“อรุณี” รองเลขาฯ พรรคเพื่อไทย เปิดงบประมาณ 2566 ก.การอุดมศึกษาฯ รายจ่ายบุคลากรพุ่ง ทั้งที่นักศึกษาลด ซ้ำว่างงานสูงสุด แนะลดคน เพิ่มทักษะเด็กจบใหม่ เตรียมพร้อมก่อนเศรษฐกิจฟื้นตัว
วันที่ 29 พ.ค. 2565 นางสาวอรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ด้วยวงเงินงบประมาณกว่า 3.18 ล้านล้านบาท ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. - 2 มิ.ย. 2565 นอกจากภาพรวมการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายใต้สถานการณ์ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแล้ว ยิ่งสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในการบริหารประเทศ
รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยต่อไปว่า จากการศึกษาข้อมูลการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยเฉพาะกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตั้งแต่ปี 2563-2566 ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อสังเกตดังนี้
1. การจัดสรรงบบุคลากรของ อว. เพิ่มสูงขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2563-2566 โดยปี 2566 งบประมาณรายจ่ายสำหรับบุคลากรมีจำนวน 7.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 62% ของภาพรวม ทั้งที่หลายมหาวิทยาลัยขาดแคลนนักศึกษา หลายสาขาวิชาต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีนักศึกษาเรียน แต่งบบุคลากรกลับสวนทาง การปรับลดขนาดบุคลากรลงจึงควรเป็นสิ่งที่กระทรวง อว. ต้องตระหนักเพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในภาพรวม
2. มหาวิทยาลัยล้นตลาด (Over Supply) ผลิตนักศึกษาไม่ตรงความต้องการตลาด เน้นจูงใจเรียนฟรีด้วยการกู้ยืม กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) รับประกันการเป็นหนี้แต่ไม่การันตีการมีงานทำ เพราะตัวเลขการว่างงานไตรมาสแรกในปี 2565 พบว่า กลุ่มที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานสูงสุดและยังมีแนวโน้มว่างงานระยะยาวมากที่สุด แต่กับงบที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มทักษะ (UpSkill) และเปลี่ยนทักษะ (Reskill) แบบเรียนฟรีให้นักศึกษาที่ยังว่างงานเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวในสัดส่วนที่น้อยมาก
...
“ทุกวันนี้การศึกษาไทยมีแต่จะดำดิ่งลงสู่ก้นเหว โลกทุกวันนี้เน้น Learning การเรียนรู้ด้วยตนเอง มากกว่า Education การศึกษาที่มุ่งเน้นใบปริญญา ประเทศไทยไร้ความหวังมากพอแล้วกับการมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อย่าให้กระทรวง อว. แหล่งรวมสังคมอุดมปัญญากลายเป็นต้นตอของปัญหา แต่ควรเป็นกระทรวงแห่งความหวัง”.