่ปัจจุบันหนี้สาธารณะพุ่งถึง 10 ล้านล้านบาท ทะลุเกินร้อยละ 60 ไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่ยอมพูดถึง แต่กลับปล่อยไก่เพิ่มเติมความสะเหล่อ บอกจำนำข้าวขาดทุน 9 แสนล้านบาท ทั้งที่ความจริงตามเอกสารราชการชี้แจงชัดเจนว่า ขาดทุนเพียง 5 แสนล้านบาทเท่านั้น ถือเป็นการโกหกพูดปดมดเท็จในสภาหรือไม่ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์พูดเชยๆ เฉิ่มๆ เหมือนคนตกยุค และชอบแสดงความไม่ฉลาดมาตลอด แบบนี้จะสร้างความหวังให้ประชาชนได้อย่างไร
ทบ.อ้าง อสส.แนะตรวจจีที 200
ด้าน พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงกรณีนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณกระทรวงกลาโหม ประเด็นการจ้างตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ที่ไม่ปรากฏในเอกสารงบประมาณว่า กองทัพบกทำสัญญาจ้างมูลค่ารวม 7,570,000 บาท ช่วงปลายเดือน มี.ค. ให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตรวจสอบเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 จำนวน 757 เครื่อง ตกราคาเครื่องละ 10,000 บาท กองทัพบกชี้แจงว่าเหตุที่ต้องตั้งงบประมาณไว้ เนื่องจากเป็นไปตามคดีอาญาที่กองทัพบกฟ้องบริษัทผู้ขาย กับพวกรวม 5 คนต่อศาล ฐานร่วมโกง และศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ตัดสินชี้มูลมาแล้วว่าจำเลยมีความผิด อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ขณะที่คดีในทางปกครอง กองทัพบกได้ฟ้องบริษัทผู้ขาย โดยศาลปกครองกลางสั่งให้ต้องชำระหนี้กับกองทัพบกเป็นเงินกว่า 683,000,000 บาท แต่บริษัทยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นว่าการตรวจเครื่อง GT200 เป็นสาระสำคัญของคดี ให้กองทัพบกตรวจสอบทุกเครื่องว่าใช้งานได้หรือไม่ กองทัพบกจึงดำเนินการจ้าง สวทช. ตามที่เสนอราคามา โดยปี 2564 ใช้งบไป 3.2 ล้านบาท และปี 2565 อีก 4.37 ล้านบาท ยืนยันว่าทั้งหมดดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศไว้ ไม่ให้เสียหายในการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
“นิกร” เชื่อพลิกยากใช้ 500 หาร
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวว่า คาดว่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ ในวันที่ 16-17 มิ.ย.นี้ มี ส.ส.และ ส.ว.บางส่วนที่เป็นกมธ. เสียงข้างน้อย สงวนคำแปรญัตติประเด็นการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ใช้สูตรหารด้วย 100 มีโอกาสยากที่จะพลิกกลับไปใช้สูตรหารด้วย 500 เพราะตามกลไกทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายลูก 2 ฉบับผ่านความเห็นชอบของ กมธ.แล้ว ปกติเมื่อมีการโหวตที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ดังนั้นน่าจะเป็นหารด้วย 100 อีกทั้งร่างกฎหมายจากที่รับหลักการมาทั้ง 4 ร่าง ต่างเขียนไว้แค่หารด้วย 100 ดังนั้น ส.ส.ส่วนใหญ่น่าจะลงมติตามร่างที่ตัวเองเสนอ จะไปลงคะแนนอย่างอื่นก็แปลกๆ แต่ถ้าสูตรโหวตหารด้วย 500 ชนะ เมื่อรัฐสภาส่งร่างกฎหมายไปที่ กกต. อาจตีกลับมาที่รัฐสภา เพื่อให้ กมธ.แก้ไขภายใน 30 วัน เพราะร่างกฎหมายที่ กกต. เสนอก็ใช้สูตรหารด้วย 100 ทั้งนี้เชื่อว่าไม่ว่าจะสูตรไหน คงมี ส.ส.บางส่วนเข้าชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่เจตนารมณ์แก้ไขยืนยันหารด้วย 100 ตั้งแต่ต้น บันทึกการประชุมมีหมด
จี้ มท.เรียกประชุมสภาฯ กทม.
วันเดียวกัน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานครว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครเขียนชัดเจน ให้ รมว.มหาดไทยต้องเปิดประชุมสภา กทม. ภายใน 15 วันหลังการเลือกตั้ง และวันที่ 6 มิ.ย.นี้ จะครบ 15 วัน อีกทั้งสภาผู้แทนราษฎรโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2566 วาระแรกไปแล้ว มีส่วนของ กทม. เป็นเงินกว่าแสนล้านบาท จำเป็นต้องใช้สภา กทม.พิจารณาอย่างเร่งด่วน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีกำหนดการเปิดสมัยประชุมสภา กทม. อาจทำให้คนกรุงเทพฯไม่ได้รับการคุ้มครองเงินงบประมาณจากภาษีประชาชนได้ทันกาล ขอฝากไปยัง รมว.มหาดไทย เพื่อให้ฝ่ายควบคุมงบประมาณ และการทำงานของ กทม.จะได้ไม่ล่าช้า ขอเตือนว่าหากเลย 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด อาจมีคนไปร้องว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญามาตรา 157 เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
“ชัชชาติ” บุกศูนย์ป้องกันน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 3 มิ.ย. หลังมีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมการทำงานของศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง กทม. มีนายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สำนักการระบายน้ำ รายงานข้อมูล นายชัชขาติแนะนำให้สำนักการระบายน้ำเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ การพัฒนาระบบคาดการณ์ฝน และเหตุการณ์น้ำท่วมล่วงหน้า การเพิ่มอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำในคลองและในผิวจราจร ตลอดจนการเพิ่มระบบติดตามและสั่งการการทำงานของสถานีสูบน้ำแบบอัตโนมัติและผ่านระบบออนไลน์ (SCADA) ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้รับข้อแนะนำไปปรับปรุงการทำงานขำไม่ออกงบฯลอกคลองจิ๊บจ๊อยระหว่างนั้นนายชัชชาติได้สอบถามนายสมศักดิ์ว่า งบประมาณขุดลอกท่อ คูคลองของ กทม.มีเท่าไหร่ นายสมศักดิ์ตอบว่า งบประมาณปี 2565 ที่ได้รับมาลอกคลองได้ 2 คลอง จากที่สำรวจทั้งหมด 1,980 คลอง นายชัชชาติตกใจและถามกลับว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องตลก นายสมศักดิ์ตอบว่า เป็นเรื่องจริง และเสริมว่า ของบประมาณเพิ่มเติมได้มาอีก 10 คลอง นายชัชชาติย้ำว่าคลองเป็นหัวใจสำคัญ ต้องดูแล เพราะคลองยาว 2,700 กม. ท่อระบายน้ำยาว 6,400 กม. ส่วนอุโมงค์ยาวแค่ 20 กม.
นายกฯออนทัวร์ภูเก็ต 6 มิ.ย.นี้
อีกเรื่อง นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 6 มิ.ย. อาทิ ตรวจเยี่ยมงานพัฒนาการศึกษา โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร อ.เมืองภูเก็ต เพื่อมอบนโยบายจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม และเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน พบปะผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานทางการศึกษา จากนั้นเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนากำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวประเทศไทย (Thailand Tourism Congress 2022) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวคุณภาพที่ยั่งยืน” ที่โรงแรมบียอนด์ รีสอร์ท กะตะ
“เพื่อชาติ” ชูความเท่าเทียมทางเพศ
น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่เดือน มิ.ย. เป็น Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ มองว่า Pride month ไม่ใช่แค่การแสดงตัวตน หรือเฉลิมฉลอง แต่เป็นหมุดหมายสำคัญให้ร่วมกันทบทวนว่า เรื่องความเท่าเทียมความจริงแล้วมันคือความเท่าเทียมที่ทุกคนต้องได้รับโดยอัตโนมัติ ไม่ควรมีใครต้องออกแรงเรียกร้อง ในฐานะ ส.ส.พรรคเพื่อชาติและในฐานะประชาชนคนไทยที่เชื่อในสิทธิมนุษยชน ขอยืนอยู่ข้างความเท่าเทียมเป็นธรรมทางเพศ ไม่เฉพาะในเดือนนี้ แต่เป็นทุกๆวันจนกว่าความเท่าเทียมเป็นธรรมในสิทธิเสรีภาพจะเกิดขึ้นจริง สำหรับตนสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เท่ากับสิทธิมนุษยชน คือสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่พวกเราทุกคนไม่ว่าจะมีรสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศแบบไหน ต้องได้รับโดยเท่าเทียมถ้วนหน้ากัน
รัฐบาลเอาจริงรับจ้าง “อุ้มบุญ”
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ากฎหมายอุ้มบุญ รัฐบาลโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการดำเนินคดีกับหญิงไทยและขบวนการรับจ้างตั้งครรภ์แทนมาต่อเนื่อง ล่าสุดดีเอสไอได้รับแจ้งจาก สบส. กว่า 10 คดี รับเป็นคดีพิเศษแล้ว 2 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดทำเป็นกระบวนการ ตั้งแต่ผู้จ้างวาน ผู้ดำเนินการ ผู้สนับสนุน และผู้นำไปใช้ประโยชน์ เช่น การรับจ้างตั้งครรภ์แทน หรือการโฆษณาชวนเชื่อให้มีการอุ้มบุญ หรือซื้อขายอสุจิ ขอให้แจ้งข้อมูลที่สายด่วน สบส. 1426 เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“อิ๊งค์” ติดโควิดอดโชว์ตัวสุรินทร์
ต่อมาช่วงค่ำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “อิ๊งค์เพิ่งกลับจาก Singapore จากการไปเยี่ยมคุณพ่อและคุณอา อิ๊งค์มีอาการหวัด เพลีย ในวันที่จะเดินทางกลับอิ๊งค์ตรวจ atk ขึ้น 2 ขีดพอถึงบ้านเลยรีบไป pcr อีกรอบเพื่อให้มั่นใจ ผลออกมาแล้วเป็น positive นะคะ คือติด Covid ค่ะ อาการที่พบตอนนี้คือเจ็บคอ ไอ และมีไข้ เสียงแหบ ที่จริงอีกไม่กี่ชั่วโมง อิ๊งค์จะต้องไปพบพี่น้องที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นอะไรที่อิ๊งค์ตั้งใจและวางแผนไว้เยอะมากๆ ตั้งแต่กลับไทยวันที่ 4 เพื่อเดินทางไปสุรินทร์วันที่ 5 เพราะอยากพบพี่น้องตามที่เราได้นัดกันไว้ อยากกราบขอโทษพ่อแม่พี่น้องชาวสุรินทร์ทุกท่าน เพราะสัญญาไปแล้วว่าจะไปเจอพี่น้องให้ได้ บอกเลยว่าเสียใจมากๆ ที่ไปตามที่บอกไว้ไม่ได้ รอบนี้ขอส่งใจไปค่ะ อิ๊งค์จะหาเวลากลับไปหาพี่น้องให้ได้ตามที่เคยบอกไว้ อาจเป็นโอกาสที่เป็นงานเล็กๆหรือเจอกันในวันสำคัญของจังหวัด อิ๊งค์จะรีบรักษาตัวให้หายดีและ ทยอยไปเจอพ่อแม่พี่น้องให้ได้เยอะๆ ขอโทษอีกครั้งค่ะ”