ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ยามชังน้ำตาลยังว่าขม อารมณ์แตกต่างระหว่าง “ใหม่-สด” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. หอบคะแนนถล่มทลายเพิ่มพลังให้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีเข้าไปใหญ่ ตื่นแต่ไก่โห่ ออกกำลังกายเสร็จตระเวนตรวจงานเช็กพื้นที่ทุกวัน

เสียงชื่นชมกระหึ่ม ประมาณว่าน้ำผึ้งพระจันทร์ยังหวานหอม

บรรยากาศสวนทางกันกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ยังฟิต ตารางงานแน่นเอี้ยดไม่เว้นวัน แถมโกอินเตอร์ก็บ่อย

แต่อย่างว่าอยู่มา 8 ปี ให้แต่งเพลง ร้องเพลงก็คงไม่เข้าหู ให้หยอกเย้ายิงมุกอะไรก็คงไม่ขำกันแล้ว

น้ำผึ้งพระจันทร์ค้างขวดเก่า ก็ย่อมเหม็นหืนบ้างเป็นธรรมดา

ก็ต้องทำใจรับสภาพ แก้เกมไปตามหน้างาน สำหรับรัฐบาล 3 ป.ทหารเฒ่า ที่นำโดย “บิ๊กตู่” ในห้วงโดนอิทธิฤทธิ์ “แลนด์สไลด์” จากผู้มาใหม่ที่ชื่อ “เดอะทริป-ชัชชาติ”

แต้มสะท้าน แผ่นดินสะเทือน เอฟเฟกต์กระแทกใส่ทุกขั้วฝ่าย สะเทือนไปทั้งเครือข่ายอำนาจ

...

ในจังหวะศัตรูพลาดปราชัยต้องรุกไล่ซ้ำ กับความเคลื่อนไหวของ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เตรียมจัดทัพใหม่ หลัง “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตบิ๊กท็อปบูตสายบ้านป่ารอยต่อฯ ไขก๊อกเก้าอี้หัวหน้าพรรค

“ผู้กอง” เหิมห้าวเตรียมขึ้นแท่นคอนโทรลเกมเอง แบบไม่มียึกยักชักเข้าชักออกตามสัญญาณบ้านใหญ่ป่ารอยต่อฯ เพราะเป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน “โค่นอำนาจผู้นำ”

ประเมินจากที่เดินเกมแพ็กรวมเสียง ตั้งต้นจากพรรคเศรษฐกิจไทย 18 เสียง

ชิงแย่งแต้มจากกลุ่ม 16 พรรคเล็กพรรคน้อย เพิ่มแรงเขย่าขย่มเก้าอี้ผู้นำ แบบที่ว่าให้ปรับ ครม. เอาเก้าอี้มาล่อก็ไม่ยอมแล้ว

ฮึ่มๆขู่ เหมือนจะคว่ำให้พังกันไปข้าง เลยฝุ่นตลบทั้งวงการ โดยเฉพาะพรรคเล็กพรรคน้อย แกนนำสายตรงผู้นำอย่าง

“สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ชวนกินข้าวถี่ ล็อบบี้ตรึงเสียงหนุนให้นายกฯ ขณะที่ฝั่งผู้กองแพลมๆนัดดินเนอร์เร็วๆนี้

แย่งแต้มกันสนุก ค่ายเล็กค่ายน้อยอิ่มอร่อยกันไป

ตามโปรแกรมวิบาก ค่อยๆไต่ดีกรีเดือด จากคิวประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง และศึกใหญ่อภิปรายไม่ไว้วางใจ

ทุกด่านต้องออกแรงอัดฉีด และก็ยังไม่การันตีความเสี่ยง

แต่ที่น่าจับตาคือ โปรแกรมพิจารณาร่างกฎหมายลูกเลือกตั้ง ในวาระ 2 วาระ 3 วันที่ 9–10 มิ.ย.นี้ เป็นคิวที่พรรคเล็กพรรคน้อย ไปจนถึงค่ายเอสเอ็มอี ได้จังหวะดิ้นเฮือกสุดท้าย

อยากให้ปรับรื้อสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์กลับไปเป็น สูตรหารด้วย 500

แล้วก็ไม่ใช่แค่พรรคเล็กพรรคน้อย แต่พรรคใหม่ชื่อดีมีเป้าหมาย “พรรคไทยภักดี” ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก หัวหน้าพรรค ออกมาพูดดังๆตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์คะแนนถล่มทลายในคิวเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ระบุต้นเหตุที่พ่ายเลือกตั้งย่อยยับ เพราะ 3 ป. ไม่เด็ดขาด

ชี้เปรี้ยง “บิ๊กตู่” ฟังบิ๊กบราเธอร์มากเกินไป ขณะที่พี่ใหญ่คล้อยตาม “ผู้กอง” ที่ชัดเจนแล้วว่าซ่อนกลเกม เปิดให้แก้รัฐธรรมนูญเลือกตั้งบัตรสองใบ เข้าทางยุทธศาสตร์ “แลนด์สไลด์” ของพรรคเพื่อไทย

ตีไพ่โง่ เสียรู้กลเกม “นายโทนี่ ดูไบ”

แนวร่วมกองเชียร์รัฐบาลลุงตัวเอ้อย่าง “หมอวรงค์” ฟันธงฉับถึงทางสู้ของ “บิ๊กตู่” ต้องเด็ดขาด

ถ้าเป็นมวยก็ถึงยกสำคัญ ต้องออกหมัดให้เห็น

กระตุกให้พลิกเกม ส่งสัญญาณเดินเกมกลับไปใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หารด้วย 500

อย่างน้อยก็ช่วยหั่นแต้มค่าย “เครือข่ายทักษิณ”

ถึงแม้จะมีวาระแฝง ให้ลูกเข้าทางพรรคเกิดใหม่ไทยภักดี

แต่หมอฝีปากกล้ายืนยัน เป็นทางสู้ทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาล-พรรคพลังประชารัฐ พลิกสถานการณ์ได้

แนวร่วมสะกิดแรง “นักมวย” ที่กำลังเมาหมัดโดนต้อนเข้ามุมอับอย่าง “บิ๊กตู่” ก็น่าจะบวกลบคูณหาร

ฮึดเด้งเชือกปล่อยหมัดออกจากมุม กดปุ่มโหวตรื้อกติกาสู้

ให้ฝ่ายตรงข้ามที่กำลังลิงโลด สะดุดหงายเงิบได้เหมือนกัน.

ทีมข่าวการเมือง