นายกฯ ยอมรับ ที่ผ่านมา โควิด-19 ทำให้จำเป็นต้องกู้เงินมาช่วยพี่น้องประชาชน ทำหนี้สาธารณะประเทศพุ่ง แต่ยังไม่เกินเพดาน ยัน ไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหน เจอวิกฤติเหมือนรัฐบาลชุดนี้
วันที่ 2 มิ.ย. ที่อาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 15.02 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) วงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท ว่า วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการถดถอยทางเศรษฐกิจ
ไม่เคยมีรัฐบาลไหนเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติเหมือนรัฐบาลตน ทั้งวิกฤติโควิด และวิกฤติความขัดแย้งในประเทศยุโรป ทำให้ค่าครองชีพมีราคาสูง ราคาพลังงานแพง และสินค้าขาดแคลน
ดังนั้น รัฐบาลต้องแกัปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อน ทั้งเกษตรกร และอาชีพอื่นๆ โดยได้เร่งเจรจากับต่างประเทศเพื่อช่วยเหลือ ทั้งนี้รัฐบาลไม่เคยละเลยการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ที่มี ส.ส. อภิปรายว่า งบประมาณปี 2566 ไม่มีงบเพื่อช่วยเหลือประชาชน ตนไม่รอจนถึงเดือน ต.ค. 2565 เพื่อใช้งบก้อนใหม่มาแก้ปัญหา ต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การจัดสรรงบประมาณที่ระบุว่า ให้บางจังหวัดมาก ข้อเท็จจริงเป็นการเสนอมาตามขั้นตอน หากจัดสรรให้ได้จะจัดสรรให้ ทั้งนี้การลงพื้นที่พบว่าบางจังหวัดผู้ว่าฯ หอการค้าของบหากจัดสรรงบกลางให้ได้ จะดำเนินการให้ไม่ต้องกังวล
สิ่งที่ตนดำเนินการ นึกถึงประชาชนและคำนึงถึงกฎหมายที่มีอยู่ ไม่ได้มุ่งหวังมีผลประโยชน์ใดๆ ตนขอแค่ให้ร่วมมือกันและดำรงสถาบันหลักของชาติ หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ผ่าน ในวาระสอง กรรมาธิการฯ ต้องปรับแผนต่างๆ เพิ่มขึ้น งบที่น้อย ที่ถูกปรับลดต้องจัดสรรให้ รัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย ตนขอขอบคุณด้วยใจจริงไม่มีโกรธเป็นการส่วนตัว
...
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ผมขออนุญาต ชี้แจงอีกครั้ง งบประมาณรายจ่ายปี 66 เป็นแหล่งเงินประเภทหนึ่งแล้วตัดสินว่า รัฐบาลไม่ได้ทำอะไร ที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินจากหลายทางๆ เข้ามาดำเนินการ โครงการส่วนใหญ่ หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ท่านก็รู้ว่าที่ผ่านมาประเทศเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีโควิด-19 เงินกู้ก็ไม่ต้องใช้
"โควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงนั้นรัฐบาลยอมรับต้องเป็นนักกู้อย่างที่หลายคนว่า แต่เรากู้เพื่อช่วยเหลือใครครับ กู้เพื่อช่วยเหลือประชาชน จีดีพี หากไม่มีการกู้มาใช้กับโควิด-19 เพดานหนี้สาธารณะไม่เกิน 52% ของจีดีพี แต่เมื่อกู้เงินมาช่วยประชาชน โควิด-19 หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 60% ของจีดีพี ทำให้เราต้องปรับเพดานหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของจีดีพี" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว...