นายกฯ ร่ายยาว อภิปรายงบฯ ปี 66 วันแรก ยัน งบฯ วงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท เพื่อเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ฟื้นฟู หลังโควิด-19 ช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา แยกเกียกกาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวต่อที่ประชุม ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงินงบประมาณ 3.18 ล้านล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานรัฐ จะได้มีงบประมาณใช้จ่ายดูแลพัฒนา ขับเคลื่อนประเทศ ตามแผนแม่บทพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2566 ดังกล่าวรัฐบาล ประมาณการรายได้ที่ 2.49 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแบบขาดดุล 6.95 แสนล้านบาท โดยจัดทำขึ้นภายใต้การประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ว่า จะขยายตัวได้ 3.2-4.2% และอัตราเงินเฟ้อ 0.5-1.5%



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ภายใต้สถานการณ์ รัฐบาลจัดทำงบประมาณและจัดทำงบประมาณปี 66 การขยายตัวทางเศรษฐกิจ แบบค่อยเป็นค่อยไป กำหนด วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท โดยกำหนดงบประมาณขาดดุล ปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้สาธารณะกว่า 9 ล้านล้านบาท คิดเป็นหนี้สาธารณะที่ 60.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) โดยมุ่งเน้นให้ประชาชาชน สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีหลักประกันในชีวิต กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ เด็ก จะได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศไทย จะเข็มแข็ง เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้เป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งให้ความสำคัญกับ 406 โครงการ ในการมุ่งสู่เป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพุ่งเป้าแก้ไขความยากจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแถลงกลางสภา ยืนยันรัฐบาลได้ พยายามจัดสรรงบประมาณปี 66 ได้ครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา การกระจายอำนาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกระจายไปยังประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมดูแลประชาชนอย่างเป็นธรรม ราคาสินค้าที่เหมาะสม ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่ง.

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าว ช่วงหนึ่งระหว่างอภิปรายฯ ว่า รัฐบาลมีความต้องการ พัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย ให้เป็นเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตด้วย