รมช.กลาโหม ยัน กองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจีนจัดหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำให้ไม่ได้ตามสัญญา ชี้ 4 ปีจัดงบฯ ลดลง ส่วนงบฯ บุคลากรเพิ่มเอาไปใช้เรื่องปรับเงินเดือน ยันเรื่องสวัสดิการกำลังพล ทุกหน่วย ทุกประเทศมี
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. 2565 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) วงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลุกอภิปรายชี้แจง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถึงเรื่องงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ว่า เรื่องกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่เตรียมไว้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ และชายแดน รวมถึงช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา นายกฯ ยังได้สั่งให้กำลังพล ช่วยป้องกันโควิด-19 จนคลี่คลาย
พร้อมชี้แจงเรื่องงบประมาณกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่ปี 63-66 ได้รับการจัดสรรลดลงทุกปี อีกทั้งยังมีการปรับลดลงทุกแผนงาน ทั้งด้านแผนงานพื้นฐาน ยุทธศาสตร์ และแผนงานบูรณาการ ส่วนเรื่องงบด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะนำไปจัดสรรในการปรับเพิ่มเงินขึ้นเดือนที่เป็นประจำทุกปี ไม่ใช่การเพิ่มกำลังพล
ส่วนเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ยืนยันว่า ทางกระทรวงจัดตามความจำเป็น โดยเน้นเรื่องการซ่อมและปรับปรุง ขณะที่การจัดหา เป็นการจัดหาเพื่อให้มีความต่อเนื่องและทันสมัย รวมถึงดูเรื่องการซ่อมแล้วไม่คุ้มค่า
นอกจากนี้ ยังมีการวางนโยบายตั้งแต่ปี 2566-2570 โดยเน้นงบวิจัยยุทโธปกรณ์ ให้พึ่งพาตนเองเพื่อลดการนำเข้า โดยเรื่องการวิจัยยืนยันว่าต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ใน 3-6 เดือนได้ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าในการดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์ เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก ส่วนเรื่องการจัดหาซื้อเรือดำน้ำ เป็นการดำเนินการแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ที่ทำไปตามระเบียบ ส่วนที่จีนไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์ได้ตามสัญญา กองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เชิญผู้แทนการผลิต มาหารือแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ คาดว่าในเดือนนี้จะมีการส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานกับกองทัพเรือ
พล.อ.ชัยชาญ ยังชี้แจงกรณีที่ กองทัพเรือต้องเข้าไปเกี่ยข้องกับ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพราะมีสนามบินอู่ตะเภา ที่ใช้เพื่อความมั่นคงเป็นหลัก แต่ต่อจากนี้จะใช้เพื่อเชิงพาณิชย์ด้วย ส่วนที่ย้ายหน่วยของกองทัพเรือเพราะได้รับผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน และการสร้างรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน
ขณะเดียวกันยังชี้แจงเรื่องสวัสดิการของกำลังพล ว่าทุกหน่วยและทุกประเทศมีเรื่องสวัสดิการของกำลังพลทั้งสิ้น ยืนยันว่าที่กองทัพดำเนินการอยู่ก็ยึดตามระเบียบและมีการตรวจสอบภายในในแต่ละหน่วยทัพ
ทั้งนี้ จะมีการปรับหน่วยทหารให้น้อยลง เพื่อให้กำลังพลน้อยลง โดยเชื่อว่า ภายในปี 2570 จะลดอัตรากำลังพลน้อยลง 5% ประมาณ 12,000 นาย ทำให้งบลดลง 21,000 ล้านบาท
พล.อ.ชัยชาญ ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า กองทัพไม่ได้หวังนำกำลังไปรบกับใคร แต่ต้องเตรียมกำลังไว้ปกป้องผลประโยชน์ชาติ พัฒนาประเทศ และปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยเหลือทุกวิกฤติ ตามทรัพยากรที่มีอยู่ โดยคำนึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก


