กฎหมายใหม่ปราบยา จัดหนักยึดทรัพย์ผู้ค้า

ข่าว

กฎหมายใหม่ปราบยา จัดหนักยึดทรัพย์ผู้ค้า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    23 พ.ค. 2565 05:39 น.

    บันทึก

    สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการติดตามผลการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมรับฟังการแถลงผลงานยึดทรัพย์ยาเสพติดที่มีวงเงินสูงถึง 8,453 ล้านบาท

    น่าสนใจด้วยว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ประสานงานยาเสพติดและอาชญากรรมต่างประเทศ (FANC) ซึ่งมีหน่วยงานประจำประเทศไทย 2 หน่วยงาน จาก 24 ประเทศได้มอบใบประกาศให้กับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา...“ยาเสพติดแนวใหม่” ที่สอดคล้องกับแนวทางของ UN

    สถานการณ์การแพร่ระบาด “โควิด-19” อาจส่งผลให้ “ผู้เสพ” และ “ผู้ค้า” เปลี่ยนวิธี จึงอาจทำให้เกิดรายใหม่ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องช่วยกันลดจำนวน “ผู้เสพยา” ให้น้อยที่สุด

    โดยต้องให้ความสำคัญกับ...หมู่บ้าน ชุมชน โรงเรียน เพื่อช่วยกันป้องกัน

    นายกฯประยุทธ์กล่าวไว้ว่า การปราบปรามยาเสพติดเรามุ่งเน้นการขยายผลไปสู่นายทุน จึงเน้นการยึดทรัพย์เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงควบคู่กับการให้รางวัลนำจับ เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่รับสินบนจากผู้ค้า จากนี้ต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันว่า “ยาเสพติด” เป็นสิ่งที่อันตรายเสมือนเป็นการ “ฆ่าตัวตาย” ทางอ้อม

    ภายใต้ปฏิบัติการ “ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด” มีผู้เข้าร่วมประชุมออนไลน์ราว 500 คน สะท้อนว่า “รัฐบาล” จริงจังกับการปราบปราม “ยาเสพติด” โดยการสำรวจความเห็นจากนิด้าโพลพบว่า ประชาชนมีความพอใจ ร้อยละ 39.88 และพอใจมากถึงร้อยละ 21.56

    ตอกย้ำเป้าหมายสำคัญ...เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดด้วยการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 64 รัฐบาลตั้งเป้ายึดทรัพย์ 6,000 ล้านบาท แต่สามารถยึดทรัพย์ได้เกินเป้ากว่า 7,000 ล้านบาท และเมื่อมีประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ การริบทรัพย์สินทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

    โดยมีการตั้งเป้าหมายในปี 65 ต้องยึดทรัพย์สินให้ได้ 10,000 ล้านบาท

    ขณะนี้ระยะเวลาผ่านมา 231 วัน สามารถยึดทรัพย์ได้แล้วกว่า 8,453 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 85 แบ่งเป็นของ ป.ป.ส. 3,988 ล้านบาท ของคณะทำงานพาลีปราบยา 1,380 ล้านบาท และยึดทรัพย์ที่จะได้จากการปฏิบัติการในวันนี้ 3,084 ล้านบาท

    สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสริมว่า ข้อดีของประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่นี้คือ รางวัลนำจับที่มีมากถึง 30% ของมูลค่าทรัพย์ที่ยึดได้ โดย 25% เป็นของเจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนและทำคดี และอีก 5% เป็นของผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งมีมูลค่าถึง 500 ล้านบาท

    “ตรงนี้ถือเป็นการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามยาเสพติด ให้ช่วยแจ้งเบาะแส ขณะเดียวกัน ในการขยายผลยึดทรัพย์ ป.ป.ส. มีข้อจำกัดในความรู้เชิงลึกของเครือข่าย เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้สืบสวนมาแต่ต้น โดยนักค้ายาเสพติดเป็นเครือข่ายสลับซับซ้อน...”

    เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ ป.ป.ส.มีอำนาจในการเป็นเจ้าพนักงานสืบสวน โดยแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด มาตรา 11/1(8) ด้วย

    หลายคนอาจจะมีข้อสงสัย ทำไม? ต้องมีกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่

    ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แต่เดิม “ประเทศไทย” มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ “คดียาเสพติด” อยู่มากมาย แต่มีปัญหาคือ ข้อกฎหมายต่างๆ กลับอยู่กระจัดกระจายไปตามกฎหมาย รวมทั้งประกาศและคำสั่งที่เกี่ยวข้องฉบับต่างๆเกินกว่า 20 ฉบับ ส่งผลให้เป็นเรื่องยากต่อการทำความเข้าใจกฎหมาย

    “กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่” จึงทำการรวบรวมข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดให้เป็นระบบและเป็นเอกภาพ อยู่ภายใต้กฎหมายใหม่เพียง 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564

    การรวมข้อกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นระบบและเป็นเอกภาพ นับว่าช่วยให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและเจอปัญหาการมีบทบัญญัติที่มีข้อความขัดแย้งกันน้อยลง ทำให้ส่งเสริมการร่วมมือกันของหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติจริงมากขึ้นด้วย

    “ยาเสพติด”...เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทยและประชาคมโลก ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยจะมีข้อกฎหมายลงโทษผู้ทำผิดในคดียาเสพติดที่รุนแรง รวมทั้งมีปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดที่แข็งกร้าว

    เช่นครั้งหนึ่งที่เคยมีการใช้นโยบายประกาศสงครามกับยาเสพติด แต่การระบาดของยาเสพติดก็ไม่ได้น้อยลงไปจากสังคมไทยเท่าใดนัก นอกเหนือจากนั้น...การใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดรุนแรง ยังสร้างปัญหาอื่นขึ้นมาเพิ่มเติม นั่นคือ การมีนักโทษในคดียาเสพติดจำนวนมาก จนส่งผลให้เกิดปัญหานักโทษล้นคุก

    จึงนำมาสู่การออกประมวลกฎหมายยาเสพติดที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เปลี่ยนแนวคิด ปรับมุมมองใหม่ต่อปัญหายาเสพติดอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนมุมมอง...“จากผู้เสพเป็นผู้ป่วยมากกว่าเป็นอาชญากร” ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้แนวทางสาธารณสุขมากกว่าการลงโทษทางอาญา

    ...การมุ่งทำลายโครงสร้างองค์กรการค้ายาเสพติด ด้วยการสืบสวนทางการเงินและการยึดทรัพย์เพื่อจัดการกับผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นต้นเหตุของการค้ายาเสพติด

    “ยาเสพติด”...ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน เพราะทุกคนทราบดีถึงภัยของยาเสพติด รัฐบาลหวังว่า...จะหมดไป เนื่องจากขณะนี้เรามีกฎหมายใหม่ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ในการแก้ปัญหายาเสพติดที่ได้มีการรวบรวมกฎหมาย เพื่อลดความซ้ำซ้อนและทำให้ประชาชนเข้าถึง

    ย้ำว่า “กฎหมายใหม่”...ได้มีการปรับบทลงโทษที่รุนแรงและไม่แยกความผิดออก ซึ่งเรามีการพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรม ด้วยการลดโทษคดีไม่รุนแรง แต่ไปเน้นลงโทษหนักกับ...“ผู้ค้า” เพื่อให้โอกาส “ผู้เสพ” และเพื่อช่วยลดความแออัดในเรือนจำ

    “หลังมีกฎหมายยาเสพติดใหม่ เพื่อช่วยเรื่องการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด เป้าหมายหนึ่งหมื่นล้านฯไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในอดีตรัฐบาลก่อนหน้าทำได้ไม่เกิน 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลนำจับอีก โดยประชาชนที่แจ้งเบาะแสจะได้รางวัลนำจับ 5% หรือตั้งงบประมาณไว้ 500 ล้านบาท” รมว.สมศักดิ์ ว่า

    ขอให้ “ผู้ค้ายา” รีบเลิก เพราะเรามั่นใจว่า จะปราบปรามยาเสพติดได้แบบเชิงรุก และเรามั่นใจได้ว่า ไม่มีข้าราชการคนใดจะช่วยขบวนการค้ายา เพราะเรามีรางวัลนำจับให้เจ้าหน้าที่ถึง 25%

    ให้รู้ไว้ด้วยว่า “กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่” นี้มีการกำหนดบทลงโทษประการหนึ่งที่ประชาชนควรรับรู้ไว้ กล่าวคือ...การที่บุคคลที่ยอมให้ใช้ชื่อ เอกสาร หลักฐาน ไปเปิด จด หรือลงทะเบียนทำธุรกรรมทางการเงิน ซื้อสินค้า หรือยอมให้ใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ซิมการ์ด

    โดย “รู้” หรือ “ควรจะรู้” ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรง มีบทลงโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท ขอฝากเตือนประชาชนทุกท่านว่า ต่อจากนี้ไม่ควรยอมให้ผู้อื่นนำชื่อหรือเอกสารไปใช้ เพราะจะเสี่ยงต่อการกระทำผิดทางกฎหมายในบทบัญญัตินี้

    “กฎหมายยาเสพติดใหม่”...พุ่งเป้าปราบปรามผู้ค้า ขบวนการค้ายา ผู้ที่อยู่เบื้องหลังยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ชัดเจนด้วยการ “ยึดทรัพย์” ที่ตรวจสอบได้ว่าได้มาจากการ...“ค้ายา”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    วิคกี้ แฟน เวียร์ ศุกลวัฒน์ โชว์สกิลพูด 4 ภาษา บอกเลยว่าทั้งสวยและเก่ง
    00:23

    วิคกี้ แฟน เวียร์ ศุกลวัฒน์ โชว์สกิลพูด 4 ภาษา บอกเลยว่าทั้งสวยและเก่ง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 12:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์