“วิรัตน์” ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 ไม่อาจเห็นชอบรับหลักการ ชี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศและประชาชน

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 31 พ.ค. 2565 นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ถึงเหตุผลที่ไม่ควรรับหลักการ ว่า 8 ปี หนี้สูงขึ้น แต่รัฐบาลจัดทำงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ทั้งที่ 2 ปีที่ผ่านมาเปิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทั่วโลก ซ้ำยังเข็นเรือดำน้ำเข้าสภาฯ

ตั้งแต่คำปรารภก็โกหกประชาชนแล้ว ดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว คิดแบบเป็นหนี้ไม่รู้จบ เพิ่มภาระให้กับประชาชน ส่วนที่ระบุว่าเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 หวังว่าจะไม่ออกพระราชกำหนดกู้เงินอีก และเพิ่งทราบว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งที่ผ่านมาประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมายแต่รัฐบาลกลับไม่สนใจ

...

สัดส่วนงบประมาณ มีงบประจำสูงถึง 75.26% ส่วนงบลงทุนอยู่ที่ 21.82% และชำระคืนเงินกู้ 3.14% ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงความจริงจังในการลดค่าใช้จ่ายประจำ ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ เช่น เงินเดือน ค่าจ้างค่าตอบแทน เพราะจะเป็นภาระผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้า ต้องเลิกทำตัวเป็น “ซานต้าตู่” ต้องพัฒนาบุคลากรศักยภาพให้มีประสิทธิภาพ ทางด้านงบประมาณด้านยุทธศาสตร์ ไม่ส่งเสริมเรื่องที่ควรจะส่งเสริมเท่าที่ควร ควรปรับลดงบประมาณเรื่องความมั่นคงลง และหากจัดเก็บรายได้ไม่ได้ตามเป้าก็ต้องกู้ ขยายเพดานหนี้หลายครั้ง

ในช่วงท้าย นายวิรัตน์ สรุปว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 เป็นการจัดสรรแบบให้ความสำคัญกับงบประจบ มีสัดส่วนงบลงทุนน้อย ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต มีการกำหนดเน้นจุดยุทธศาสตร์ผิดพลาด ทำประเทศไทยเสียโอกาส ไม่เตรียมพร้อมประเทศต่อสถานการณ์ในอนาคต อีกทั้งเป็นการจัดงบประมาณที่เพิ่มภาระหนี้สินให้ประเทศและประชาชน เพิ่มสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงสุดเท่าที่มีเคยมีมา

“ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2566 จึงเป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เห็นหัวประชาชน ดังนั้นพรรคเสรีรวมไทยจึงไม่อาจลงมติให้ความเห็นชอบต่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้” โดย นายวิรัตน์ กล่าวในตอนท้ายก่อนจบการอภิปรายในเวลา 13.43 น.