สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาฯ พปชร. มั่นใจ หลังเปิดประเทศ 1 มิ.ย. เรตติ้ง “บิ๊กตู่” ดีขึ้น ไม่หวั่น ถูกตั้งเป้า อภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ สิ่งสำคัญคือทำทุกอย่างโปร่งใส

วันที่ 24 พ.ค. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. เป็นประธานในการประชุม ส.ส.พรรค พปชร.เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประชุมสภา

ต่อมาเวลา 16.30 น. ภายหลังการประชุม ส.ส.ของพรรค นายสันติ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการประชุม ก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ในวันที่ 25 พฤษภาคม นี้ เพื่อเตรียมการกับ ส.ส.ในพรรคถึงกฎหมายที่จะเข้าพิจารณาในสภา ร่วมถึงสอบถาม ส.ส.ในพรรคกับการตั้งกระทู้ถามในสภา

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ตัวเลขาฯ พรรค พปชร. และพรรคพลังประชารัฐตกเป็นเป้าหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะเข้าสภา ซึ่งงบประมาณนี้เป็นเงินของรัฐบาลที่จะมาพัฒนาประเทศและหมุนเวียน และ ส.ส.ทุกคนจะต้องช่วยกันดูว่า เงินที่จะนำไปพัฒนาประเทศช่วยเหลือประชาชน สมเหตุสมผลอย่างไร

นายสันติ กล่าวว่า แม้ตนเป็นเป้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่การทำทุกอย่างให้ถูกต้องโปร่งใส และรักษาผลประโยชน์ของชาติ บ้านเมือง รัฐบาล จะมีแรงกดดันใดๆ ก็ต้องอดทน และที่สำคัญทุกอย่างต้องทำถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย ตนเป็นเพียงผู้กำกับดูแล กรมธนารักษ์เท่านั้น เรื่องของกระบวนการต่างๆ เจ้าหน้าที่รัฐเขาดำเนินการ เราเพียงแต่ดูให้เขาปฏิบัติตามระเบียบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งทางกรมธนารักษ์ก็ได้ให้สัมภาษณ์อยู่ตลอดทำถูกต้อง ตามระเบียบและกฎหมาย ทั้งนี้ จากกรณีการประมูล ท่อส่งน้ำ อีอีซี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ตั้งคณะกรรมการไปดูซึ่งได้รายงานเข้ามาแล้ว ว่า การประมูลท่อส่งน้ำ อีอีซี นั้น ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ ทำให้รัฐเสียหายหรือเสียประโยชน์หรือไม่ ก็กำลังดูอยู่

ขณะกรณี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าพรรคกลุ่ม 16 ที่มีการนำข้อมูลไปให้กับฝ่ายค้าน ใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายสันติ กล่าวว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้ว่างใจ เรายังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการเรื่องอะไร ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า รัฐบาล ภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับและมีความมุ่งมั่น เรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และก็ต้องเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะเขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังผลการเลือกตั้งสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่พรค พปชร. ได้เพียง 2 ที่นั่ง จะทำงานกันอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะได้ ส.ส.ในพื้นที่ กทม. นายสันติ กล่าวว่า กทม.เองก็เป็นจังหวัดหนึ่งใน 77 จังหวัด ซึ่งมีความสำคัญ และเมื่อการเลือกตั้งประชาชนตัดสินออกมาอย่างนั้นเราก็ต้องมาสำรวจว่า ทางพรรค พปชร.จะต้องลงไปดูอะไรบ้างเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป ทั้งนี้เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติเป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งประชาชนก็จะดูว่าในเรื่องของนโยบายระดับชาติ ผู้บริหารระดับบนทำงานมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีความตั้งใจทำงานให้ประชาชนอย่างไรมากกว่า ส่วนท้องถิ่นเขาดูแลในเรื่องของความเดือดร้อนเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเราต้องเคารพเสียงและสิทธิ์ของประชาชน

เมื่อถามว่า มีคนมองว่า การที่พรรค พปชร.ได้ ส.ก.เพียง 2 ที่นั่ง เนื่องจากกระแสที่คนเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนตัวมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไปไหวหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ตัวนายกฯ ซึ่งตนสัมผัสอยู่เป็นประจำ นายกฯ ทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งบางครั้งพวกเราก็ลืมไปว่า นายกฯ ทำงานทุ่มเท กล้าตัดสินใจในหลายๆ เรื่อง ที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมือง สถานการณ์เป็นอยู่พี่น้องประชาชนไม่ได้เลวร้ายลงไปกว่าทุกวันนี้ นายกฯ ทำให้ประชาชนยังสามารถอยู่ได้ระดับหนึ่ง และ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา เราต่อสู้กับโรคที่มองไม่เห็น เราต้องต่อสู้กับ โควิด-19 ทั้งนี้ หลายประเทศทั่วโลกมีความเดือดร้อนสารพัดมากกว่าเรา แต่นายกฯ ปกป้องและป้องกัน จนกระทั่งวันนี้เราจะเปิดประเทศ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นล้านคน ที่อยากมาท่องเที่ยวประเทศไทย เเละเราสามารถก้าวเดินไปได้ทันที สิ่งเหล่านี้เป็นเครดิตของนายกฯ

"ซึ่งสิ่งที่สื่อถามว่า นายกฯ ไปไหวไหม ผมฟังแล้วก็ไม่สบายใจ เอ๊ะ ทำไมสื่อเป็นอย่างนั้น เป็นเครดิตของนายกฯ ที่ดูแล ประคับประคองประเทศ ที่ทำสงครามกับเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นในวันนี้ และนายกฯ ดูแลบ้านเมืองได้ดีขนาดนี้ เราต้องให้เครดิตนายกฯ นะ" นายสันติ กล่าว

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า ระยะเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ประชาชนยังนิยมและเรตติ้งของนายกฯ ยังดีอยู่ นายสันติ กล่าวว่า ดี ผมมั่นใจ วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เมื่อเราเปิดประเทศแล้ว ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวจะเข้ามาอย่างเดียวจะมีนักลงทุนต่างๆ ก็จะเข้าในบ้านเมืองของเราก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องการต่อสู้กับโควิด-19 เราได้รับการจัดอันดับดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งก็เป็นผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์